บทที่ 6 เข้าใจผิด
ตอนที่6. เข้าใจผิด
แผ่นดินจูงมือปานตะวันมานั่งที่ม้านั่งริมทางของโรงพยาบาล และมองหน้าของปานตะวันอย่างหาคำตอบก่อนจะเอ่ยถามในสิ่งที่ตัวเองอยากรู้
“ตะวันยังรักพี่อาทิตย์อยู่เหรอ ? ”
คำถามของแผ่นดินทำเอาปานตะวันมองหน้าแผ่นดินและนิ่งไปในทันที ก่อนที่เธอจะเอ่ยออกมา
“รักแล้วยังไง รักแล้วพี่อาทิตย์ก็ไม่ได้รักเราสักหน่อย เขามองเราเป็นแค่น้องมาโดยตลอด”
“นั่นสิ” แผ่นดินตอบออกมาเพียงแค่นั้น พร้อมกับจ้องมองมาที่ใบหน้าของเพื่อนสนิทตั้งแต่ในวัยเด็กจนป่านนี้ ทั้งสองก็ยังติดต่อกันแม้ว่าต่างคนต่างก็แยกย้ายกันไปเรียนและทำงานคนละที่แล้วก็ตาม
“เรากลับก่อนดีกว่าแผ่นดิน นายจะไปเยี่ยมพี่สะใภ้ตัวจริงของนายสินะ ตามสบายนะ”
“เห้อ…ขี้น้อยใจไปได้พี่สะใภ้เราก็ตะวันไง ต่อไปเราจะเรียกเธอยังไงนะ พี่สะใภ้แบบนี้ดีไหม” แผ่นดินพูดและหัวเราะออกมา ทำเอาตะวันหัวเราะตาม
“มา มากอดกันหน่อยส่งกำลังใจให้กันเพราะต่อไปถ้าเธอเป็นพี่สะใภ้เราแล้ว เราสองคนคงต้องวางตัวให้เหมาะสมกว่านี้จะมากอดมาหัวเราะตบหัวกันเหมือนเดิมไม่ได้แล้วนะ”
“เอาสิ ต่อไปนายต้องเคารพฉันให้มาก ๆ นะแผ่นดิน ถึงแม้ว่าพี่ของนายจะเฉยชา แต่นายก็อย่าใจร้ายกับฉันเหมือนพี่นายนะ และหากวันหนึ่งเมื่อทุกอย่างจบลงเราจะกลับมาเป็นเพื่อนที่ดีต่อกันอีก”
“พูดอะไรเหมือนสั่งลา อย่าหาพูดแบบนี้มากอด ๆ ” สองเพื่อนรักโผเข้ากอดกันด้วยความรู้สึกที่เข้าใจกันและกัน โดยเฉพาะเเผ่นดินที่รู้ดีว่าพี่ชายของเขานั้นใจร้ายกับปานตะวันมากแค่ไหน
แต่เหมือนกับจังหวะนรกที่มาเยือนเมื่ออยู่ ๆ อาทิตย์ที่ขับรถออกไปแล้วนั้นวนรถกลับเข้ามาอีกครั้ง เพราะว่าลืมโทรศัพท์ไว้ที่ห้องพักของปานตะวัน แต่เมื่อเห็นว่าปานตะวันยืนกอดกับใครสักคน เพราะผู้ชายคนนั้นหันหลังให้และตรงนั้นก็มืดมาก จึงเห็นแค่ปานตะวันเท่านั้นทำเอาอาทิตย์โมโหเป็นอย่างมาก
ทั้งที่เพิ่งมีอะไรกับเขาไปเมื่อก่อนหน้านี้นี่เอง แต่ทำไมยังกล้ามายืนกอดผู้ชายในที่มืด ๆ แบบนั้นอีกนั่นยิ่งทำให้เขาโมโหเป็นที่สุด
อาทิตย์ลงรถและรีบตรงไปที่ห้องพักของปานตะวันเพื่อเอาโทรศัพท์ที่เขาลืมทิ้งไว้ และตั้งใจว่าจะรอคิดบัญชีกับหญิงสาวสักหน่อยแต่พอไปที่ห้องก็พบว่ามีพนักงานมาทำความสะอาดห้องแล้ว ชายหนุ่มมองด้วยความแปลกใจเป็นอย่างมาก
“นี่มันอะไรกันครับ ทำไมถึงมาเก็บข้าวของในห้อง ? ” อาทิตย์เอ่ยถามออกไปด้วยความสงสัยเป็นอย่างมาก พนักงานหันมามองและทำท่าตกใจ
“อ่อ คนไข้กลับไปแล้วค่ะ แล้วนี้ฝากโทรศัพท์เอาไว้ด้วยค่ะบอกว่าถ้าหากใครมาและปลดล็อกได้ก็ให้คืนเจ้าของไปค่ะ ”
พนักงานยื่นโทรศัพท์ให้กับอาทิตย์ เขากดปุ่มปลดล็อกและยื่นให้แม่บ้านดู ก่อนจะเดินออกไปในที่สุด และหยุดที่หน้าข้องของเข็มอัปสร แต่ก็ไม่เข้าไปที่สุดเขาก็เดินออกไปในทันที เพื่อที่จะไปดูว่าตอนนี้นั้นปานตะวันยังอยู่ที่นั่นอีกหรือเปล่า แต่เมื่อไปถึงกลับไม่เจอกับใครเลย
ผ่านมานานหลายวันจนกระทั่งก่อนวันแต่งงานเพียง 1 วันเท่านั้นอาทิตย์มารับปานตะวันที่บ้านตามคำสั่งของพ่อแม่ของเขา ให้ไปรับปานตะวันไปลองชุดแต่งงาน แต่ก่อนที่จะมาที่บ้านปานตะวันนั่นเขาเองก็ทะเลาะกับพ่อแม่และน้องชายของเขามาด้วย อาทิตย์คิดย้อนไปในตอนที่ทะเลาะกัน
“ทำไมต้องไปลองชุดด้วยครับในเมื่อผมบอกแล้วไง ว่าทั้งงานไม่ให้มีแขกเหรื่ออะไรทั้งนั้น”
“ไม่มีก็ไม่มี แต่ไม่มีไมได้หมายความว่าจะแต่งยังไงก็ได้นี่นาอาทิตย์ อย่างน้อยมันก็เป็นครั้งแรกของน้องภาพถ่ายครอบครัวก็ต้องออกมาดูดี ไม่ใช่หรือยังไง”
แม่เอ่ยถามออกมาด้วยความโมโหลูกชายของท่านเป็นอย่างมากกับความคิดที่ไม่เอาไหนของเขา อาทิตย์มองมาที่แผ่นดินที่กำลังนั่งจิบกาแฟอยู่นั้น
“ให้แผ่นดินไปแทนได้ไหมครับ อย่างน้อยเขาก็เป็นเพื่อนกันไม่ใช่เหรอ ? แผ่นดินไปแทนพี่ได้ไหม”
อาทิตย์เอ่ยถามน้องชายทำเอาแผ่นดินสำลักกาแฟในทันที
“พี่ก็ไปเองสิเจ้าสาวพี่นะ ถ้าโยนให้คนอื่นทุกอย่างวันเข้าหอพี่จะให้คนอื่นเข้าแทนไหม” คำถามที่แทงใจดำของแผ่นดินทำเอาอาทิตย์ย้อนคิดไปในวันที่เห็นตะวันยืนกอดกับชายคนนั้น เพราะตั้งแต่วันนั้นเขาและเธอก็ไม่ได้เจอกันอีกเลย จนถึงวันนี้วันที่พ่อแม่บอกให้ไปรับตะวันไปลองชุด
“คุณตะวันคะ คุณอาทิตย์มารอแล้วค่ะ” แม่บ้านวิ่งมาบอกกับตะวันที่นั่งอ่านหนังสือในบ้านของเธอ ทำเอาตะวันหันมามองหน้าพี่สาว จันทร์วาดถามแม่บ้านทันที
“เขาไม่เข้ามาเหรอคะป้า”
“ไม่ค่ะเห็นว่าคุยโทรศัพท์อยู่ค่ะ และให้มาบอกคุณตะวันว่าออกมาได้เลย” ตะวันมองหน้าจันทร์วาดอีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นและหยิบกระเป๋าแล้วหันมามองหน้าพี่สาว
“ไม่เป็นไรค่ะพี่ หนูไปก่อนนะคะ” ตะวันพูดจบและเดินออกไปที่รถของอาทิตย์ และทันทีที่ไปถึงคำแรกที่เขาเอ่ยขึ้นมาก็คือ
“คิดว่าตัวเองเป็นเจ้าหญิงหรือไงที่ต้องให้เจ้าชายมารับ !!”
