บทที่ 11 ความลับที่อยากรู้1.

ตอนที่ 11. ความลับที่อยากรู้ 1.

“ถ้าวันหนึ่งคนรักของพี่ปรเมศกลับมา ถึงตอนนั้นหนูก็จากไปได้ใช่ไหมคะ ? ”

“หือ...ทำไมถามแบบนั้น ผู้หญิงคนนั้น....ใช่เมื่อ” เจ้าสัวตอบไปแบบนั้น เพราะท่านรู้ดีว่าผู้หญิงคนนั้นคงไม่มีทางกลับมา จนกว่าจะถึงวันที่ผู้หญิงคนนั้นจะกลับมาปรเมศก็คงมีใจให้กับใบบัว และลืมผู้หญิงคนนั้นได้สักที

ห้องเงียบ เงียบแบบคนที่กำลังคิดอะไรไกล ๆสายตาเขาเหลือบผ่านกรอบรูปบนโต๊ะ  รูปถ่ายเก่า ๆ ปรเมศในวัยมหาลัย ภาพที่ทับซ้อนของภาพผู้หญิงคนนั้น ปรเมศยิ้มกว้าง แขนโอบไหล่ผู้หญิงคนหนึ่งเด็กสาวหน้าตาสดใส ตาเป็นประกาย นิริน เจ้าสัวถอนหายใจยาวและคิดอยู่ในใจ

“…นานแค่ไหนแล้วนะ” นิ้วเหี่ยวย่นเลื่อนมือไปลูบกรอบรูปเบา ๆความทรงจำเก่า ๆ ไหลย้อนกลับมาเหมือนหนังม้วนเดิม

หลายปีก่อน

ตอนนั้นปรเมศยังไม่ใช่ท่านประธานเย็นชาแบบวันนี้ ยังหัวเราะดัง ยังเถียงพ่อ ยังมีชีวิตชีวาเหมือนคนวัยยี่สิบต้น ๆ ทั่วไป และทุกอย่างในชีวิตมันหมุนรอบผู้หญิงคนเดียว

“พ่อครับ วันนี้ผมกลับดึกนะ ไปรับนิริน”

“พ่อครับ ผมพานิรินไปกินข้าวก่อน”

“พ่อครับ นิรินชอบแบบนี้ พ่อว่าโอเคไหม”

ทั้งบ้านมีแต่ชื่อนั้น

นิริน

นิริน

นิริน

เจ้าสัวเคยแซวเล่น ๆ

“ตกลงแกจะสืบบริษัทต่อ หรือจะไปเป็นคนขับรถให้นิรินกันแน่วะ” ลูกชายเขาหัวเราะ

“ก็ทั้งสองอย่างไงพ่อ” ตอนนั้นดวงตามันสว่างเหมือนคนมีโลกทั้งใบอยู่ในมือ เจ้าสัวเคยคิด…ดีแล้ว

อย่างน้อยลูกชายก็มีคนที่รักจริง

จนกระทั่งวันนั้นวันที่เขาจำไม่มีวันลืมประตูบ้านเปิดแรงปรเมศเดินเข้ามา ไม่พูด ไม่ทัก ไม่มองใครหน้าเขาซีดเหมือนคนป่วยหนัก ตาแดงก่ำ มือกำโทรศัพท์แน่นจนเส้นเลือดปูด

“เมศ เป็นอะไร”

ไม่มีคำตอบเขาแค่โยนโทรศัพท์ลงบนโต๊ะหน้าจอขึ้นรูป

รูปนิรินที่สนามบินยืนกอดผู้ชายอีกคนแนบแน่นเหมือนคู่รัก มีแคปชันสั้น ๆ

“Starting new life ❤” เจ้าสัวจำได้แม่นเพราะตอนนั้นลูกชายเขาหัวเราะแต่เป็นเสียงหัวเราะที่น่ากลัวที่สุดเท่าที่เคยได้ยิน

“ฮะ…ฮ่า…”

“ผมโง่ชะมัดเลยว่ะพ่อ” น้ำเสียงแหบพร่า

“ผมจะขอเธอแต่งงานพรุ่งนี้” ทั้งห้องเงียบกริบ

เหมือนเวลาหยุดเดินหลังจากวันนั้น

ลูกชายเขา…ไม่เหมือนเดิมอีกเลย

เขาไม่หัวเราะอีก ไม่กลับบ้าน เอาแต่ทำงาน

ทำงานจนเหมือนเครื่องจักร ดื่มเหล้าหนัก สูบบุหรี่ทั้งคืน

บางวันนอนไม่ถึงสองชั่วโมง

เคยมีคืนหนึ่ง เจ้าสัวเดินผ่านห้องทำงานเห็นปรเมศนั่งอยู่คนเดียวในความมืด ขวดเหล้าเกลื่อนพื้นตาแดงเหมือนคนร้องไห้ แต่มันไม่มีเสียงสักนิดลูกชายเขาไม่ร้องไห้แค่เงียบ เงียบจนน่ากลัว

“ตั้งแต่วันนี้ไป” เขาเคยพูดเสียงเรียบ

“ผมจะไม่เชื่อผู้หญิงคนไหนอีก”

“ความรักมันไร้สาระ”

“ผมไม่ต้องการมัน”

คำพูดนั้นเหมือนมีด

และเขาก็ใช้มันกรีดหัวใจตัวเองทุกวัน

เจ้าสัวถอนหายใจหนัก พิงพนักเก้าอี้

“เพราะแบบนั้น…แกถึงได้ใจร้ายกับใบบัวสินะ”

ไม่ใช่เพราะไม่รู้สึก แต่เพราะกลัวจะรู้สึกอีกครั้งกลัวจะพังเหมือนวันนั้นอีก เด็กผู้หญิงคนนั้นหนีไปแต่เธอทิ้งซากลูกชายเขาไว้แทน

แล้ววันนี้ใบบัวกลับเดินเข้ามา เด็กผู้หญิงตัวเล็ก ๆ ดื้อเงียบ ๆ ยอมทนทุกอย่างโดยไม่เรียกร้องอะไร เหมือนยิ่งตรงข้ามกับนิรินทุกอย่าง

เจ้าสัวยิ้มมุมปาก

“…บางที แผลเก่าแกก็คงต้องใช้เด็กคนนั้นรักษาแล้วล่ะ ไอ้ลูกโง่” สายตาเหลือบไปนอกหน้าต่างเห็นปรเมศยืนรอใบบัวอยู่ข้างรถ ทำหน้าเหมือนคนหงุดหงิดแต่เท้ากลับไม่ยอมไปไหนถ้าเธอยังไม่มา

เจ้าสัวหัวเราะเบา ๆ

“ปากแข็งเหมือนพ่อไม่มีผิดจริง ๆ”

“อะไรนะคะคุณพ่อ ? ” เสียงเรียกของใบบัวทำให้เจ้าสัวหันมา และยิ้มออกมาในที่สุด ก่อนที่ท่านจะเห็นว่าลูกชายของท่านเดินกลับเข้ามาในบ้านอีกแล้ว

แกร๊ก ประตูเปิด ปรเมศเงยหน้าทันทีเหมือนรอจังหวะนี้อยู่แล้ว

“คุยอะไรกัน” ถามเร็วกว่าที่คิด

พ่อเลิกคิ้ว “อะไร ทำหน้าเหมือนเมียหาย เมื่อกี้พ่อยังเห็นลูกยืนอยู่ที่รถอยู่เลย ”

“ผมแค่จะไปทำงาน”

“อ๋อออออ” ลากเสียงยาวล้อเลียนใบบัวหน้าแดง รีบก้มหน้าเดินผ่าน ส่วนพ่อกระซิบข้างหูลูกชายเบา ๆ

“หวงเขาก็บอกไปตรง ๆ เถอะ”

“พ่อ”

“เลิกทำปากแข็งสักทีเถอะเมศ เดี๋ยวเมียหนีแล้วจะร้องไห้ไม่ทัน” พูดแล้วเดินหัวเราะออกไปทิ้งปรเมศยืนค้าง

กรามเกร็ง หูแดงนิด ๆ โดยไม่รู้ตัวสายตาเผลอมองตามแผ่นหลังเล็ก ๆ ของใบบัว ก่อนจะพึมพำเสียงต่ำ

“…ใครหวง” แต่ขาเขากลับเดินตามเธอไปทันทีโดยไม่ต้องสั่ง

แต่ก่อนที่ตัวเขาจะถึงตัวใบบัว เสียงคนเป็นพ่อก็ดังขึ้นมาอีกครั้ง

“เช้านี้ลูกไปทำงานก่อนเลยนะ พ่อมีธุระที่จะต้องพาใบบัวไปด้วย เอาไว้เดี๋ยวสาย ๆ พ่อจะพาใบบัวไปที่บริษัทเอง”

กึก !! สองขาของปรเมศหยุดนิ่งค้างกลางอากาศ ไม่เพียงแค่นั้น เจ้าสัวหันมาหาหินเลขาคนสนิทของปรเมศ

“หินตามมานี่หน่อย” ปรเมศหันมามองหน้าพ่อ และหิน สลับกันไปมาด้วยความรู้สึกที่สับสนเป็นอย่างมาก

“ครับท่าน ” หินรับคำก่อนจะรีบเดินตามท่านเจ้าสัวออกไปอย่างรวดเร็ว ทิ้งให้ปรเมศยีนนิ่ง เมื่อเห็นว่าพ่อและหินเดินออกไปลับตาแล้วนั้น ไม่รอช้าเขารีบเดินตรงไปหาใบบัวที่ยืนรอพ่อของเขาที่หน้ารถยนต์ของท่าน

“คุยอะไรกันกับคุณพ่อ ? แล้วนี่ใช้มารยาจะพาคุณพ่อไปไหนอีก อย่าลืมว่าเธอเป็นเมียฉัน อย่ายุ่งกับคุณพ่อ”

ไม่มีคำตอบจากใบบัว หากแต่ฝ่ามือน้อย ๆ ของเธอนั้นฟาดไปที่ใบหน้าของปรเมศเต็มแรงจนชายหนุ่มหน้าหันไปอีกทาง

“คุณจะดูถูกฉันยังไงก็ได้ แต่อย่าดูถูกพ่อของตัวเอง !! ” ใบบัวพูดเสียงสั่น อีกมุมหนึ่งที่เจ้าสัวยืนอยู่กับหิน

“ท่านครับคุณปรเมศโดนตบ ? ” หินตั้งคำถามแต่กลับได้เห็นเพียงร้อยยิ้มของท่านเจ้าสัว

“หินนายทำงานกับฉันมาหลายปี ก่อนจะเป็นเลขาของปรเมศนายเป็นคนของฉันมาก่อน เพราะงั้นทำหน้าที่ดูแลปรเมศให้ดี แต่ต้องรายงานทุกอย่างเกี่ยวกับเจ้าเด็กคนนี้ให้ฉันรู้ และที่สำคัญนายรู้ใช่ไหมว่าต้องทำตามคำสั่งใคร”

“ครับท่าน ”

“ไปได้ ถ้ามันถามก็บอกไปแค่ว่าฉันถามเรื่องไวน์คืนนั้น”

“ครับท่าน” หินรับคำและเดินออกไปในทันที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป