บทที่ 13 โลกที่ไม่มีเธอ

ตอนที่ 13. โลกที่ไม่มีเธอ

แสงแดดบ่ายส่องลงมาบนฟุตบาทหน้าโรงพยาบาล ผู้คนเดินสวนกันไปมาเสียงรถวิ่ง เสียงแตร เสียงชีวิตวุ่นวายตามปกติ แต่ใบบัวรู้สึกเหมือนโลกเงียบเป็นอย่างมาก

พอพ้นประตูโรงพยาบาล เธอก็หยุดยืนพิงกำแพงเงียบ ๆ แล้วน้ำตาที่กลั้นมาตลอดก็ไหลออกมาเองไม่ต้องมีเสียงสะอื้น ไม่ต้องมีใครปลอบมันไหลเงียบ ๆ เหมือนฝนตกตอนกลางคืน แต่มันเป็นความรู้สึกที่เธอรู้สึกว่า ในตอนนี้เธอมีความสุขที่สุดแล้วในตอนนี้ มันคุ้มค่ากับการแลกทุกอย่าง แม้ว่าเธอจะเจ็บปวดทรมาน แต่ก็สามารถทำให้พ่อกลับมาแข็งแรง และอยู่กับเธอได้อีกนั่นถือว่าเป็นสิ่งที่คุ้มค่าที่สุดแล้วสำหรับเธอ

“พ่อดีขึ้นแล้ว…” เธอพึมพำกับตัวเองทั้งดีใจทั้งโล่งใจทั้งเจ็บค่าห้อง ค่าหมอ ค่ายา แค่คิดก็รู้ว่ามันแพงแค่ไหน ถ้าไม่มีเจ้าสัวพ่อเธอคง…ใบบัวกัดริมฝีปากแน่น

“…หนูจะทนค่ะ” เสียงสั่น ๆ แต่เต็มไปด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก

“หนูจะทนทุกอย่างเลยจะโดนด่า โดนดูถูก โดนใช้งานหนัก โดนไล่ไปนอนโซฟา ยังไงก็ได้ แค่พ่อยังอยู่แค่นั้นพอแล้ว”   เธอปาดน้ำตาลวก ๆ สูดหายใจลึก แล้วฝืนยิ้มให้ตัวเอง

“สู้หน่อยนะใบบัว แกยังล้มไม่ได้” จังหวะนั้น

โทรศัพท์ในมือสั่น ชื่อบนหน้าจอทำให้หัวใจเธอสะดุด

ปรเมศ เธอรีบกดรับทันที

“คะ…คุณปรเมศ” ปลายสายเสียงเข้ม หงุดหงิดเหมือนเคย

“อยู่ไหน”

“เอ่อ…อยู่ข้างนอกค่ะ”

“ข้างนอกไหน ผมหาไม่เจอ”

“ พอดีคุณท่านให้มาซื้อโจ๊ก เดี๋ยวฉันรีบกลับไปนะคะ” เธอพยายามเก็บเสียงสะอื้นเอาไว้ไม่ให้เขารู้ ว่าเธอกำลังร้องไห้

“ทำอะไรชักช้า” เสียงเขาเหมือนตำหนิแต่ใบบัวกลับยิ่งรีบ

“ขอโทษค่ะ เดี๋ยวไปเดี๋ยวนี้ค่ะ” เธอก้าวลงถนนทั้งที่ยังคุยโทรศัพท์อยู่ ไม่ได้มองซ้ายขวาให้ดีในหัวมีแต่คำว่า “รีบ” ทันใดนั้น....ปี๊นนนนนนนนน!! เสียงแตรรถดังสนั่นรถพุ่งเข้ามาใกล้แบบไม่ทันตั้งตัว ใบบัวชะงักร่างแข็งทื่อ

ถุงโจ๊กหลุดมือ

“กรี๊ด....!” เสียงเธอสั่นหลุดออกมาโดยสัญชาตญาณ ปลายสายเงียบไปเสี้ยววินาทีก่อนเสียงปรเมศจะตะโกนลั่น

“ใบบัว!!”

เสียงเขาไม่เหมือนเดิมเลย แต่มัน…แตกตื่นเหมือนคนกลัวสุดชีวิต

“เมื่อกี้เสียงอะไร! ใบบัว! ตอบผม!”

หัวใจเขาหล่นวูบ มือที่ถือโทรศัพท์สั่นจนแทบหลุด

“ใบบัว!! พูดสิวะ! เกิดอะไรขึ้น”  เป็นครั้งแรกที่น้ำเสียงของปรเมศ…มีความกลัวชัดเจนขนาดนั้น

ปี๊นนนนนนนน!....เสียงแตรดังแสบแก้วหูตามด้วยเสียงเบรกเสียดถนน เพราะรถคันที่ตามกันมาติด ๆ ต่างก็พากันเบรกอย่างระเนระนาด เอี๊ยดดดดด!......

ร่างเล็ก ๆ ของใบบัวถูกเฉี่ยวจนเสียหลักเธอล้มลงกับพื้นถนนอย่างแรง ฝ่ามือครูดกับพื้นปูนเข่ากระแทกจนผิวถลอก เลือดซึมทันทีถุงโจ๊กแตกกระจายเลอะพื้น

“โอ๊ย…!” โลกหมุนไปหมดเสียงผู้คนแตกตื่นดังรอบตัว

“เฮ้ย! รถชนคน!”

“น้อง เป็นอะไรไหม!”

“เลือดออกเยอะเลย!”

“เรียกรถพยาบาลเร็ว!” โทรศัพท์ในมือเธอยังกำอยู่แน่นสาย…ยังไม่ตัด

“ใบบัว?” เสียงปลายสายตะโกน

“ใบบัว! ตอบผม!”ปรเมศได้ยินทุกอย่าง อย่างชัดเจนเป็นอย่างมาก ไม่ต่างกับเขาอยู่ในเหตุกาณ์เองเลยด้วยซ้ำในตอนนี้

เสียงแตร เสียงคนกรีดร้อง เสียงใครบางคนบอกว่าเลือดออก หัวใจเขาเหมือนโดนกระชาก

“เฮ้ย! น้องไหวไหม ลุกได้ไหม!”

“เลือดออกเข่าเลย ไปโรงพยาบาลเถอะ!”

เลือด โรงพยาบาล คำพวกนั้นแทงเข้าหัวเขาทีละคำ

“ใบบัว!!” เสียงเขาแตกพร่ามือกำโทรศัพท์แน่นจนข้อนิ้วซีด

“ตอบผมสิวะ!” แต่ไม่มีเสียงเธอมีแค่เสียงวุ่นวาย

แล้วสายก็ตัด

ตู๊ด...

ตู๊ด...

ตู๊ด...โลกทั้งใบเงียบลงทันที

“…เชี่ยเอ๊ย” เป็นคำหยาบที่หลุดจากปากเขาแบบไม่รู้ตัว ครั้งแรกในรอบหลายปี ที่ปรเมศรู้สึกว่า…ตัวเองกำลังจะเสียการควบคุมหัวใจเต้นแรงจนเจ็บอกมือสั่นหายใจไม่ทั่วท้อง ภาพเมื่อคืนผุดขึ้นมาใบบัวนอนตัวเล็ก ๆ บนโซฟา หน้าเซียว แต่ยังยิ้มให้ทุกคน

ถ้า....ถ้าเธอเป็นอะไรไป ความคิดนั้นยังไม่ทันจบ

เขาก็กดโทรออกอีกสายทันที พ่อ!! เจ้าสัวรับเร็วมาก

“ว่าไงเมศ”

“พ่ออยู่ไหน!” เสียงเขาตะคอกใส่จนปลายสายเงียบ เจ้าสัวชะงักไม่เคยได้ยินลูกชายใช้น้ำเสียงแบบนี้มาก่อน

“อะไรของแก…อยู่ดี ๆ แกจะมาตะคอกเสียงดังใส่พ่อทำไมกัน” ท่านเจ้าสัวตอบก่อนหันไปมองหน้าคนที่นอนอยู่บนเตียง ก่อนจะเดินออกมาด้านนอกห้อง เพราะเกรงว่าจะเป็นเรื่องด่วน

“เมื่อกี้พ่อให้ใบบัวไปไหน ?!”

“ใช่ ทำไม”

“รู้ไหมว่าเกิดอะไรขึ้น!”

เสียงเขาสั่น ทั้งโกรธ ทั้งกลัว ทั้งสติแตกปนกันมั่วไปหมด

“เธอโดนรถชน!” อีกฝั่งเงียบกริบเหมือนลมหายใจหายไป

“…ว่าไงนะ”

“ผมได้ยินหมดทั้งสาย! คนกรี๊ดกันเต็มถนน เลือดออก...ตอนนี้ผมอยากรู้ว่าพ่ออยู่ที่ไหนกัน !! ” เป็นอีกครั้งที่เขาตะคอกจนสุดเสียง ทำเอาคนเป็นพ่อตกใจไม่ต่างกัน

เสียงเขาขาดเป็นช่วง ๆ เหมือนพูดไม่ออก ทั้งหอบ ทั้งหงุดหงิดโมโห

“จะบอกได้หรือยัง...ถ้าเธอเป็นอะไรขึ้นมา”

เขากัดฟันแน่น เหมือนจะฆ่าใครสักคน

“พ่ออยู่ไหน!” เจ้าสัวรีบตอบทันที

            “โรงพยาบาล xx! !”

“อย่าไปไหน!” ปรเมศกดตัดสายทันทีคว้ากุญแจรถ วิ่งออกจากบริษัทโดยไม่สนใคร พนักงานทั้งชั้นอึ้งท่านประธานที่ปกติเดินช้า ๆ สุขุมเย็นชา

ตอนนี้…วิ่งเหมือนคนเสียสติ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป