บทที่ 6 บังคับ
ตอนที่ 6.บังคับ
รถสีดำเงาวับเลี้ยวเข้าคฤหาสน์อย่างเงียบเชียบ
ไฟหน้ารถดับลงพร้อมเครื่องยนต์ความเงียบโรยตัวลงมาทันที ใบบัวปลดเข็มขัดช้า ๆ ร่างยังมึนหัวเล็กน้อยเธอรีบพูดขึ้นมาทันที เมื่อเห็นว่าปรเมศขยับตัว
“ฉันเดินเองได้ค่ะ…” เธอพูดเบา ๆ
ปรเมศไม่ตอบ แค่ลงจากรถแล้วปิดประตูดังปึง
ขายาวก้าวฉับ ๆ เข้าบ้านเหมือนคนอารมณ์ไม่ดี
ใบบัวเม้มปาก
…นั่นไง กลับมาเป็นเขาคนเดิมแล้วสินะ เมื่อกี้ที่โรงพยาบาลคงแค่เธอคิดไปเอง เธอค่อย ๆ เดินตามเข้าไป
แต่พอเข้าประตูมา ก็ต้องชะงัก
เสียงทุ้มของปรเมศดังลั่นโถงบ้าน
“ป้าเดือน”
แม่บ้านวัยกลางคนรีบวิ่งมา “คะ คุณปรเมศ”
“คุณใบบัวป่วย”
น้ำเสียงเขาสั้น กระชับ เหมือนสั่งงานในบริษัท
“เตรียมอาหารอ่อน ๆ ไว้ แล้วจัดยาให้ครบตามที่หมอสั่ง”
เขาหยุดนิดหนึ่งก่อนพูดต่อ
“…อย่าให้ขาดแม้แต่มื้อเดียว”
แม่บ้านพยักหน้ารัว ๆ “ได้ค่ะ ๆ”
แต่เขายังไม่จบ
“ถ้าเธอไม่กิน บังคับให้กิน”
“…คะ?”
สายตาคมกริบเหลือบมอง
“ผมไม่อยากเห็นเธอเข้าโรงพยาบาลอีก เข้าใจไหม”
โถงบ้านเงียบกริบ แม่บ้านกลืนน้ำลาย
“เข้าใจค่ะ”
ใบบัวยืนฟังอยู่ไม่ไกล หัวใจเต้นแรงแบบอธิบายไม่ถูก
คำพูดเขาเหมือนคำสั่ง แต่ทุกคำ…คือความเป็นห่วงล้วนๆ
เธอก้มหน้าซ่อนแก้มที่ร้อนผ่าว
แต่....
“เพราะไม่อย่างนั้นงานที่บริษัท ก็จะช้าตาม !! ” เขาพูดเพียงเท่านั้นก็เดินออกไปจากห้องโถงทันที
“คุณใบบัว มานั่งก่อนนะคะ เดี๋ยวป้าต้มโจ๊กให้”
ป้าเดือนรีบหันมาหาใบบัวที่เดินตามเข้ามาพอดี หญิงวัยกลางคนรีบเดินเข้ามาประคองใบบัวไว้ด้วยความเป็นห่วง
“มาค่ะ ป้าพาไปนั่งก่อน นี่ยาใช่ไหมคะ ส่งมาค่ะเดี๋ยวป้าจัดการให้” ป้าบัวยังคงใส่ใจใบบัวเป็นอย่างมาก
ใบบัวรีบโบกมือ
“ไม่เป็นไรค่ะป้า หนูไม่หิว อยากนอนเลย”
วันนี้มันเหนื่อยเกินไปจริง ๆ ทั้งร่างกาย ทั้งหัวใจเธอแค่อยากซุกตัวใต้ผ้าห่มแล้วหายไปสักพักแต่แม่บ้านกลับหน้าซีด
“ไม่ได้นะคะ!”
ใบบัวสะดุ้ง “คะ?”
ป้าเดือนรีบกระซิบเหมือนกำลังทำเรื่องผิดกฎหมาย
“ถ้าคุณใบบัวไม่ทาน พวกเราซวยแน่ค่ะ”
“…ซวย?”
“คุณปรเมศกำชับเสียงน่ากลัวมาก บอกว่าถ้าคุณไม่กิน จะถามพวกเราทุกคน”
แม่บ้านอีกคนพยักหน้าแรง
“เมื่อกี้คุณเขามองที หนูแทบอยากลาออกเลยค่ะ”
ใบบัวเผลอหลุดขำทั้งที่ยังเพลีย
ภาพปรเมศยืนกอดอกดุแม่บ้านเพราะเธอไม่ยอมกินข้าว
มันทั้งน่ากลัว…ทั้งตลกอย่างประหลาด
“เขา…พูดแบบนั้นจริง ๆ เหรอคะ”
“จริงสิคะ! น้ำเสียงเหมือนจะไล่คนออกทั้งบ้าน!”
ใบบัวเม้มปากแน่น หัวใจอุ่นวูบ คนที่ทั้งบริษัทกลัวแทบตาย
ตอนนี้กำลังดุคนอื่นเพราะเธอไม่กินข้าวมันฟังดูเหลือเชื่อจนเหมือนฝัน
“…งั้นหนูกินก็ได้ค่ะป้า ไม่งั้นเดี๋ยวทุกคนโดนดุเพราะหนูอีก”
แม่บ้านถอนหายใจโล่งอกทันที
“โอย ขอบคุณสวรรค์ มาค่ะมานั่งรอตรงนี้ก่อน” ป้าเดือนรีบจัดแจงที่นั่ง ส่วนแม่บ้านคนอื่น ๆ รีบไปจัดการเรื่องอาหารและหาน้ำอุ่นมาให้ใบบัวด้วยความรีบเร่งเป็นอย่างมาก
ไม่ไกลออกไป บนชั้นสอง ปรเมศยืนพิงระเบียง มองลงมาเงียบ ๆ
เห็นเธอนั่งกินโจ๊กช้า ๆ เขาถอนหายใจเบา ๆ
อย่างน้อย…เธอก็ยอมกิน มือใหญ่คลายออกจากกำแน่นโดยไม่รู้ตัว
ก่อนจะพึมพำกับตัวเองเสียงต่ำ
“…เรื่องแค่นี้ ทำไมต้องมันวุ่นวายขนาดนี้ด้วยวะ”
คำถามที่ไม่มีใครตอบได้ พูดจบปรเมศก็เดินเข้าห้องในทันที
ไม่นานหลังจากที่กินข้าว และกินยาเสร็จเรียบร้อยแล้วนั้น ใบบัวตามเข้ามาในห้อง แต่เธอกลับแปลกใจเป็นอย่างมากเมื่อเห็นว่าประตูห้องแง้มไว้ แถมเมื่อก้าวเข้าไปในห้องกลับพบว่าแอร์ไม่ได้เปิด
ใบบัวก้าวเดินเข้ามาในห้องช้า ๆ แต่ก็ต้องชะงักเมื่อเธอได้ยินปรเมศที่กำลังคุยโทรศัพท์กับใครสักคน ด้วยสีหน้าและท่าทางที่ยิ้มแย้มแจ่มใสเป็นอย่างมาก
“คิดถึงนิรินที่สุดเลยครับ เมื่อไหร่จะกลับมาสักที หรือว่าจะต้องให้ผมบินไปรับ ? ” ใบบัวที่ยืนฟังอยู่ถึงกับอึ้งไปเพราะเธอรู้ดีว่าเขาคงคุยกับคนรักอยู่เป็นแน่
“ทำไงดี ถ้าเข้าไปตอนนี้ ไม่ดีแน่” ใบบัวได้แต่คิดและ ถอยออกมายืนรอหน้าประตูห้อง เสียงสนทนายังคงดังต่อ
“ที่รักถึงผมจะแต่งงาน แต่ก็แค่ในนามเท่านั้น ที่นี่ไม่มีใครรู้ว่าผมแต่งงานแล้ว คนเดียวที่อยู่ในใจของผมก็คือคุณ”
ใบบัวกำถึงยาไว้แน่น เธอได้แต่หลับตาและยินพิงผนังหน้าห้อง
“ไม่ต้องกังวล ผมไม่สนใจผู้หญิงคนนั้นหรอก เธอไม่มีอะไรสู้คุณได้สักอย่างเลยนิริน ทั้งรูปร่าง หน้าตา การศึกษา ชาติตระกูล” ปรเมศยังคงพูดคุยอย่างมีความสุขโดยที่ไม่รู้ว่านอกห้องนั้นคนที่ยืนรอเขาคุยโทรศัพท์อยู่นั้นเริ่มจะไม่มีแรงที่จะยืนอยู่แล้ว
“คุณใบบัวทำอะไรอยู่ตรงนั้นคะ” เสียงป้าเดือนดังพอที่จะทำให้ปรเมศหันไปมอง
“ไม่มีอะไรค่ะป้า ฉันกำลังจะเข้าห้องค่ะ” ใบบัวตอบแค่นั้นก่อนจะเดินเข้าไปในห้อง โดยที่เธอไม่ได้สนใจว่าปรเมศจะคุยเสร็จหรือยัง แค่เข้าไปและนอนหลับ แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
