บทที่ 6 มองหาสิ่งใหม่ 2
“นั่งน่ะนั่งได้นะ แต่แกคงไม่บ้าชิมทุกร้านนะพุด” ปราณติญารีบบอกเพราะกลัวว่าเพื่อนจะกินกาแฟเยอะเกิน
“อือ ขืนฉันไปชิมทุกร้านมีหวังได้ตาแข็งไม่ต้องหลับกันพอดี” แล้วเธอก็หัวเราะไปกับคำพูดของตัวเอง
พอทานก๋วยเตี๋ยวกันเสร็จปราณติญาก็พาเพื่อนขับรถไปเรื่อยๆ
“ทำไมแถวนี้เด็กเยอะจัง” พุดพิชชาถามขึ้น
“อ๋อ แถวนี้มีที่เรียนพิเศษเยอะ สถาบันกวดวิชาจากรุงเทพฯ ก็มาตั้งสาขากันที่นี่ ลูกเพื่อนครูที่โรงเรียนฉันก็มาเรียนที่นี่เหมือนกัน บางทีมาส่งตั้งแต่เช้าแล้วมารับอีกครั้งก็ตอนเย็น”
ปราณติญาบอกเพื่อนตามที่เธอรู้มา
“แถวนี้ไม่ค่อยมีร้านกาแฟเลย คงเพราะมีแต่เด็กๆ ไม่ค่อยมีวัยทำงาน”คนช่างสังเกตบอกเพื่อน
“อือฉันเห็น มีแต่ร้านอาหารตามสั่งเต็มไปหมด ขนาดร้านสะดวกซื้อยังมีตั้งสองร้านทั้งๆ ที่ห่างกันแค่ซอยเดียว”
“ลองจอดหน่อยได้ไหม แกนั่งรอในรถก็ได้ ฉันว่าจะลองเดินแถวนี้สักหน่อย”
พุดพิชชาบอกเพื่อนให้จอดข้างทางพอดีกับมีที่ว่างปราณติญาจึงรีบเข้าไปจอด
“ไม่เป็นไรฉันลงไปเดินด้วยจะได้ดูด้วยว่าโรงเรียนกวดวิชาอะไรบ้าง เผื่อเป็นข้อมูลให้เด็กมาเรียนช่วงปิดเทอม”
พุดพิชชาลงมาจากรถเป็นคนแรก หญิงสาวถ่ายรูปบริเวณรอบๆ ไว้เผื่อจะมีประโยชน์บ้างเด็กที่มาเรียนส่วนใหญ่เป็นระดับมัธยม
เพราะดูจากโรงเรียนกวดวิชาต่างๆ จะมีแต่ครอสที่เปิดสอนในระดับมัธยมทั้งนั้น
บริเวณรอบๆ ของอาคารมีเป็นร้านอาหารที่ถูกแบ่งให้เช่าเป็นห้องๆ เล็กมีทั้งร้านอาหารตามสั่ง ร้านก๋วยเตี๋ยว ร้านข้าวมันไก้ ร้านส้มตำ ร้านเครป ร้านลูกชิ้นปิ้ง ร้านวาฟเฟิล ร้านกาแฟโบราณที่มีน้ำอัดลมและน้ำเปล่าขายอยู่ด้วย ริมสุดเป็นร้านกาแฟขนาดใหญ่ที่ภายในมีตู้เค้กวางเรียงกันจนเต็มตู้
พุดพิชชามองเข้าไปในร้านก็เห็นมีลูกค้าอยู่เพียงแค่โต๊ะเดียว
“มีแต่นักเรียนจริงๆ ด้วยนะพุด” ปราณติญาที่ตอนนี้ในมือเต็มไปด้วยใบปลิวของสถาบันกวดวิชาต่างๆ พูดขึ้น
“ใช่บางทีฉันอาจจะลองมาเปิดร้านที่นี่”
“ก็ดีนะพุดเด็กเยอะดี”
“เด็กเยอะนั่นแหละปัญหา เพราะเด็กไม่กินกาแฟ แกเห็นร้านนั้นไหมคนเยอะเชียว”
พุดพิชชาชี้ให้เพื่อนดูร้านหนึ่งที่ตอนนี้มองไม่เห็นเลยว่าขายอะไรเพราะเด็กยืนเต็มหน้าร้านไปหมด
“ร้านนั้นขายอะไรเหรอ”
“ขายน้ำ พวกโกโก้ ชาเขียว” พุดพิชชาตอบเพื่อน
“คงมีร้านเดียว แกอย่าบอกนะว่าจะเปลี่ยนจากร้านกาแฟเป็นเหมือนร้านนั้น”
“ก็กำลังคิดอยู่ ร้านกาแฟมันคือสิ่งที่ฉันรักและทำมาตลอดแต่ตอนนั้นฉันทำเพราะแม่เริ่มทำทุกอย่างไว้เป็นระบบแล้ว บางที่ฉันอาจจะขายพวกน้ำชงรสชาติต่างๆ แบบร้านนั้นก็ได้เพราะคงลงทุนน้อยกว่าร้านกาแฟแน่ รอให้เก็บเงินได้เยอะๆ แล้วค่อยทำร้านกาแฟ แต่ถ้าฉันจะเปิดที่นี่ก็ต้องหาข้อแตกต่างเพื่อดึงลูกค้า แต่ตอนนี้ยังคิดไม่ออกเลย”
“เอาน่าพุด แกอย่าพึ่งคิดมากค่อยๆ คิดนะเดี๋ยวฉันช่วยแกคิดอีกคน” ปราณติญาไม่อยากให้เพื่อนต้องเป็นทุกข์
พุดพิชชาตื่นนอนแต่เช้าเตรียมกาแฟและอาหารเช้าให้เพื่อนได้ทานก่อนไปทำงาน ส่วนตัวเองนั้นดื่มแค่กาแฟหนึ่งแก้วจากนั้นก็เริ่มทำความสะอาดห้องนอนห้องเล็กที่เพื่อนยกให้เป็นห้องของเธอนับจากนี้เป็นต้นไป
หญิงสาวปัดกวาดเช็ดถู เพียงไม่นานก็สะอาดเพราะบ้านหลังนี้เพื่อนของเธอพึ่งซื้อได้มาจากโครงการหมู่บ้านจัดสรรเพียงไม่นานฝุ่นจึงยังไม่เยอะเท่าไหร่
จากนั้นพุดพิชชาก็รีบอาบน้ำแต่งตัว วันนี้เธอต้องขับรถไปสำรวจร้านกาแฟในวันธรรมดาอีกครั้ง
แล้วคิดว่าจะไปซื้อของใช้ส่วนตัวเพิ่มอีกเล็กน้อย พอตกเย็นก็จะวนไปดูแถวโรงเรียนกวดวิชาที่ไปเมื่อวานอีกครั้งเพื่อดูว่าในวันธรรมดาหลังเลิกเรียนนั้นมีเด็กมาที่นั่นเยอะมากแค่ไหน
พุดพิชชานั่งตรงข้ามกับเด็กผู้หญิงสองคนในร้านอาหารตามสั่ง เธอเลือกสั่งข้าวผัดไข่ 1 จาน ระหว่างรอก็เริ่มชวนเด็กสาวตรงหน้าคุย
“น้องมาเรียนที่นี่เหรอคะ”
“ค่ะ แล้วพี่ล่ะคะมาทำอะไร” เด็กสาวถามกลับ
“พี่มารอเพื่อนค่ะ แถวนี้ร้านข้าวเยอะนะคะ”
“ค่ะ ร้านนี้อร่อยสุดคนเลยเยอะหน่อย” เด็กสาวบอกกับเธอ
“แล้วเรียนกันถึงกี่โมงคะ”
“สองทุ่มค่ะ”
“โอ้โห อย่างนี้กว่าจะถึงบ้านไม่ง่วงก่อนเหรอคะ”
“พวกหนูมาอยู่หอค่ะ เลยต้องฝากท้องที่ร้านนี้ตลอด”
หญิงสาวพนักหน้ารับรู้แต่ก็ไม่ได้พูดอะไรต่อ
เพราะเห็นว่าอาหารของเด็กนักเรียนทั้งสองคนได้แล้วเธอจึงนั่งเงียบๆ มองดูเด็กจากหลายๆ โรงเรียนที่พากันเดินให้ขวักไขว่
พอข้าวผัดไข่ของตัวเองมาถึงแล้วเธอก็เริ่มทานอย่างช้าๆ อาหารอร่อยอย่างที่เด็กสองคนตรงหน้าพูดเธอ แต่เธอก็ทานเพียงครึ่งจากเพราะต้องกลับไปทานข้าวกับปราณติญา
พอออกจากร้านหญิงสาวก็ไปยังตลาดเพื่อซื้ออาหารสดเมื่อเห็นราคาผักสดแล้วเธอก็ยิ้ม เพราะที่นี่ผักราคาถูกกว่ากรุงเทพฯ อยู่มากเธอเลือกซื้อผักจากชาวบ้านที่วางขายกันเรียงราย จากนั้นก็ซื้อหมูและไข่อีกจำนวนหนึ่ง
ก่อนจะรีบขับรถกลับบ้าน ระหว่างทางเธอก็รีบไลน์บอกให้ปราณติญาหุงข้าวไว้รอ ส่วนเธอจะกลับไปทำกับข้าวเอง
“เป็นยังไงบ้าง วันแรกได้เรื่องไหม” ปราณติญาเข้ามาช่วยเพื่อนถือถุงใส่ของไปวางบนโต๊ะในห้องครัว
“อือ คิดว่าร้านกาแฟคงเป็นไปได้ยากแล้วแหละป่านเพราะร้านกาแฟที่นี่เยอะมาก ลูกค้าแต่ละร้านก็ไม่เยอะเท่าไหร่ บางร้านก็แทบไม่มีลูกค้าเลยเลย” พุดพิชชาเริ่มคิดมากเพราะทุกอย่างไม่เป็นอย่างที่คิดไว้
“อือ เมืองมันเล็กค่อยๆ ดูไปก่อนก็ได้ เอานี่กินลำไยก่อน ครูที่โรงเรียนซื้อมาเยอะเลยแบ่งให้ฉันเอากลับบ้าน” ปราณติญายื่นจานขนาดย่อมที่มีลำไยอยู่เต็มจานมาให้เธอ
หญิงสาวหยิบลำไยมาแกะเปลือกออกแล้วส่งเข้าปาก รสชาติที่หวานของลำไยทำให้เธอรู้สึกดีขึ้น
“นึกออกแล้ว” พุดพิชชาตะโกนลั่นบ้านหลังจากที่คายเมล็ดลำไยออกมา
“พุดเป็นอะไร เพี้ยนไปแล้วเหรอ” ปราณติญาตกใจกับท่าทีของเพื่อน
“ป่านแก้ว ฉันคิดออกแล้วว่าจะขายอะไรแกดูนี่นะ” เธอยื่นเมล็ดลำไยในมือให้เพื่อนดู
“เมล็ดลำไย พุดแกจะขายลำไยเหรอ” ปราณติญายังไม่เข้าใจ
“เปล่า ไม่ใช่อย่างนั้น ป่านดูนี่สิมันเหมือนอะไร”ปราณติญาส่ายหัวอย่างคิดไม่ตก
“ชาไข่มุก ฉันจะขายชาไข่มุก” กระแสชาไข่มุกนั้นมีมาหลายปีแล้ว และระยะหลังๆ มานี่ก็เงียบหายไป
