บทที่ 5 บทที่ 5: ภายใต้เปลือกน้ำแข็ง

แรงบีบนวดจากฝ่ามือบางที่ยังคงสั่นเทาอยู่ตรงท่อนขา ทำให้ทีมก้มลงมองร่างระหงที่กำลังคุกเข่าอยู่ข้างหน้าอย่างไม่ละสายตา

สัมผัสที่ปลายนิ้วของเธอแตะต้องลงบนเนื้อผ้ากางเกงสแล็กอย่างระมัดระวัง แต่ในทุกจังหวะ ทีมกลับสังเกตเห็นรอยแผลเล็กๆ และคราบเลือดแห้งกรังตามปลายนิ้วของมะลิ... รอยแผลจากเศษกระเบื้องที่เขาเป็นคนสั่งให้เธอเก็บด้วยมือเปล่า

แววตาคมกริบที่เคยลุกโชนไปด้วยไฟแค้นวูบไหวไปชั่วเสี้ยววินาที ก่อนที่เขาจะโน้มตัวลงมาข้างหน้าอย่างเชื่องช้า

“หยุดมือนวดได้แล้ว”

เสียงทุ้มต่ำเอ่ยสั่งแผ่วเบา มะลิชะงักมือทันที เธอรีบถอยร่นกลับมาเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะห่าง ทว่าไม่ทันมือหนาของทีมที่เอื้อมเข้ามาแตะลงที่ปลายคางมนของเธอ เขารั้งขึ้นเบาๆ บังคับให้ใบหน้าหวานแหงนสบสายตา

“นายท่าน... จะทำอะไร...” เธอพึมพำด้วยความตระหนก เมื่อสัมผัสได้ถึงความร้อนผ่าวจากปลายนิ้วของเขาที่แตะอยู่บนผิวเนื้อ

ทีมไม่ตอบ เขาใช้หลังนิ้วโป้งไล้เบาๆ ไปตามพวงแก้มเนียนที่ปราศจากเครื่องสำอาง สัมผัสละเอียดอ่อนและเชื่องช้าจนน่าขนลุก มะลิหลับตาปี๋ เม้มริมฝีปากแน่นจนซีดเซียว ร่างกายของเธอเกร็งไปทั้งตัวด้วยความกลัวว่าเขาจะล่วงเกินหรือทำร้ายเธอไปมากกว่านี้

“กลัวฉันขนาดนั้นเลยเหรอ?” น้ำเสียงของเขาแหบพร่า นัยน์ตาสีเข้มจับจ้องริมฝีปากอิ่มที่กำลังสั่นระริก ลมหายใจอุ่นร้อนของเขารินรดอยู่ห่างกันไม่ถึงคืบ ความปรารถนาลึกๆ ที่ซ่อนอยู่ใต้ความแค้นกำลังเรียกร้องให้เขากลืนกินเธอตรงนี้... บดขยี้ความหยิ่งยโสให้หมดสิ้นไป

แต่เมื่อเห็นหยาดน้ำตาที่เอ่อคลออยู่ในดวงตาคู่นั้น... และความบอบบางของร่างกายที่ดูเหมือนจะแตกสลายได้ทุกเมื่อ มือของทีมกลับชะงักลง

เขาผละมือออกจากแก้มนวลในทันทีราวกับถูกไฟลวก ก่อนจะยืดตัวขึ้นนั่งหลังตรงดังเดิม แววตาแปรเปลี่ยนกลับเป็นความเย็นชาดุจน้ำแข็งขั้วโลก

“สำออย” ทีมแค่นเสียงเหี้ยมเพื่อกลบเกลื่อนความหวั่นไหวในอก “คิดว่าฉันจะอยากแตะต้องผู้หญิงอย่างเธอหรือไง”

เขาปรายตามองปลายนิ้วที่เปื้อนคราบเลือดของเธออย่างรำคาญใจ

“ไปเปิดตู้ข้างล่างโต๊ะทำงาน หยิบกล่องปฐมพยาบาลออกมา... เอายาไปทามือของเธอซะ แล้วไสหัวออกไปจากห้องฉันได้แล้ว”

มะลิเบิกตากว้างเล็กน้อยด้วยความประหลาดใจกับคำสั่งที่คาดไม่ถึง แต่เมื่อสบเข้ากับสายตาดุดันที่ไร้ระลอกคลื่น เธอก็รีบลุกขึ้นค้อมตัว

“ข...ขอบคุณค่ะนายท่าน”

เธอรีบเดินไปหยิบหลอดยาและผ้าพันแผลจากตู้ตามคำสั่ง ก่อนจะสาวเท้ากึ่งวิ่งออกจากห้องทำงานไปอย่างรวดเร็ว ปิดประตูลงกลอนทิ้งความเงียบงันไว้เบื้องหลัง

เมื่อเสียงฝีเท้าของมะลิจางหายไป ความเงียบสงัดก็เข้าปกคลุมห้องทำงานอีกครั้ง...

ทีมถอนหายใจยาวพลางยกมือนวดขมับ เขาดึงลิ้นชักโต๊ะทำงานชั้นล่างสุดที่ถูกล็อกด้วยรหัสผ่านแน่นหนา หยิบแฟ้มเอกสารปกหนังสีดำออกมาเปิดกางออกบนโต๊ะ

ภายในแฟ้มคือรายการ ‘บัญชีเงินกู้นอกระบบ’ ทั้งหมดของเสี่ยทรงพล... รวมไปถึงสำเนาสัญญาเงินกู้จากเจ้าหนี้รายอื่นๆ ที่ไม่ใช่ของเขา

สายตาคมกริบกวาดมองรายชื่อเจ้าหนี้มืดนับสิบราย แต่ละเจ้ามีดอกเบี้ยมหาโหดที่พร้อมจะบดขยี้ลูกหนี้ให้จมดิน ทว่าสายตาของเขาหยุดชะงักลงที่ชื่อหนึ่งอย่างเคร่งเครียด

‘วิคเตอร์ คาร์เตอร์’ ผู้นำองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติและคู่อริตัวฉกาจของเขา

ทีมพลิกดูเอกสารแนบท้ายที่เป็นสัญญาเงินกู้ฉบับพิเศษ ลายลักษณ์อักษรที่ถูกแอบแก้ไขเงื่อนไขอย่างสกปรกระบุไว้อย่างชัดเจนว่า :

‘หากไม่มีเงินชำระหนี้ตามกำหนด ผู้กู้ตกลงยินยอมส่งมอบบุตรสาว วริยดา วรนิติกร เพื่อนำไปเข้าสู่กระบวนการชำระหนี้ตามดุลยพินิจของผู้ให้กู้’

และเอกสารอีกชุดหนึ่งข้างๆ คือรายงานสืบสวนเครือข่ายของวิคเตอร์... ธุรกิจค้าอวัยวะมนุษย์ในตลาดมืด ขบวนการชำแหละและประมูลอวัยวะของผู้หญิงและเด็กเพื่อส่งออกข้ามแดน...

มือของทีมกำแน่นเข้าหากันจนเส้นเลือดปูดโปน กระดาษสัญญาในมือยับยู่ยี่ด้วยแรงโทสะที่พุ่งทะลุขีดจำกัด ดวงตาของเขาฉายประกายอำมหิตจนน่าสะพรึงกลัว กรามแกร่งบดเข้าหากันแน่นจนเกิดเสียงดังกรอด

ทรงพลไอ้คนโง่... มึงไม่รู้เลยว่ามึงเซ็นชื่อพาลูกสาวตัวเองลงไปในนรกแบบไหน

ถ้าเขาไม่ชิงตัวจัสมินตัดหน้าพวกมันที่โกดังในคืนนั้น... ป่านนี้จัสมินคงถูกพวกของวิคเตอร์ลากตัวไปกักขังในห้องผ่าตัดเถื่อนใต้ดิน ถูกชำแหละแยกชิ้นส่วนเพื่อประมูลขายให้พวกเศรษฐีวิปริตไปแล้ว

ทีมโยนเอกสารลงบนโต๊ะดังปัง เขาหยิบบุหรี่ขึ้นมาจุดสูบ เปลวไฟสีส้มสะท้อนในแววตาที่เต็มไปด้วยความหวงแหนและดุร้าย ควันสีเทาจางๆ ลอยปกคลุมใบหน้าคมคาย

“จัสมิน...”

ทีมพึมพำชื่อนั้นออกมาด้วยน้ำเสียงที่เยือกเย็นแต่หนักแน่น

“เลือดทุกหยด... เนื้อทุกชิ้น... ทั้งร่างกายและวิญญาณของเธอ มันเป็นของฉันคนเดียวเท่านั้น”

เขาพ่นควันบุหรี่ออกมา ก่อนจะจ้องมองชื่อของวิคเตอร์บนแผ่นกระดาษด้วยแววตากระหายเลือด

“หน้าไหนก็ไม่มีสิทธิ์มาแตะต้องเธอ... โดยเฉพาะมึง วิคเตอร์ กูไม่ให้มึงเอาจัสมินไปชำแหละหรอก”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป