บทที่ 4 4

“ท้าทายกันขนาดนี้เดี๋ยวก็รู้ว่าผมหรือคนของคุณใครมันจะเด็ดกว่ากัน” เขาบอกแล้วจับต้นแขนกลมกลึงไว้แน่นจริงๆก็ไม่อยากยุ่งกับคนมีแฟนแล้ว แต่พบขวัญยั่วเย้าเขาก่อน เขาก็จะแค่แกล้งให้เธอขวัญกระเจิงบ้างเท่านั้น

"ปล่อยฉันอย่ามาทำตัวป่าเถื่อนแบบนี้ ไม่งั้นฉันจะร้องให้คนช่วย"

“ไม่ได้ห้ามให้ร้อง แต่คิดว่าใครจะช่วยคุณได้ เพราะคนอย่างผมไม่ปล่อยคือไม่ปล่อย”

พบขวัญจ้องเขาดวงตาวาววับ “จะยุ่งกับฉันทำไม ฉันไม่ใช่แฟนคุณนะ เราก็แค่คนที่ เอ่อ...อะไรก็ช่างแต่ตอนนี้ฉันมีแฟนแล้วและเขาก็เป็นคนดีด้วย”

“คุณว่าคุณเจอคนที่ดีกว่า ผมหลับตาเชื่อคุณก็ได้ ถ้าอย่างนั้นผมจะช่วยเป็นครูสอนบทเรียนก่อนวิวาห์ให้คุณเองคืนนั้นสี่สิบห้านาทีถ้าคุณยังว่าไวไปคืนนี้ผมจะทดเวลาให้เป็นหนึ่งชั่วโมงสี่สิบห้านาที เผื่อคุณจะได้ท่าดี ไม้เด็ด ไปใช้กับแฟนใหม่คุณ”

พบขวัญกำมือแน่น ตัวสั่นระริกไปด้วยความโกรธ “มีใครเคยบอกคุณไหมว่าปากอย่างคุณอาจโดนยิงตายสักวัน”

โดมินิกยิ้มเย็น “มี... มีหลายคนด้วย ผมถึงจ้างทีมบอดี้การ์ดเอาไว้ชุดใหญ่” โดมินิกเลิกคิ้วสีหน้ากวนประสาทใส่ มองซ้ายมองขวารู้ว่าเป็นจุดลับตาคนมือแกร่งก็รีบเลื่อนไปใต้กระโปรงสั้นตัวสวยแล้วบีบหมับที่บั้นท้ายเข้าให้อย่างจงใจแกล้ง

พบขวัญสะดุ้ง รีบผลักเขาออกแต่ก็ถูกเขาประกบเรียวปากอิ่มไว้ เสียงบริภาษกลืนหายไปในลำคอเหลือเพียงความรู้สึกแปลกใหม่ที่ถูกรุกราน เรียวลิ้นสากระคายสอดเข้ามาในโพรงปาก กวาดชิมความหวานจนพอใจ แม้ร่างบางจะดิ้นรนแต่เขาก็ตรึงเธอไว้ด้วยมือร้อนผ่าวที่บีบนวดไปตามสันสะโพก ลูบไล้ไปตามขอบกางเกงชั้นใน แล้วทำในสิ่งที่พบขวัญสะดุ้งสุดตัวเมื่อสัมผัสจากอุ้งมือหนาแตะต้องความเป็นหญิงอย่างอุกอาจ

พบขวัญดิ้นรนสุดแรงไม่คิดว่าเขาจะเถื่อนได้โล่ห์ขนาดนี้เธอมองเขาดีเกินไป ตอนนี้เธอไม่ใช่แค่ผู้หญิงธรรมดาแต่ได้ชื่อว่าเป็นแม่คนแล้ว เธอจะไม่มีวันทำตัวน่าเกลียดปล่อยตัวปล่อยใจให้เขามาย่ำยีในที่สาธารณะได้ตามอำเภอใจ มือเล็กของคนใจเด็ดรวบรวมกำลังใจที่กำลังปลิวหายไปให้หวนกลับมาผลักมือซุกซนเขาออก ฟันคมๆกัดลิ้นสากระคายที่เกี่ยวพันรัดรึงอย่างแรงจนอีกฝ่ายร้อยโอยรีบถอนปากออกไป เป็นจังหวะให้พบขวัญใช้มือสองข้างผลักเขาออกไปพ้นตัว

จากนั้นเจ้าของร่างบางก็รีบอ้าปากหอบเอาอากาศหายใจเข้าปอด พอตั้งสติได้ก็ไม่เสียเวลาหันไปมอง ร่างบางรีบวิ่งออกจากบันไดหนีไฟ เท้าเรียววิ่งอย่างไม่คิดชีวิตตรงไปที่รถอย่างรวดเร็ว เธอภาวนาขออย่าให้เขาตามมาทัน แล้วรีบสตาร์ทรถขับออกไป ทิ้งให้โดมินิกยืนอยู่กับที่ ยกมือเตะปากที่เจ็บเพราะถูกกัด เขาสบถอย่างหงุดหงิดที่กวางสาวหนีรอดเงื้อมือไปได้ แต่เขาจะไม่ให้เธอรอดพ้นไปได้ เพราะเขาจะออกตามหาเธออย่างไม่คิดชีวิตพร้อมกับสะสางเรื่องเจตนิพัทธ์ไปพร้อมกัน

“มาเมืองไทยคราวนี้มีอะไรให้เล่นสนุกเยอะโว้ย แล้วเธอจะรู้สึกผิดจนต้องมาคุกเข่าขอโทษฉันพบขวัญ” เลือดเฝื่อนเค็มที่ซึมออกจากใต้ลิ้นยิ่งทำให้โดมินิกหมายมาดคาดโทษพบขวัญไว้อย่างหนัก

บรรยากาศสุดแสนโรแมนติกราวกับหลุดเข้าไปในฉากขอแต่งงานในซีรีย์เกาหลีกำลังถูกเซ็ตขึ้นจากชายหนุ่มคนหนึ่งที่ตั้งใจจะขอหญิงอันเป็นที่รักแต่งงาน ทุกอย่างถูกจัดขึ้นเพื่อนาทีพิเศษซึ่งคนว่าจ้างไม่สนว่าจะต้องใช้งบประมาณในการจัดเตรียมแค่ไหน

“แต่งงานกันนะขวัญ เท็ดพร้อมจะดูแลขวัญกับลูก” ไม่เพียงแต่คำพูดที่เจตนิพัทธ์หรือเท็ดบอกแต่ตุ๊กตาหมีเท็ดดีตัวเขื่องในมือยังส่งมาตรงหน้าหญิงสาวที่ยังหาเสียงตัวเองไม่เจอ

พบขวัญกำลังขมวดคิ้วมุ่นมองตุ๊กตาหมีเท็ดดีสีน้ำตาลที่ถูกยื่นมาให้ด้วยความหนักใจ ดวงตากลมโตมองอีกฝ่ายอย่างกลัดกลุ้ม เธอทำงานเป็นผู้ช่วยผู้จัดการแผนกจัดซื้อของบริษัทเครื่องดื่มบำรุงกำลังยี่ห้อหนึ่ง และวันนี้เธอก็ถูกขอร้องให้มาพบกับคนที่เป็นทั้งเพื่อนและเป็นเจ้านายในเวลาเดียวกันแต่ถ้าเธอรู้ว่าการมาของเธอจะสร้างความลำบากใจให้ตัวเองขนาดนี้คงเลือกที่จะไม่มา

เจตนิพัทธ์เป็นลูกชายคนเดียวของเจ้าของบริษัทฯที่เธอทำงานอยู่ ใครหลายคนคงมองว่าเธอโชคดีที่ได้หัวใจเขามาครองแต่พบขวัญกลับรู้สึกหนักใจเหลือเกินเพราะไม่อาจร่วมทางเดินไปกับเขาได้ในสิ่งที่เขาคาดหวัง

จริงๆแล้วเวลานี้พบขวัญควรต้องรีบขับรถกลับบ้าน กลับไปอยู่กับลูกชายตัวน้อยของเธอแต่เจตนิพัทธ์กลับรั้งเธอไว้และทำในสิ่งที่เธอบอกปฏิเสธไปแล้วนับครั้งไม่ถ้วนนั่นคือเธอไม่สามารถแต่งงานกับใครได้อีกเนื่องจากเธอไม่ใช่คนตัวเปล่า พบขวัญซาบซึ้งใจที่อีกฝ่ายไม่รังเกียจว่าเธอเป็นผู้หญิงมีตำหนิ ซ้ำยังไม่เคยคาดคั้นถามถึงพ่อของลูกแต่ถึงอย่างไรเธอก็รับความปรารถนาดีของเขาไว้ไม่ได้ เจตนิพัทธ์ควรพบคนที่ดีกว่า เขาไม่ควรเสียเวลากับเธอและลูกอีก

พบขวัญมองหน้าเจตนิพัทธ์นิ่งอยู่สักพัก ก่อนริมฝีปากสวยได้รูปจะขยับตอบกลับด้วยน้ำเสียงเด็ดขาดหนักแน่นแบบไม่ให้ความหวัง

บทก่อนหน้า
บทถัดไป