บทที่ 9 พวกสอดรู้

ปราณติญาขับรถออกไปทำงาน เพียงไม่นานพุดพิชชาก็ขับรถตามไปหญิงสาวไปเพื่อไปซื้อของมาเพิ่มเพราะคิดว่าที่มีอยู่อาจจะไม่พอกับจำนวนครูที่ปราณติญาแจ้ง เธอเลือกซื้อขนมจีนที่จัดใส่ตะกร้าพลาสติกใบเล็กๆไว้หลายตะกร้าเพราะคิดว่าดีกว่าซื้อตะกร้าใหญ่แค่ตะกร้าเดียว เพราะจะได้สะดวกในการแบ่งกันทาน จากนั้นหญิงสาวก็ไปซื้อถั่วงอกและถั่วฝักยาวรวมถึงผักกาดดองเพื่อเป็นเครื่องเคียง

พอกลับถึงบ้านก็ลงมือทำโดยไม่รอช้า กลิ่นของน้ำพริกขณะที่ผัดกับกะทินั้นหอมไปทั่วบริเวณบ้านแล้วก็ต้องแปลกใจเมื่อได้ยินเสียงจากอีกฝั่งหนึ่งของผนังกำแพงของบ้านที่ติดกัน ตะโกนแว่วมา

“หนูป่าน วันนี้ไม่ไปโรงเรียนหรอทำอะไรทานคะกลิ่นหอมมาถึงบ้านป้าเลย” เสียงที่ทักทายมานั้นไม่ได้ตำหนิ หากแต่เป็นเสียงทักทายอย่าเป็นกันเองมากกว่า

“ขอโทษนะคะ ที่กลิ่นไปปรบกวน”  

“ไม่ได้รบกวนหรอกจ้ะเพียงแต่ป้าแปลกใจที่หนูป่านไม่ไปทำงาน” 

“หนูเป็นเพื่อนของป่านค่ะกำลังทำแกงเขียวหวานคุณป้าอยากลองชิมฝีมือหนูไหมคะ” 

“ไม่เป็นไรจ้ะ ป้าเกรงใจ” 

“หนูทำเยอะเลยค่ะ ไม่ต้องเกรงใจ เดี๋ยวถ้าทำเสร็จแล้วหนูจะตักแบ่งไปให้นะคะ หนูพึ่งมาอยู่ใหม่อยากฝากเนื้อฝากตัวกับคุณป้าด้วยค่ะ” แม้ว่ายังไม่ได้เห็นหน้ากันแต่ต่างคนก็คุยอย่างเป็นกันเอง

“งั้นก็ได้จ้ะ จะได้เห็นหน้าเห็นตากันด้วย คุยผ่านกำแพงอย่างนี้ไม่ดีเลย” เสียงอีกฝั่งพูดมาช่างตรงใจพุดพิชชายิ่งนัก

“ได้ค่ะคุณป้า”

“หนูทำต่อเถอะจะ ป้าไม่กวนแล้วเดี๋ยวแกงไม่เสร็จกันพอดี”

“ค่ะ”  

พุดพิชชาล้างและหั่นผักระหว่างรอแกงเขียวหวานเดือด พอเสร็จเธอก็แบ่งแกงใส่ชามให้คุณป้าข้างบ้านแต่เธอไม่รู้ว่าบ้านนั้นอยู่กันกี่คน จะโทรไปถามปราณติญาก็กลัวว่าเพื่อนจะกำลังสอนอยู่ หญิงสาวเลยเตรียมไว้สำหรับพอทานสามคน เธอเตรียมทั้งแกง ขนมจีน ผัก รวมไปถึงไข่ต้มสำหรับทานกับขนมจีนแกงเขียวหวาน และเมื่อเตรียมทุกอย่างเสร็จก็อาบน้ำสระผมก่อนที่จะไปทำความรู้จักกับคุณป้าข้างบ้าน 

หญิงสาวกดออดที่หน้าประตูเพียงไม่นานก็มีเด็กสาวอายุประมาณ 15 ที่พูดภาษาไทยค่อนข้างชัดแต่ก็ยังติดสำเนียงต่างด้าวอยู่บ้าง เด็กสาวพาเธอไปยังห้องรับแขกที่มีหญิงสูงวัยท่าทางใจดีนั่งรออยู่แล้ว 

“สวัสดีค่ะคุณป้า” พุดพิชชายกมือไหว้ก่อนจะนั่งลงบนเก้าอี้บุนวมตัวใหญ่ 

“ไหว้พระเถอะ มานั่งตรงนี้สิ จะได้คุยกันใกล้ๆ” 

“ค่ะ”

“เป็นเพื่อนหนูป่านเหรอจ้ะแล้วชื่ออะไรล่ะ” 

“ใช่ค่ะ หนูเป็นเพื่อนป่านแก้วชื่อพุดค่ะ มาจากพุดพิชชาค่ะ” 

“อ๋อ ดอกพุดพิชชานี่เอง ป้าชื่อลดา หนูเรียกป้าดาก็ได้ แต่ก่อนป้าอยู่กรุงเทพฯ ไม่ค่อยได้มาอยู่ที่นี่แต่จากนี้ป้าคงย้ายมาอยู่ที่นี่อย่างถาวร หนูพุดแวะมาคุยกับป้าได้ตลอดนะลูก” ลดารู้สึกเอ็นดูหญิงสาว

“ได้ค่ะคุณป้า ช่วงนี้พุดยังว่างจะมาคุยกับป้าบ่อยๆ” 

“แล้วหนูพุดทำงานอะไร เป็นครูอย่างหนูป่านแก้วหรือเปล่า” 

“เปล่าค่ะ พุดกำลังจะเปิดร้านขายชานมไข่มุกค่ะ”                        

“ขายที่ไหนละจ้ะ” หญิงสาวบอกกับผู้หญิงสูงวัยอย่างละเอียด เธอรู้สึกอบอุ่นที่ได้คุยกับป้าลดา แต่ก็ต้องรีบขอตัวกลับเพราะยังต้องเอาแกงเขียวหวานไปให้ปราณติญาที่โรงเรียนด้วย

การทำสัญญาเช่าเป็นไปได้ด้วยดี พุดพิชชาตรวจสอบสัญญาเช่าและใบเสร็จรับเงินอย่างละเอียด จากนั้นเธอก็โอนเงินให้กับกับของร้านเดิม พอตกบ่ายก็ไปร้านทำป้ายที่เพื่อสั่งทำป้ายไวนิลชื่อร้านแปะทับป้ายเดิมหน้าและธงญี่ปุ่นพร้อมขาตั้งมาตกแต่งหน้าร้าน ก่อนกลับก็แวะไปร้านขายเครื่องเขียนเพื่อซื้อกระดาษสำหรับปริ้นใบปลิวแนะนำร้านรวมถึงโปรโมชั่นที่เธอจะจัดในช่วงแรกของการเปิดร้าน

"พุด ครูที่โรงเรียนชมกันใหญ่เลยว่าแกงเขียวหวานของแกอร่อยมาก ถ้าแกจะเปลี่ยนใจมาเปิดร้านอาหารก็ได้นะ” ปราณติญารีบบอกเพื่อนเมื่อกลับมาถึงบ้าน

“ร้านอาหารฉันคงทำไม่ไหวหรอกแก ตอนนี้เอาแค่ร้านชาให้รอดก่อน” 

“แกสนใจทำข้าวกล่องไหม ฉันจะรับออเดอร์ครูที่โรงเรียนให้” 

“ก็สนใจนะ แต่ไม่ยากให้แกลำบาก”

“ไม่ลำบากเลย บางทีกินอะไรเดิมๆ  มันก็เบื่อ” 

“อ๋อ อยากหาอะไรอร่อยๆ ทานก็ไม่บอก เอาอย่างนี้ไหม ฉันจะทำไลน์กลุ่มสั่งอาหาร ครูคนไหนอยากซื้อก็ให้แจ้งไว้แกจะได้ไม่ต้องวุ่นวาย แต่คงรับนานๆ ครั้ง เพราะถ้าเรากินอะไรติดๆ กันก็มักจะเบื่อและมักจะบอกว่าไม่อร่อย”  

“แต่ช่วงแรก คงยังไม่เบื่อหรอกน่า เอาไว้เบื่อๆ แล้วจะบอกนะ” 

“อย่างนั้นก็ได้แต่รออีกสักพักนะ รอร้านชาเข้าที่เข้าทางก่อน” แม้จะอยากมีรายได้แต่เธอก็กลัวถ้าทำสองอย่างพร้อมๆ กันเธอจะทำไม่ทัน

 “แล้วที่ร้านมีอะไรให้ช่วยไหม เสาร์นี้ฉันว่าง” 

“ดีเลยป่าน ฉันอยากให้ไปช่วยตกแต่งร้านหน่อย เพราะร้านเดิมไม่ค่อยสดใส แกว่าทาสีใหม่หรือซื้อวอลเปเปอร์ลายสวยๆ มาติดดี” 

“วอลเปเปอร์ดีไหม เดี๋ยวฉันพาไปดูที่ร้าน” หญิงสาวรีบบอกเพื่อน เพราะเองก็พึ่งไปซื้อของที่ร้านนี้มาตกแต่งผนังในห้องนอน

“ป่าน แกรู้จักป้าดาไหม” พุดพิชชานึกได้ก็รีบถามเพื่อนถึงเพื่อนบ้านที่เธอเองได้รู้จัก

“ป้าดา บ้านหลังใหญ่ใช่ไหม รู้จักสิ ทำไมเหรอ แกเจอป้าดาเหรอพุด” 

“อือ ฉันกำลังทำแกงเขียวหวาน ป้าแกบอกว่าได้กลิ่นหอมไปถึงบ้านแก ฉันเลยแบ่งแกงเขียวหวานกับขนมจีนไปให้” 

“ป้าดาแกใจดีฉันเคยเจอนานแล้วตอนที่มาอยู่ใหม่ๆ แต่แกก็ย้ายไปอยู่กับลูกที่กรุงเทพฯ” 

“อือ วันนี้ป้าดาบอกว่าจะย้ายกลับมาอยู่ที่นี่ เลยชวนให้ฉันไปคุยด้วยบ่อยๆ” 

“ดีแล้ว ป้าแกคงเหงา ฉันก็พึ่งรู้พรุ่งนี้เย็นคงต้องไปทักทายเสียหน่อย แกก็ไปด้วยกันไหม” 

“ได้สิ” 

เย็นวันพุธ สองสาวก็พากันทาทักทายป้าดาที่กำลังเดินออกกำลังกายเบาๆ ที่สนามหญ้าหน้าบ้าน พอหญิงสูงวัยหันมาเห็นสองสาวข้างบ้านก็ยิ้มดีใจ 

“สวัสดีค่ะป้าดา” สองสาวเอ่ยทักทายพร้อมยกมือไหว้ 

“ไหว้พระเถอะหนูป่าน หนูพุด” 

“ป้าดามาอยู่นี่ได้กี่วันแล้วคะ ป่านไม่ยักรู้ ถ้าพุดไม่บอกป่านก็คงยังไม่ได้มาสวัสดีป้าดา” 

“มาได้หลายวันแล้ว ป้าเองก็ไม่ได้ไปทักทายหนูป่านเหมือนกันเพราะหนูป่านออกบ้านแต่เช้า กลับเข้ามาอีกทีก็เย็นแล้ว ป้าเลยว่าจะรอไปทักทายวันเสาร์” 

“ป่านไม่ได้ว่าอะไรป้าดานะคะ ป่านแค่คิดถึง” ปราณติญาทำเสียงอ้อน 

“ปากหวานอีกแล้วหนูป่าน แล้วทานอะไรกันมาหรือยังล่ะ” 

“ยังเลยค่ะ ว่าจะมาชวนป้าดาไปทานข้าวด้วยกัน วันนี้พุดทำปลาทับทิมนึ่งกับแกงเลียงกุ้งสดแล้วก็มีน้ำพริกกะปิชะอมทอดอีกอย่างค่ะ ป้าดาไปทานด้วยกันนะคะ” พุดพิชชาบอกรายการอาหารที่เธอทำไว้ให้กับป้าลดาฟัง

“จะดีเหรอ ป้าเกรงใจ” 

“ดีสิคะป้า พุดำกับข้าวอร่อยค่ะ รับรองป้าต้องติดใจแน่ๆ” 

“ป้าเชื่อจ้ะ เพราะวันก่อนแกงเขียวหวานก็อร่อยถูกใจป้ามาก” 

“ไปกันเลยไหมคะ” ปราณติญาชวน

“เดี๋ยวป้าไปบอกเด็กในบ้านก่อน หนูป่านแก้วกับหนุพุดไปรอที่บ้ายเลยก็ได้จ้ะ”

“เดี๋ยวพุดล่วงหน้าไปจัดโต๊ะก่อน ป่านไปพร้อมป้าดาก็ได้” แล้วสาวร่างสูงโปรงก็รีบเดินกลับมายังบ้านหลังเล็กของปราณติญา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป