บทที่ 14 ชีวิตเหมือนจะเริ่มลงตัว
“นึกว่าจะคุยกันถึงเช้าซะแล้ว” ปราณติญาทักทายเมื่อเห็นว่าเพื่อนของเธอพึ่งเดินเข้าบ้าน
“ป่านแก้ว แกมาตอนไหนฉันไม่เห็นได้ยินเสียงรถเลย”
“มานานแล้วแกคงคุยเพลินจนไม่ได้ยินเสียงรถน่ะสิ”
“คงอย่างนั้นฉันมีข่าวดีจะบอกด้วย” แล้วพุดพิชชาก็ถ่ายทอดเรื่องราวที่คุยกับกรกนกให้เพื่อนฟังด้วยน้ำเสียงที่แสนจะยินดี
“ดีใจด้วยนะพุด แกมีอะไรให้ฉันช่วยก็บอกได้เลยนะ”
“แกไม่ต้องช่วยหรอก แค่งานสอนก็เยอะอยู่แล้วไหนจะต้องมาตรวจการบ้านอีก บางทีฉันอาจต้องตื่นเช้ากว่าเดิมแต่จะพยายามทำทุกอย่างให้เงียบที่สุด”
“ตามสบายเลยแกก็รู้นี่ว่าฉันนอนขี้เซาขนาดไหน แต่ว่าทำขายให้พี่ญาแล้วก็อย่าลืมทำให้ฉันเอาไปที่โรงเรียนอย่างเดิมด้วยนะ”
“ได้สิ ฉันไม่ลืมลูกค้ากลุ่มแรกอยู่แล้วล่ะ ว่าแต่เย็นนี้เราจะกินอะไรกันดีล่ะ ฉันกลับมาถึงก็ยังไม่ได้ทำกับข้าวเลย ไปหาอะไรกินข้างนอกไหม ฉันเลี้ยงเอง” พุดพิชชาอารมณ์ดีเพราะได้ออเดอร์ข้าวกล่องมาเยอะ
“ได้เลยฉันเริ่มหิวแล้วเหมือนกัน ไปกินชาบูกันไหม กินเสร็จก็ไปเดินย่อยสักหน่อย แกต้องซื้อของเพิ่มไหมล่ะ ฉันจะได้ไปช่วยซื้อ”
“โอเคเลย ฉันขอไปล้างหน้าล้างตาแป๊บนะ” พุดพิชชาวิ่งไปเข้าในห้องน้ำอย่างรวดเร็ว ปราณติญามองเพื่อนแล้วก็ยิ้มที่เห็นเพื่อนกลับมาร่าเริง
วันนี้พุดพิชชาตื่นนอนตั้งแต่ตีสามกว่าๆ เพราะต้องหุงข้าวหลายรอบ เนื่องจากหม้อหุงข้าวที่ปราณติญามีอยู่นั้นเป็นหม้อหุงข้าวขนาดเล็ก เธอคิดว่าจะลงทุนซื้อหม้อหุงข้าวขนาดใหญ่จะได้ประหยัดเวลาในการหุงข้าว แต่ก็คงต้องรอดูไปอีกสักพักว่ากรกนกจะสั่งอาหารเธออีกนานไหม ระหว่างนี้ก็ต้องทนเหนื่อยไปก่อน เธอทำทุกอย่างด้วยความเงียบที่สุดเพราะไม่อยากรบกวนปราณติญา พอถึงเวลาที่เพื่อนเธอตื่นอาหารเช้าก็รออยู่แล้ว
“นี่ทำข้าวกล่องแล้วยังมีเวลาทำอาหารเช้าให้ฉันอีกด้วย ฉันว่าจะตื่นมาช่วยทำสักหน่อย ที่ไหนได้หลับเป็นตายเลย”
“ฉันรู้แกเหนื่อย ไม่ต้องตื่นมาช่วยหรอก ฉันทำคนเดียวได้สบายมาก นี่กาแฟ” พุดพิชชายื่นแก้วกาแฟให้เพื่อน
“หอมอร่อยเหมือนเดิม แล้วแกไม่กินด้วยกันเหรอ” ปราณติญามองจานไข่ดาวกับไส้กรอกที่มีแค่จานเดียวก็อดห่วงเพื่อนไม่ได้
“ฉันทำไปชิมไปจนอิ่มแล้ว”
“พุดมื้อเย็นแกไม่ต้องทำกับข้าวแล้วนะ”
“อ้าวทำไมละ แกกลัวฉันเหนื่อยใช่ไหม”
“เปล่า”
“แล้วเพราะอะไรล่ะ”
“ก็แกมาอยู่กับฉันไม่ถึงเดือนน้ำหนักฉันขึ้นมาเกือบจะ สามกิโลแล้ว” ป่านหมุนตัวให้เพื่อนดู
“นึกว่าอะไร เอางี้นะมื้อเย็นงดข้าว แต่กินผลไม้หรือสลัดดีไหม เดี๋ยวฉันจัดเมนูให้ รับรองแกลดได้ภายในหนึ่ง 2 อาทิตย์”
“ได้จริงนะ” เธอสนใจที่เพื่อนบอก
“จริงสิ ถ้าแกกินตามที่ฉันบอก แต่ห้ามแอบไปกินขนมกับน้ำอัดลมที่โรงเรียนนะ” หญิงสาวรีบบอกอย่างรู้ทัน
“นิดหน่อยได้ไหมะ ตอนบ่ายๆ ฉันหิว” ปราณติญาต่อรอง
“ได้สิ แต่อย่าเยอะจนเกินไปก็พอ อีกอย่างถ้าเป็นพวกผลไม้หรือธัญพืชอบแห้งก็คงจะดีกว่าพวกขนมก๊อปแก๊ปอย่างที่แกชอบนะป่าน”
“ฉันจะพยายาม แต่ไม่รับปากนะ” พอพูดแล้วก็อดหัวเราะตัวเองไม่ได้
“ดีมาก รีบกินรีบไปทำงานได้แล้ว” พุดพิชชาเตือนเพื่อนเมื่อเห็นว่าใกล้เวลาทำงานแล้ว
“โอ้ย! คุยเพลินอีกแล้ว”
“ไปเลย ไม่ต้องเก็บจาน เดี๋ยวฉันเก็บให้” พุดพิชชาช่วยเพื่อนถือของไปส่งที่รถ
“ไปละนะ ขอบใจมากนะแก” ปราณติญาไปแล้วพุดพิชชาก็ทำอาหารต่อ เพียงไม่นานทุกอย่างก็พร้อมส่ง หญิงสาวแวะที่ร้านเครื่องเขียนเพื่อซื้อใบเสร็จรับเงินเพราะอยากให้มีหลักฐานการซื้อขายไม่ใช่เพราะกลัวว่ากรกนกจะโกงแต่เพราะเธอจะได้เก็บดูไว้ว่ามีรายได้อะไรเข้ามาบ้างในแต่ละวัน
ดูเหมือนทุกอย่างในชีวิตจะเริ่มลงตัว พุดพิชชาทำข้าวกล่องไปส่งที่โรงเรียนและที่โรงพยาบาล รวมกันวันละประมาณ 40 กล่อง ยกเว้นวันเสาร์และอาทิตย์ เพราะหญิงสาวต้องมาเปิดร้านแต่เช้า วันนี้ก็เช่นกันพุดพิชชาเตรียมอาหารเช้าให้เพื่อนแล้วก็ลงมือทำกะเพราไก่ไข่ดาว เมนูง่ายๆ แต่กรกนกบอกว่าลูกค้าชอบเมนูนี้มากหญิงสาวกำลังคิดว่าในเดือนหน้าเธอจะลองเสนอเมนูประเภทแกงหรือแต้มจืดบ้างเพราะกลัวลูกค้าจะเบื่อแต่ก่อนอื่นเธอต้องให้กรกนกลองชิมก่อนเพราะวันนี้เธอทำพะแนงไก่ไข่ดาวไปให้ปราณติญาที่โรงเรียนเธอจึงทำเผื่อกรกนกทานเองหนึ่งชุดและยังเผื่อป้าลดาอีกหนึ่งชามใหญ่
เสียงออดหน้าประตูดังขึ้นขณะที่รัญภาคย์กำลังนั่งดูทีวีอยู่กับมารดาในห้องนั่งเล่น
“ใครมากันนะ” ลดาหันไปถามลูกชาย
“สงสัยไอ้เต้แน่ๆ เลย มันบอกว่าจะแวะมาหา” รัญภาคย์บอกมารดาจากนั้นชายหนุ่มก็เดินออกมาดู
“ใครมาเหรอลียา” เมื่อเดินออกมาจากห้องนั่งเล่นแล้วแต่ก็ไม่เห็นมีใครเดินเข้ามาสักคนชายหนุ่มจึงถามลียาที่เดินถือชามเข้ามาพอดี
“คุณพุดค่ะ เอาแกงมาให้แล้วก็กลับไปแล้วค่ะ” สาวใช้บอกกับรัญภาคย์
ชายหนุ่มมองชามในมือของลียาแล้วก็เริ่มหิว เมื่อเช้าเขาทานขนมปังสองแผ่นกับดื่มกาแฟไปหนึ่งแก้ว กลิ่นแกงหอมๆ ทำให้เขาต้องรีบบอกให้เธอเอาไปเก็บ ส่วนตัวเองก็เดินกลับเข้าไปหามารดา
“ทำไมเดินเข้ามาคนเดียวล่ะไหนว่าเพื่อนมาหา”
“ไม่ใช่หรอกครับแม่ คุณพุดที่อยู่ข้างบ้านเอาแกงมาให้”
“อ้าวแล้วหนูพุดไปไหนแล้ว”
“ลียาบอกว่าเธอเอาแกงมาให้แล้วก็กลับบ้านเธอเลย”
มื้อกลางวันของสองแม่ลูกวันนี้นอกจากจะมีกับข้าวที่มารดาของเขาทำให้แล้วยังมีพะแนงไก่เพิ่มมาอีกหนึ่งอย่าง ชายหนุ่มต้องตักข้าวเพิ่มเป็นจานที่สอง
“ผมว่าคงต้องหาที่ทำฟิตเนสฯ แล้วล่ะครับ เพราะที่ดินที่ผมพาแม่ไปดูครั้งก่อน ยังตกลงกันไม่ได้เพราะเจ้าของมีพี่น้องที่ถือครองกรรมสิทธิ์ร่วมกัน”
“ทำไมรีบขนาดนั้นล่ะรัญ รอหน่อยก็ได้ให้เค้าตกลงกันก่อนไม่เห็นเป็นไรเลยนี่ลูก”
“ก็คุณแม่ทำอาหารอร่อยอย่างนี้มีหวังผมได้น้ำหนักขึ้นแน่ๆ เลย”
“แม่ก็ทำอาหารปกตินะ ส่วนของหนูพุดนี่สิทำอะไรก็อร่อย แต่แม่ว่าน้ำหนักของรัญขึ้นสักนิดสักหน่อยก็ไม่เห็นเป็นไร เรานะจะห่วงไรกันหนักหนา”
“ผมต้องรักษาหุ่นนี่ครับแม่ ขืนปล่อยตัวเองให้อ้วนลูกค้าคงไม่ไว้ใจมาใช้บริการ”
“ไม่อ้วนหรอก ลูกแม่หุ่นดีที่สุด”
“แม่ก็ชมผมเกินไป”
“ก็แม่มีลูกชายคนเดียวนี่จะให้ไปชมใครที่ไหนล่ะ” สองแม่ลูกมองหน้ากันแล้วก็หัวเราะอย่างมีความสุข
