บทที่ 15 หัวใจเต้นจังหวะแปลก ๆ

“พี่พุด ชาเขียวนมสด 3 แก้ว ไม่ปั่นเดี๋ยวอีก 10 นาทีหลิวมาเอานะคะ” ต้นหลิวเดินมาบอกแล้วก็เดินผ่านไปอย่างรวดเร็วพุดพิชชารีบพยักหน้ารับแล้วแล้วทำตามที่ต้นหลิวสั่งก่อนจะเก็บไว้ในกล่องโฟมที่ทีน้ำแข็งรองอยู่ใต้กล่อง ระหว่างรอให้เจ้าของมารับ 

เวลาผ่านไป 15 นาทีเด็กสาวก็มารับชาที่สั่งไว้ 

“นึกว่าจะไม่มาเอาซะแล้ว” พุดพิชชาพูดที่เล่นทีจริง 

“มาเอาสิคะ พอดีร้านข้าวคนเยอะค่ะ เกือบไม่มีที่นั่ง” 

“เยอะทุกร้านเลยเหรอ” พุดพิชชาไม่เคยไปเดินดูร้านอื่น เพราะเวลานี้ลูกค้าของเธอก็เยอะเช่นกัน

“ค่ะพี่พุด หลิวล่ะเบื่อเลยจะไปซื้ออะไรกินที่เซเว่นคนก็เยอะอีก” 

“คราวหน้าซื้อมานั่งกินที่ร้านพี่ก็ได้ มีโต๊ะว่างอยู่” พุดบอกเด็กสาวเพราะโต๊ะด้านในที่เธอใช้วางของนั้นยังพอมีที่ว่าง ส่วนหน้าร้านก็มีลูกค้ามานั่งแต่ก็ไม่ทีใครนั่งนานส่วนใหญ่ซื้อแล้วก็กลับ 

“ขอบคุณค่ะพี่พุด” 

“พี่ว่าจะทำพวกแซนวิชมาขาย หลิวว่าจะขายได้ไหม” 

“น่าจะได้นะพี่ กินง่ายดีหลิวจะอุดหนุนเป็นคนแรกเลย” 

“พี่ยังทำไม่ค่อยอร่อยนี่สิ เอาอย่างนี้เดี๋ยวเสาร์หน้าพี่ว่าจะทำแซนวิชสำหรับใครที่ซื้อชา 1 แก้วพี่จะลดราคาให้เหลือชิ้นละ 15 บาทดีไหม ส่วนใครจะซื้อแค่แซนวิชก็คิด 20 บาท” 

“พี่พุดขยันจัดโปรโมชั่นจังเลย นี่จะแข่งกับเซเว่นใช่ไหมคะ”  

“พี่ว่ามันก็ไม่น่าเบื่อดีนี่” อีกเหตุผลหนึ่งที่เธอต้องขยันก็เพราะเธออยากเก็บเงินให้ได้มากที่สุด เธอไม่รู้ว่าอนาคตข้างหน้าจะเกิดอะไรขึ้น ตอนนี้เธอยังแรงก็ควรจะทำทุกอย่างให้เต็มที่

“ก็จริงนะคะพี่” ต้นหลิวพยักหน้า

“อย่ามัวคุยเพลินนะต้นหลิว แล้วมีเรียนอีกทีกี่โมง” 

“วันนี้มีเรียนถึงเย็นเลยค่ะ หลิวไปก่อนนะคะ” เด็กสาวรีบจ่ายเงินแล้วถือถุงใส่แก้วชาเขียววิ่งไปยังดึกด้านหน้าที่สถาบันกวดวิชาตั้งอยู่เรียงราย 

ลูกค้าวันนี้ยังเยอะเหมือนเดิมพุดพิชชายิ้มแย้มต้อนรับลูกค้า จนเวลาบ่ายสองโมงถึงได้ทานข้าวกลางวันที่เธอเตรียมมาจากบ้าน ขณะนั่งทานก็เปิดสมุดเล่มเล็กที่เธอกับแม่มักจะจดสูตรต่างๆ ไว้ เพียงไม่นานก็เจอหน้าที่ต้องการ หญิงสาวจดรายการที่ต้องซื้อลงกระดาษคิดไว้ว่าหลังจากปิดร้านวันนี้เธอจะไปซื้อของเพื่อมาทำน้ำสลัดสำหรับทาลงบนขนมปัง 

พุดพิชชาขับรถมาถึงบ้านเมื่อท้องฟ้าไม่มีแสงสว่างจากดวงอาทิตย์แล้วพอเข้าบ้านก็ได้ยินเสียงคนคุยกันดังแว่วออกมาทางห้องรับแขก เธอเดินเลี่ยงมาเข้าทางประตูหลัง เก็บของทุกอย่างเข้าที่ก่อนจะเดินไปตามเสียง 

“สวัสดีค่ะป้าดา” พุดพิชชายกมือไหว้ลดาอย่างเคย 

“สวัสดีจ้ะหนูพุด วันนี้กลับเสียมืดเลยนะจ๊ะ”

“พุดไปซื้อของมาค่ะ ป้าดามานานหรือยังคะ” 

“มานานแล้วจ้ะ นี่ก็กำลังจะกลับพอดี” 

“ทำไมรีบกลับล่ะคะ ไม่อยู่ทานข้าวด้วยกันก่อนเหรอคะ”ปราณติญาเอ่ยชวน 

“ป้าทานมาแล้วจ้ะ ที่มาก็แค่จะแวะเอาส้มมาแบ่งให้ทาน” 

“ขอบคุณนะคะป้าดา” พุดพิชชากล่าวขอบคุณ จากนั้นก็อาสาเดินไปส่งลาดที่หน้าบ้านหลังใหญ่

“ป่าน หิวหรือยัง” หญิงสาวถามเมื่อเดินกลับมาถึงบ้าน

 “ยังไม่หิวเลย แล้วแกละพุด” 

“ยังไม่หิวเหมือนกันวันนี้กินข้าวตอนบ่ายสอง” 

“ระวังเป็นโรคกระเพาะเอานะ แล้วนี้ไปซื้ออะไรมา” 

“ซื้อของมาเพิ่มนิดหน่อย ว่าจะลองทำแซนวิชไปวางขายด้วย เด็กๆ บอกว่าร้านข้าวกลางวันคนเยอะ ฉันเลยอยากเอาแซนวิชไปขายเผื่อเป็นทางเลือก” 

“ขยันจริงๆ เลยเพื่อนฉัน” 

“ก็ต้องขยันสิแก ไม่ขยันก็ได้อดตายกันพอดี เดี๋ยวรอสิบนาทีนะ ฉันจะทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาของโปรดให้แก ส่วนตั้งแต่พรุ่งนี้เป็นต้นไป อาหารเย็นจะเป็นพวกสลัดสลับกับผลไม้ โอเคไหม” พุดพิชชาบอกเพื่อนถึงเมนูอาหารเย็นที่เมื่อเช้าเธอเตรียมทุกอย่างแพ็คไว้แล้ว แค่เอาลงผัดก็ทานได้เลย 

“ไม่ต้องรีบนะ เดี๋ยวฉันออกไปซื้อของหน้าปากซอยแป๊บหนึ่ง” 

พุดพิชชาทำสปาเก็ตตี้ผัดขี้เมาทะเลให้ตัวเองกับปราณติญาคนละจาน พอนำมาวางบนโต๊ะปราณติญาก็กลับมาพอดี 

“ไปซื้ออะไรมาน่ะป่าน” เธอมองถุงจากร้านสะดวกซื้อในมือเพื่อน

“นี่ไง ไม่ได้กินนานแล้ว” ปราณติญาชูเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ขวดสีน้ำตาลแดงกับสีม่วงให้หญิงสาวดู 

“กินคืนนี้เดี๋ยวพรุ่งนี้ก็ไปทำงานไม่ไหวหรอก” พุดพิชชาเป็นห่วงเพื่อนเพราะสมัยเรียนปราณติญากับเธอเคยดื่มด้วยกันบ่อยและเพื่อนของเธอก็มักจะเมาจนตื่นอีกทีเที่ยงของวันใหม่ 

“พรุ่งนี้โรงเรียนหยุดหนึ่งวัน” ปราณติญาบอกแค่นั้นแล้วตัวเองก็เดินไปหยิบแก้วกับน้ำแข็งเดินนำเพื่อนไปยังโซฟาหน้าทีวี  

“เอายำเพิ่มไหมป่าน”  เมื่อเห็นว่าเพื่อนอยากนั่งดื่มเธอเลยหากับแกล้มเพิ่มให้

“ได้สิ ขอบใจมากนะพุด” 

ปราณติญานั่งดื่มไปพร้อมกับดูซีรี่ย์เกาหลีไปได้ไม่นานก็เริ่มเมา พุดพิชชาจึงต้องประคองเพื่อนเข้าไปนอน จากนั้นตัวเองก็มาจัดการทำความสะอาดจานชาม เมื่อเห็นว่าปราณติญาเมาหลับไปแล้วเธอก็เริ่มลงมือทำน้ำสลัดตามสูตรที่เคยทำ เมื่อลองชิมรสชาติแล้วก็ยังไม่ลงตัวเธอเลยต้องปรับลดบางอย่างและเพิ่มบางอย่างกว่าจะถูกใจก็เกือบจะเที่ยงคืน พุดพิชชาเก็บเศษอาหารทั้งหมดใส่ถุงเดินไปทิ้งที่ถังขยะหน้ารั้วบ้าน เพราะไม่อยากให้มีเศษอาหารอยู่ในบ้าน หญิงสาวกลัวพวกหนูและแมลงสาบจะพากันมากินเศษอาหาร เธอหย่อนถุงลงไปในถังขยะแล้วขณะ ที่กำลังจะหันหลังกลับก็ปะทะกับร่างสูงใหญ่ของใครบางคน พุดพิชชากรี๊ดสุดเสียง เธอทุบกำปั้นไปที่แผงออกกว้างโดยไม่คิดจะมองว่าเป็นใครจากนั้นก็ตั้งท่าจะวิ่งหนี แล้วมือใหญ่ก็กำข้อมือเธอไว้ แล้วดึงร่างของเธอกลับเข้ามา เขากอดเธอไว้เพื่อไม่ให้เธอทุบเขาได้อีก กลิ่นแอลกอฮอล์อ่อนๆ ทำให้เธอคิดว่าเป็นพวกขี้เมาเมื่อคิดได้พุดพิชชาก็ยิ่งกลัวมากขึ้น

“ช่วยด้วยใครก็ได้ช่วยด้วย” มือใหญ่รีบปิดปากเธอทำให้ตอนนี้ได้ยินแต่เสียงอู้อี้ฟังไม่ได้ศัพท์ 

“คุณ คุณ ผมเอง ลืมตาสิ” เมื่อเห็นว่าหญิงสาวยังไม่ยอมลืมตาชายหนุ่มเจ้าของร่างใหญ่จึงขู่ขึ้น “นี่คุณ ผมบอกให้ลืมตา ถ้าไม่ลืมตาผมจะทำมากกว่าเอามือปิดปากนะ”

พุดพิชชาได้สติรีบลืมตามตามคำสั่งแล้วก็ต้องตกใจเพระตอนนี้ใบหน้าของเธออยู่ห่างจากใบหน้าของชายหนุ่มข้างบ้านเพียงนิด

เมื่อรัญภาคย์เห็นว่าหญิงสาวน่าจะจำเขาได้คลายมือที่ปิดปากเธอออกอย่างช้าๆ

“คุณ” พุดพิชชาพยายามนึกว่าชายหนุ่มชื่ออะไรแต่ตอนนี้สมองของเธอมึนงงเกินกว่าจะนึกอะไรออก และเมื่ออยู่ในอ้อมกอดของเขาแล้วเธอเองก็เรียกสติกลับมาได้ค่อนข้างยากเลยทีเดียวเดียว 

“ผมเอง” 

“ค่ะ ปล่อยก่อนได้ไหมคะ” พุดพิชชาบอกอย่างอาย

ชายหนุ่มเองก็ลืมตัวไปว่าเขากำลังกอดเธออยู่ “คุณออกมาทำอะไรดึกขนาดนี้” เขาถามแก้เก้อ

“ฉันเอาขยะมาทิ้งค่ะ” เสียงยังมีแววของความตื่นตกใจ

“ใครเขาทิ้งขยะกันเวลานี้บ้าง ไม่กลัวอะไรเลยหรือยังไงครับ” รัญภาคย์แกล้งทำเสียงเข้มไปอย่างนั้น แต่ตอนนี้ภายในใจกลับรู้สึกแปลกๆ เมื่อสักครู่ตอนที่เขากอดเธอไว้นั้นหัวใจของเขาเต้นแทบไม่เป็นจังหวะ กลิ่นหอมอ่อนจากเรือนผมของหญิงสาวทำให้เขาต้องสุดหายใจเข้าอีกรอบ

“ก็ฉันพึ่งทำงานเสร็จนี่คะ แล้วคุณล่ะออกมาทำอะไรเวลานี้” เมื่อตั้งสติได้หญิงสาวก็ถามเขากลับบ้าง

รัญภาคย์นั้นไม่ตอบคำถามของเธอ แต่เขาเดินนำหญิงสาวมายังประตูรั้วบ้านของปราณติญา “ดึกแล้วคุณเข้าบ้านไปเถอะ เป็นผู้หญิงออกมาเวลานี้มันอันตราย” ชายหนุ่มกล่าวด้วยเสียงเรียบ

พุดพิชชาทำตามเขาโดยเธอรีบเดินเข้าบ้านแล้วล็อคประตูรั้วอย่างงงๆ กับการกระทำของชายหนุ่มแต่เธอก็ง่วงเกินกว่าจะถามเขาให้รู้เรื่อง 

ส่งหญิงสาวเข้าบ้านไปแล้วรัญภาคย์ก็เดินเข้าบ้านตัวเอง วันนี้ชายหนุ่มไปดูตึกแห่งหนึ่งที่ประกาศขาย เป็นตึกขนาด 4 คูหาสูงสามชั้นสภาพของอาคารยังใหม่อยู่มากเพราะเจ้าของเดิมเปิดให้เช่าเป็นสำนักงานตรวจสอบบัญชีแต่ด้วยสภาพเศรษฐกิจผู้เช่าเดิมจึงขอย้ายไปเช่าที่อื่น พอเจ้าของเดิมไม่มีรายได้จึงประกาศเพราะดีกว่ารอให้คนมาเช่า เมื่อเขาเห็นป้ายประกาศขายจึงโทร. ไปนัดกับเจ้าของเพื่อต่อรองราคา จากนั้นเขาก็ติดต่อเพื่อนของเขาที่เป็นวิศวกรเพื่อมาวิเคราะห์ความแข็งแรงโครงสร้างก่อนที่เขาจะทำตึกนี้เป็นฟิตเนสเซ็นเตอร์อย่างที่ตั้งใจ กว่าจะขับรถมาถึงบ้านก็ดึกมากแล้ว ขณะที่เขากำลังจะเดินมาปิดประตูรั้วก็เห็นหญิงสาวข้างบ้านเดินออกมา ชายหนุ่มเห็นว่าดึกแล้วเขาเลยจะเดินมาดูว่าเธอมีอะไรให้เขาช่วยหรือเปล่า แต่ก็ต้องโดยทุบรัวๆ จนต้องกอดร่างบอบบางนั้นก่อนที่เธอจะทำร้ายเขามากไปกว่านี้ นานแล้วที่รัญภาคย์ไม่รู้สึกใจเต้นแรงและหายใจไม่ทั่วท้องแบบนี้มาก่อนไม่ใช่เพราะว่าเขาไม่เคยใกล้ชิดผู้หญิงแต่ความรู้สึกมันต่างออกไปจากทุกๆ ครั้งที่ผ่านมา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป