บทที่ 1 ตื่น
ตอนที่ 1 ตื่น
[Part] Indy
อากาศตอนเช้าวันนี้เย็นสบายจริงๆ เตียงนอนหนานุ่มกับผ้าห่มอุ่นๆ ทำให้ผมไม่อยากลุกจากที่นอนเลยให้ตายเถอะ กลิ่นหอมอ่อนๆ ของอะไรสักอย่างไม่คุ้นจมูกให้อารมณ์วูบไหวแปลกๆ แต่รู้สึกดีเป็นบ้า ผมขยับตัวอย่างคนขี้เกียจซุกเข้าไปหาหมอนข้างแข็งๆ ซึ่งมีไออุ่นแผ่ออกมา ยิ่งเมื่อเอาจมูกถูไปใกล้เท่าไหร่ไอ้เจ้ากลิ่นประหลาดนั้นก็เริ่มรุนแรงมากขึ้นไปอีก
ผมขยับเปลือกตาหนักๆ ของตัวเองให้เปิดออกช้าๆ ตรงหน้านี้ผิวเนื้อของใครบางคนปรากฏอยู่เต็มสองตา ผมไล่สายตาไปตามสีข้าง ผ่านแผงอกตึงๆ และหัวนมสีน้ำตาลอ่อนขึ้นไป เป็นลำคอหนา ลูกกระเดือกแหลมๆ ขยับขึ้นลงเหมือนเจ้าของกำลังกลืนน้ำลายลงคอเอื้อกใหญ่ ผมมองเลยขึ้นไปจนเห็นคางเรียวมีรอยบุ๋มนิดๆ ไรหนวดและเคราขึ้นเขียวครึ้มเป็นตอๆ อยู่ตามสันกราม จมูกโด่งเป็นสัน กับดวงตาดุคมคู่สีน้ำตาลทองจ้องตอบผมกลับมา เส้นผมสีน้ำตาลทองเป็นลอนหยักศกนิดๆ ยาว ประบ่าเหมือนดาราหนังฮอลลีวู้ดเคลียอยู่กับไหล่กว้าง
“โอ้โห หล่อจัง” ผมยิ้มให้กับความฝันของตัวเอง
ไม่อยากจะเชื่อเลยว่าผมจะจินตนาการฝันถึงผู้ชายที่โคตรหล่อได้ขนาดนี้ ถ้าฝันแบบนี้ทุกคืนก็ดีสินะ ผมหลับตาดึงตัวเองเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันอีกครั้งเพื่อจะได้มีเวลาอยู่กับพ่อคนหล่อตรงหน้านานอีกหน่อย
แต่เอ...ทำไมพอหลับตาแล้วภาพพ่อรูปหล่อหายไปไหนซะแล้ว ผมลืมตาขึ้นมาอีกครั้ง เทพบุตรสุดหล่อคิ้วเข้ม นัยน์ตาคมกับยิ้มอ่อยๆ นั้นปรากฏชัดเจนเสียยิ่งกว่าภาพฝัน พินิจพิจารณาดีๆ ผู้ชายคนนี้อายุอานามน่าจะแก่กว่าผมหลายปีอย่างน้อยก็ต้องมากกว่าผมสิบปีขึ้นไปล่ะ แล้วตกลงว่านี่มันภาพจริงหรือความฝันกันนะ
เพียะ ผมฟาดฝ่ามือของตัวเองลงไปบนแผงอกกว้างๆ ตรงกลางกล้ามเนื้อหน้าท้องที่มันแบ่งเป็นช่องๆ หกช่องชัดเจน ฝ่ามือผมปะทะกล้ามเนื้อแน่นเสียงดังเปรี๊ยะ จนผมแสบไปทั้งมือ
"อื้อ...น้องเจ็บนะ" ผมยกมือตัวเองขึ้นมาสะบัดแรงๆ
"เธอเป็นคนตีฉันเองนะ"
“อื้อ ไม่ใช่ฝันนี้ ลุงเป็นใคร” ผมร้องถามคนที่นั่งยิ้มกริ่มมองผมตาเชื่อม ไม่ได้รู้สึกสะทกสะท้านกับอภินิหารฝ่ามือทองคำของผมเลยสักนิด
“เรียกลุงเลยเหรอ ฉันดูแก่ขนาดนั้นเชียว” พ่อหนุ่มกล้ามโตแค่นยิ้มมองผมเหมือนไม่ค่อยพอใจกับสรรพนามที่ผมอุตส่าห์ให้เกียรติเป็นถึงพี่ชายของแม่ผม
“อื้อ ก็ลุงแก่กว่าผมนี่จะให้เรียกไอ้หนู เหรอ...แล้วทำไมผมมาอยู่นี่ล่ะ”
ผมกระโดดลงมาจากเตียงเมื่อนึกขึ้นมาได้ว่า ผมไม่ควรจะมานั่งจ้องตาผู้ชายอยู่ตรงนี้ เมื่อลงมายืนอยู่ตรงปลายเตียงผมจึงเพิ่งสังเกตว่าผมมีเพียงเสื้อเชิ้ตแขนยาวตัวหลวมโพรกสวมทับอยู่ นอกเหนือจากนี้ผมไม่มีอะไรติดตัวเลยสักชิ้นเดียว
“เฮ้ย”
ผมเอื้อมมือตะปบลงไปที่ก้นของตัวเองพร้อมกับบีบๆ นวดๆ เพื่อให้มั่นใจว่าเมื่อคืนที่ผ่านมาประตูเงินประตูทองของผมยังไม่มีใครล่วงล้ำกล้ำกรายเข้าไป เมื่อไม่มีความรู้สึกผิดปกติใดๆ กับประตูลับซึ่งผมหวงแหนผมจึงค่อยวางใจขึ้นมาบ้างว่าผมยังไม่ได้เสียเอกราชให้ใคร โดยเฉพาะกับตาลุงแปลกหน้าคนนี้ที่ผมไม่รู้จัก
ผมหันไปกวาดสายตามองห้องนี้อย่างถี่ถ้วนอีกครั้ง แล้วพยายามเก็บรวบรวมความทรงจำกระท่อนกระแท่นของผมให้เข้าที่เข้าทาง เมื่อวานนี้ผมจำได้ว่าผมทำงานพิเศษอยู่ในร้านขายไอศกรีมตามปกติ หลังจากนั้นก็มีตาลุงสองคนเข้ามาซื้อไอศกรีมรส วนิลลา แล้วผมเกิดอาการฮีทขึ้นมากะทันหัน ใช่นั่นแหละ.....
“เอ้ะ คุณคือตาลุงคนนั้น” ผมชี้นิ้วกลับไปยังผู้ชายร่างสูงใหญ่ซึ่งกำลังลุกขึ้นจากเตียงเดินตรงมาหาผม
แรงกดอากาศหนาแน่นตลบอบอวลฟุ้งกระจายด้วยกลิ่นหอมประหลาดนั่นอีกแล้ว กลิ่นหอมแปลกๆ ที่ผมไม่คุ้นเคยแต่มันส่งผลให้ผมหัวใจเต้นรัวและ กระสับกระส่ายร้อนรุ่ม ผมรับรู้โดยสัญชาตญาณว่าคนที่กำลังเดินใกล้เข้ามานั้นไม่ใช่แค่ตาลุงแก่ธรรมดาทั่วไป
“อัลฟ่า เลือดบริสุทธิ์อย่างนั้นเหรอ”
ผมรู้สึกหนาวยะเยือกจนเหมือนกระดูกกำลังจะจับเป็นน้ำแข็ง แรงบีบรัดจากมวลอากาศรอบตัวทำให้ผมหายใจไม่ออก ผมผวาเฮือกอ้าปากเพื่อให้มันทำหน้าที่ช่วยสูดอากาศเอากลับเข้าปอดถี่ๆ เนื้อตัวสั่นเกร็งจนไม่อาจควบคุม
มันเป็นเวรกรรมของโอเมก้าอย่างผมที่เกิดมาอ่อนแอเหมือนทารก ผมเกิดมาจากครอบครัวเบต้าธรรมดาทั่วไป แต่มีเพียงผมที่กลายพันธุ์ผิดแปลกไปจากพี่สาวทั้งสามคน เพราะผมเป็นคนเดียวในบ้านที่กลายมาเป็นโอเมก้าตัวน้อยอ่อนแอ กระปรกกระเปลี้ยยิ่งกว่าผู้หญิงธรรมดา
ความเป็นโอเมก้าของผมเด่นชัดขึ้นเมื่อผมอายุได้สิบสี่ปีจนมีอาการฮีทครั้งแรก ยิ่งระยะเวลาผ่านไป ยิ่งผมเติบโตขึ้นมากเท่าไหร่ ผมกลับรู้สึกว่าตัวเองอ่อนแอลงทุกที อาการฮีทเริ่มเกิดขึ้นอย่างไม่อาจคาดเดาเวลาและเริ่มถี่ขึ้นเรื่อยๆ หลายคนบอกว่าผมต้องได้รับการปลดปล่อยบ้างหรืออาจจะอาการดีขึ้นหากได้รับน้ำเชื้อจากอัลฟ่าแข็งแกร่งสักครั้งสองครั้งเพื่อเพิ่มภูมิให้กับตัวเอง
แต่ถึงผมจะเป็นเพียงโอเมก้าต่ำต้อยผมก็ยังถวิลหารักแท้ ผมอยากเก็บครั้งแรกของผมเอาไว้ให้คนที่ผมรักไม่ใช่มอบมันให้ใครก็ได้แค่เพียงเพราะเกิดอาการ “ฮีท” เท่านั้น
“ใช่” คำยืนยันการเป็นอัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์จากผู้ชายตัวโตตรงหน้าทำให้ผมหวาดกลัวอย่างถึงที่สุด เพราะอัลฟ่าตระกูลนี้ทรงพลังและมีอำนาจเกินกว่าใครจะต่อกร
ผมเหมือนคนยืนอยู่ปากประตูทางเข้าห้องลับซึ่งมองไม่เห็นว่าข้างในนั้นมีอะไรแอบซ่อนอยู่ แล้วมีฝ่าเท้าของใครบางคนถีบโครมให้ผมตกลงไปในถังไวน์ใบใหญ่ซึ่งแอบซ่อนอยู่ในความมืดนั้น ผมสั่นจนขาเล็กๆ รับน้ำหนักตัวเองไม่ไหวจำต้องทรุดตัวลงไปกองกับพื้นห้องซึ่งปูด้วยพรมหนานุ่ม
ผมดำผุดดำว่ายสำลักกลิ่นไวน์ที่ตัวเองไม่คุ้นเคย หากผมจำไม่ผิดความคุ้นเคยนี้น่าจะใช่กลิ่นหอมแปลกๆ เหมือนเหล้ารัมหอมแบบลึกลับซับซ้อน กลิ่นฟีโรโมนนี้ชัดเจนขึ้นเมื่อเจ้าของเดินมาอยู่ในระยะประชิด เสียงกึกๆ ของฟันหน้าผมกระทบกันไม่เป็นจังหวะ อาการฮีทของผมมันซึ่งคาดเดาไม่ได้ ตอนนี้มันกำลังเล่นงานผมอีกครั้งอย่างแสนสาหัสส่วนหนึ่งคงมาจากอัลฟ่าตรงหน้า
อัลฟ่าสายเลือดบริสุทธิ์คนนี้กำลังคิดจะฆ่าผมด้วยอำนาจที่เหนือกว่า หรือบางทีเขาอาจจะต้องการรังแกโอเมก้าต่ำต้อยด้อยค่าอย่างผมระหว่างกำลังเผชิญภาวะวิกฤตในช่วงวัยเจริญพันธุ์
“อย่าทำน้อง”
ผมรวบรวมสติที่เหลืออยู่เพียงน้อยนิดพยายามคลานเข่าเอาตัวเองหนีไปให้พ้นจากพลังอำนาจอันลี้ลับของอัลฟ่าร่างใหญ่ที่เดินมานั่งยองลงตรงหน้าผม
“เธอไม่อยากให้ฉันช่วยอย่างนั้นเหรอ” ฝ่ามือหนาร้อนจับลงตรงข้อเท้าผมแล้วดึงลากให้ถอยหลังกลับมานอนแผ่หลาอยู่ใต้ร่างซึ่งมีเพียงกางเกงนอนเนื้อบางสวมอยู่เท่านั้น
“ไม่เอา อย่า”
ผมกำมือตัวเองแน่นปลายเท้าทั้งสองงองุ้มจิกเกร็งจนตัวสั่น พยายามใช้จิตใต้สำนึก ต้านทานแรงปรารถนาความต้องการตามสัญชาตญาณความต้องการ ในการสืบพันธุ์ที่กำลังระเบิดปะทุอยู่ภายในช่องท้อง
ร่างหนาโน้มตัวลงมานอนคร่อมทับผมไว้ ข้อศอกแกร่งยันกางกั้นเหมือนลูกกรงล้อกไม่ให้ผมหันหน้าหนีไปทางไหนได้แม้แต่องศาเดียว แผงอกแน่นตึงแผ่ไอร้อนส่งถ่ายมาจนผมอึดอัดหายใจไม่ออก มันร้อนวูบวาบเหมือนมีคนจับถ่านซึ่งถูกเผาไฟร้อนๆ หย่อนใส่ปากแล้วบังคับให้ผมกลืนมันลงไปในท้อง
ฝ่ามือหนาหนักวางทาบลงมาบนหน้าผากของผมแล้วลูบไปมา ปลายนิ้วเรียวหนากรีดเกลี่ยไล่ลงมาตั้งแต่ ไรผม หัวคิ้ว สันจมูก ปลายจมูก ริมฝีปาก
รสชาติหอมหวานจากปลายลิ้นอุ่นชื้นแผ่ซ่านเย้ายวน มันบุกรุกเข้าไปในโพรงปากไล่ต้อนเกี่ยวกระหวัดรัดดึงลิ้นของผมแล้วดูดดุนอย่างล้อเล่น สัมผัสหวิวพังทลายกำแพงสามัญสำนึก หลักการและเหตุผลต่างๆ ที่ผมสร้างขึ้นจนไม่เหลือชิ้นดี เศษซากปรักหักพังของคำว่า “ไม่” แตกละเอียดจนไม่เหลือซาก ผมจำอะไรไม่ได้แล้วรู้แค่ว่าเวลานี้ผม “ต้องการ”
ผมว่ายวนอยู่ในถังไวน์อุ่นๆ กับผู้ชายที่ผมเพิ่งพบหน้าเมื่อวานนี้ ผมไม่รู้แม้กระทั่งชื่อเสียงเรียงนามของผู้ชายอายุมากกว่า รู้แค่ว่าตอนนี้จูบของเขามันช่างเย้ายวนเหลือเกิน ฝ่ามือหนาร้อนๆ ดึงทึ้งฉีกเสื้อเชิ้ตตัวโคร่ง ซึ่งผมสวมอยู่ขาดติดมือเสียราวกับว่ามันถูกตัดเย็บขึ้นมาจากกระดาษ
ฝ่ามือหนาตะปบลงมาใต้สะโพกผมก่อนจะอุ้มยกผมลอยหวือขึ้นมาจากพื้นห้องแล้วโยนโครมลงกลับไปบนเตียงนอนหลังใหญ่ ร่างหนาตามมาโถมทับผมเอาไว้จนแทบจมติดเตียง
จูบอันเร่าร้อนดุเดือดรุนแรงทำให้ผมเหมือนคนจมน้ำที่ต้องการอากาศหายใจ กลิ่นไวน์รุนแรงตีฟุ้งตลบจนผมเมาฟีโรโมนจนสติเลอะเลือน ก้นนุ่มนิ่มถูกบีบเคล้นเฟ้นหนักจนเหมือนแก้มก้นของผมจะ ปริแตกแหลกคามือตาลุงคนนี้ให้ได้
ปลายนิ้วมือหยาบนิดๆ เป็นปล้องรูดคีบท่อนเนื้ออันน้อยของผมรูดขึ้นรูดลงจนมันตั้งลำตรง ทำองศาเกือบจะตั้งฉากกับหน้าท้อง หากแต่ขนาดท่อนเนื้ออันน้อยของผม มันใหญ่กว่านิ้วมือของผู้ชายซึ่งกำลังใช้นิ้วหัวแม่มือบี้ถุงเนื้อกลมๆ ของผมตรงโคนขาเล่นอย่างสนุกมือเพียงนิดเดียว
“อ้า พอแล้ว” ผมร้องห้ามเจ้าของนิ้วมือที่ยุ่มย่ามเหมือนหนวดปลาหมึกที่วุ่นวายไปกับพวงเนื้อน้อยๆ ของผม
เมือกใสๆ อันเกิดจากการคัดหลั่งไหลเยิ้มออกมาจากปลายสุดของท่อนเนื้อแท่งน้อย รอยยิ้มมุมปากของอัลฟ่าหนุ่มดูเหมือนจะพึงพอใจมาก เขาใช้ปลายนิ้วชี้ละเลงชโลมเมือกใสของผมไปจนทั่วนิ้วมือก่อนจะลากมันลงหาช่องทางคับแคบนุ่มหยุ่นของผม
ปลายนิ้วชี้ดุ้นใหญ่กดน้ำหนักลงไปแล้วค่อยๆ เคลื่อนเข้าไปภายในอย่างช้าๆ ผมสูดอากาศเข้า ปอดลึกๆ มือสองข้างจิกอยู่กับไหล่หนา ยกสะโพกลอยขึ้นมาจากเตียง แยกยกถ่างขาทั้งสองข้างออกกว้างเกร็งไปหมดทั้งตัว
ผมเคยใช้นิ้วตัวเองสอดดันเข้าไปเพื่อช่วยตัวเองเวลาเกิดอาการฮีทบ้างบางครั้งบางคราว แต่นิ้วของผมมันเล็กนิดเดียวเมื่อเทียบกับเจ้าของนิ้วปล้องใหญ่ที่กำลังค่อยๆ ดันมันแทรกลึกเข้าไปในตัวผม
“เจ็บ น้องเจ็บ” ผมร้องห้ามเจ้าของนิ้วมือขนาดใหญ่
“อย่าเกร็งสิ” เสียงทุ้มแหบพร่าตอบกลับมาก่อนดันขยับข้อมือคืบต่อไป
“มันใหญ่เกิน” ผมเลื่อนมือไปตีมือของคนที่กำลังขยับนิ้วลุกคืบเข้าไปในตัวผมอีก
“นี่แค่นิ้วเดียวเองนะ”
“เอานิ้วก้อยได้มั้ย นิ้วนี้มันใหญ่ไป”
“เธอต้องเจอของใหญ่กว่านี้อีกนะ ฝึกเอาไว้ก่อนเวลาเจอของจริงจะได้ไม่เจ็บจนเกินไป”
คำร้องอุทธรณ์ของผมไม่เป็นผล เพราะเจ้าของนิ้วชี้ยังกดมันลึกเข้าไปจนสุด ผมรับรู้การเคลื่อนไหวจากปลายนิ้วแท่งโตซึ่งมันกำลังสำรวจไปทั่วโพรงถ้ำด้านใน มันหมุนซ้าย หมุนขวา แล้วเข้าไปสะกิดเขี่ยตุ่มไตด้านในทำเอาผมขนลุกซู่ร้องครางไม่เป็นภาษาคน น้ำหูน้ำตาไหลอาบแก้ม มันไม่ได้เจ็บ มันไม่ได้ปวดแต่มันเสียวจนควบคุมตัวเองไม่ได้
ผมจิกปลายเท้าตัวเองลงไปกับที่นอนหนานุ่มแอ่นยกสะโพกกระแทกสวนไปกับนิ้วมือของคนที่นั่งคร่อมทับผมอยู่ สะโพกลอยพยายามส่ายล่อนบดเบียดเรียกร้องอยากให้นิ้วมือปล้องนั้นมันเข้าไปลึกกว่าเดิม
“อ๊าลุง.....น้องไม่ไหวแล้ว”
ผมดีดตัวเองเด้งขึ้นมาจากเตียงใช้ขาสองข้างเกี่ยวรัดเอวหนาของตาลุงแปลกหน้า แขนสองข้างโอบกอดรอบคอหนาขบฟันกัดลงไปบนไหล่กว้างแล้วอัดกระแทกสะโพกตัวเองใส่นิ้วชี้แท่งใหญ่รัวเร็วหลายครั้งก่อนจะพาตัวเองไปพบทางสว่างซึ่งขาวโพลนไปหมด
“อ๊า น้องเสร็จแล้ว”
ผมเกร็งกระตุกปลดปล่อยน้ำรักข้นๆ พุ่งทะลักออกมาจากปลายท่อนเนื้อแท่งน้อยที่ไม่มีใครไปแตะต้องมันเลยสักนิดเดียว มันตั้งลำแข็งขืนกระตุกหงึกๆ อยู่ตรงกลางระหว่างหน้าท้องแบนราบของผมกับซิกแพ้คแน่นๆ ของตาลุงนิ้วโต ผมก้มลงมองน้ำสีขาวขุ่นล้นออกมาจากรูเล็กๆ ตรงปลายสุดนั้นจนหยดสุดท้ายก่อนจะหมดแรงทิ้งตัวลงไปพักหัวมึนๆ ไว้บนบ่าแข็งๆ
“ร้อนแรงดีจริงๆ อย่างนี้สิฉันชอบ”
