บทที่ 2 ออกเดินทาง 2
พอออกจากประตูวิหารหญิงสาวเดินอ้อมไปด้านหลัง
เพื่อไหว้พระอัฏฐารส พระพุทธรูปยืนปางห้ามญาติ จากนั้นก็นั่งลงบนม้าหินอ่อนที่อยู่บริเวณด้านข้างทางเดิน ความเงียบสงบทำให้เธอนั่งคิดอะไรเพลินอยู่นาน
ติ๊ด...ติ๊ด...ติ๊ด...
เสียงโทรศัพท์ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ดังขึ้น หญิงสาวรีบเอามือล้วงกระเป๋าออกมาทันที
“พุดแกถึงไหนแล้ว”
เสียงเรียกอย่างสนิทดังมาตามสายทันทีที่หญิงสาวกดรับ
พุดพิชชาคือชื่อเต็มของหญิงสาวที่ถูกเรียกว่า"พุด"หญิงสาววัย 25 ปี เธอเรียนจบคณะบริหารธุรกิจ
ส่วนเพื่อนที่โทรศัพท์มาตามเธอนั้นชื่อว่าปราณติญาหรือที่เธอเรียกติดปากว่าป่าน หรือป่านแก้วนั้นเป็นเรียนจบคณะคุรุศาสตร์และตอนนี้ก็มาเป็นครูอยู่ที่นี่
“ถึงพิด’โลกแล้ว ไหว้พระพึ่งเสร็จกำลังจะออกจากวัดแล้วล่ะ” หญิงสาวหมายถึงจังหวัดพิษณุโลกซึ่งตั้งอยู่ตอนบนของภาคกลางและตอนล่างของภาคเหนือ
“อ้าว! แทนที่จะมาหาเพื่อนก่อนจะได้ไปไหวพระด้วยกัน”ปราณติญาต่อว่าเพื่อนอย่างไม่จริงจังมากนัก
“ฉันพึ่งมาถึงก็ต้องไปไหว้พระเพื่อเป็นสิริมงคลก่อนสิ ส่วนแกอยู่มาตั้งแต่เกิดจะไปไหว้ตอนไหนก็ได้นี่ป่าน” เธอรีบอธิบาย
“ก็จริงของแกนะ งั้นรีบเข้ามาที่บ้านเลยนะ ฉันอยากเจอจะแย่แล้ว”
“อือ กำลังออกจากวัดแล้ว อีกไม่เกิน 10 นาทีถึงบ้านแกแน่”คนพูดรีบขึ้นรถแล้วขับออกไป เธอเคยมาบ้านเพื่อนคนนี้แล้วหลายครั้งจึงรู้เส้นทางเป็นอย่างดี
ทันทีที่รถสีเหลืองสดจอดที่หน้าบ้าน หญิงสาวที่นั่งอยู่หลังพวงมาลัยก็รีบเปิดประตูออกไปหาเพื่อนซึ่งตอนนี้ก็ออกมายืนรออยู่ที่หน้ารั้วไม้สีขาวเตี้ยๆ ทั้งสองสวมกอดกันด้วยความคิดถึง
“ไม่เจอเกือบปีสวยขึ้นเยอะเลยนะพุด”
เจ้าของบ้านทักทายผู้มาเยือนด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอย่างดีใจ ก่อนจะพากันเดินเข้าไปในตัวบ้าน
“ป่านก็สวยขึ้นเหมือนกัน ไม่คิดเลยว่าสาวห้าวอย่างแกจะสวยได้ขนาดนี้” พุดพิชชามองหน้าเพื่อนแล้วก็หัวเราะพร้อมๆ กัน
“เดินทางมาเหนื่อยๆ ไปล้างหน้าก่อนไหม เดี๋ยวจะพาไปหาอะไรกินอร่อยๆ”
“ไม่เหนื่อยหรอกขับมาเรื่อยๆ แล้ววันนี้ป่านมีโปรแกรมทำอะไรไหม ฉันมาทำให้ผิดแผนหรือเปล่า” หญิงสาวอย่างเกรงใจ
เพราะเธอไม่ได้คิดมาก่อนว่าจะมาหาเพื่อนที่นี่ แต่ก็ไม่รู้ว่าจะไปที่ไหน คนเดียวที่เธอนึกถึงก็คือเพื่อนคนนี้
“ไม่มีอะไรพิเศษ แค่ว่าจะออกไปหาซื้อของใช้สักหน่อย พุดมาก็ดีเลย จะได้ไปช่วยกันเลือก”
“อือ ขอฉันล้างหน้าล้างตาก่อน ป่านกินอะไรหรือยัง” พุดพิชชาถามเพื่อน
“กินกาแฟไปแก้วเดียวตอนเช้า กะว่ารอพุดมาก่อนแล้วไปกินด้วยกันทีเดียว”
“อือ ฉันเลยทำให้แกต้องหิ้วท้องรอ”
“ไม่หรอกวันเสาร์ก็งี้แหละ” ปราณติญาพาเพื่อนเดินไปยังห้องนอนของตัวเอง
“ใช้ห้องฉันไปก่อนนะ แกโทร. มาซะดึก ฉันเลยยังไม่ได้ทำความสะอาดห้อง เอาไว้ไปซื้อของกลับมาค่อยว่ากันอีกที”
“เดี๋ยวฉันทำเองป่านไม่ต้องลำบากหรอก แค่ให้ฉันมาอยู่ด้วยก็ไม่รู้จะขอบคุณแกยังไงดี”
“อย่าคิดมากน่ะ เราเพื่อนกัน” เธอตบบ่าเพื่อนอย่างให้กำลังใจ
ปราณติญาพาเพื่อนมาซื้อของยังห้างสรรพสินค้าที่มีสาขาทั่วประเทศเมื่อได้ของใช้ครบแล้วก็พากันไปกินพิซซ่ายังร้านที่ในบริเวณเดียวกับห้าง
“ไม่ได้กินมานานมากแล้วนะ นึกถึงสมัยเรียนเนาะพุด”
ปราณติญานึกไปถึงวัยเรียนที่เธอกับพุดพิชชามักจะออกไปทานพิซซ่าด้วยกันบ่อยๆ
“อือ นั่นสิ แต่ก่อนเรามักไปกินกันทุกวันหยุด กินเท่าไหร่ก็ไม่เบื่อและไม่อ้วนด้วย”
“ก็อย่างว่าแหละ แต่ก่อนระบบเผาผลาญยังดีอยู่ แต่ตอนนี้ถ้ากินบ่อยๆ มีหวังได้อ้วนแน่ แต่วันนี้ถือเป็นโอกาสพี่เศษ โอกาสที่เราสองคนจะได้มาอยู่ด้วยกัน”
“ฉันดีใจนะที่ในวันที่แย่ที่สุดก็มะแกอยู่เคียงข้าง”
“ไหนลองเล่ามาสิ ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ฉันรู้ว่าแกรักร้านกาแฟที่แกกับแม่ช่วยกันสร้างมากแค่ไหน อยู่ๆ แกคงไม่ทิ้งร้านมาอย่างนี้แน่ๆ”
“ก็พ่อน่ะสิ จะให้ยายผกากับลูกสาวเข้าไปทำงานที่ร้านกาแฟ ถ้าเข้าไปช่วยงานฉันจะไม่ว่า แต่ที่ฉันได้ยินคือนางจะเข้าไปเป็นผู้จัดการร้านดูแลรายรับรายจ่าย แล้วจะให้ฉันเป็นพนักงานรับเงินเดือน ใครจะยอม ร้านนี้ฉันกับแม่ช่วยกันสร้างอยู่ๆ จะมาชุบมือเปิบ”พุดพิชชาหัวเสียที่พูดถึงเรื่องนี้
