บทที่ 8 ทำร้ายจิตใจ
ตอนที่ 8. ทำร้ายจิตใจ
ปรเมศก้าวเข้ามาคร่อมร่างของใบบัวไว้กลางเตียง เขาก้มลงไซ้ซอกคอของใบบัวอย่างไม่มีความปราณีใด ๆ ทั้งนั้น ทั้งที่เธอร้องไห้อ้อนวอนขอให้เขาหยุด และพยายามพูดจาเตือนสติ แต่สิ่งที่ได้คือความรุนแรง
“อย่ามาสำออย ผู้หญิงอย่างเธอทำได้ทุกอย่างเพื่อเงิน ไม่อย่างนั้นคงไม่ยอมขายตัวลดศักดิ์ศรีเพื่อเงินหรอก” เขาพูดก่อนจะจับท่อนเอ็นจ่อที่ช่องทางรัก และยัดเข้าไปทีเดียวจนมิดลำ
“อ๊ะ เจ็บ อืออ ”ใบบัวร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด ไม่เพียงแค่ปรเมศไม่ได้ฟัง เขายังกระแทกท่อนเอ็นรัว ๆ
ปึก ปึก ปึก !! ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เขาไม่เคยมีความปราณีเธอเลยสักนิด
“คนเลว ฉันเกลียดคุณ”
“แล้วคุณคิดว่าผมรักคุณอย่างนั้นเหรอ สำหรับผมคุณมันก็เป็นแค่ของคั่นเวลาเท่านั้น” ปรเมศพูดจบก็พลิกร่างของใบบัวให้อยู่ในท่าคลานเข่า ก่อนที่เขาจะกระแทกท่อนเข้าไป และขยับสะโพกสอบของเขาอย่างแรง สองมือของเขาจับไว้ที่เอวคอดกิ่ว และกระแทกเข้าไปไม่ยั้ง
ไม่นานชายหนุ่มก็ปลดปล่อยน้ำรักสีขาวขุ่นเข้าไปในช่องทางรักของใบบัวจนมันเอ่อล้นออกมา เขากดท่อนเอ็นและแช่คาไว้อย่างนั้นสักพัก ก่อนจะดึงมันออกมา
“ลุกออกไปจากที่นอนฉัน แล้วก็ให้แม่บ้านมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนให้ใหม่ด้วย” ปรเมศที่เดินไปหยิบเสื้อคลุมมาสวม เขาบอกกับใบบัวอย่างไร้เยื่อใย
“คุณว่าอะไรนะ ? ” ใบบัวหันมาถามด้วยความแปลกใจ
“บอกว่าให้แม่บ้านมาเปลี่ยนผ้าปู พูดชัดขนาดนี้ไม่ได้ยินหรือยังไง ? ”
“ได้ยินแต่จะให้ฉันคิดยังไง ให้แม่บ้านมาเปลี่ยนผ้าปูเวลานี้ แล้วน้ำ...” ใบบัวไม่กล้าพูดได้แต่เม้มริมฝีปากไว้แน่น
“ถ้าอายก็ทำเอง เพราะฉันจะไม่นอนที่นอนที่มีกลิ่นน้ำแบบนี้” ปรเมศพูดจบก็เดินออกจากห้องทันที และใบบัวรู้ดีว่าเขาคงไปที่ห้องหนังสือ
อึก อึก ทันทีที่ปรเมศออกไปจากห้อง ใบบัวปล่อยน้ำตาให้ไหลออกมาในทันที
“พ่อคะ หนูจะอดทนพื่อพ่อนะคะ ” สองมือของใบบัวขยำผ้าห่มเอาไว้แน่น เธอลุกและเดินไปที่ห้องน้ำ ก่อนจะอาบน้ำชำระร่างกายของตัวเองอีกครั้ง และรีบออกมาเปลี่ยนผ้าปูที่นอนตามที่ปรเมศสั่ง
ความเหน็ดเหนื่อยมันถาโถมเข้ามาทีเดียว ใบบัวแทบไม่มีแรงแม้แต่จะเดิน เธอค่อย ๆ ปูผ้าห่มบนที่นอน
แต่ตอนนี้มือสั่นจนผ้าหลุดหลายครั้ง เพราะความเหนื่อยจากการถูกปรเมศกระทำ ทั้งจากหวัดที่เธอกำลังเป็นอยู่
เมื่อรู้สึกว่าหัวหนักเหมือนมีหินทับ ตาปิดเองตลอดเวลา
“แค่…นอนแป๊บเดียว…” เธอบอกตัวเองเบา ๆ สุดท้ายร่างเล็กเลยเผลอทรุดลงบนเตียงใหญ่ ตั้งใจจะแค่นั่งพักแต่พอหลังแตะที่นอนนุ่ม ๆ สติวูบหายไปทันที
เกือบเที่ยงคืน เสียงเปิดประตูดังแกร๊ก ปรเมศเดินเข้ามาในห้องหลังจัดการงานเสร็จ ไฟหัวเตียงสลัว ๆ ทำให้เขาเห็นภาพบนเตียงชัดเจน ใบบัวนอนขดตัวอยู่กลางเตียง
ผมยาวกระจายบนหมอน ลมหายใจสม่ำเสมอเหมือนเด็กที่เหนื่อยจัด
หัวใจเขากระตุกแรงโดยไม่ทราบสาเหตุ
ภาพนั้นมัน…เหมือนเธอเป็นเจ้าของเตียงนี้มาตลอด
เหมือนมันควรจะเป็นแบบนี้ เขายืนนิ่งอยู่นาน นานเกินไปสายตาไล่มองใบหน้าซีด ๆ ริมฝีปากแห้ง
รอยคล้ำใต้ตา แล้วความรู้สึกบางอย่างก็ไหลขึ้นมาจุกอกถ้าเธอนอนตรงนี้ ถ้าเขานอนข้าง ๆ ถ้าเขาเอื้อมมือไป...
“…บ้าเอ๊ย”
เสียงสบถเบา ๆ หลุดออกมา เหมือนกำลังด่าตัวเองเขาก้าวเข้าไปใกล้ ก่อนจะเปลี่ยนสีหน้ากลับมาเย็นชาเหมือนเดิมมือใหญ่คว้าแขนเธอ
“ใบบัว” ไม่มีเสียงตอบ เขาเผลอกระชากแรงเกินไป
“ตื่น” ร่างเล็กสะดุ้ง เธอลืมตาพร่า ๆ
“คะ…?”
“ใครบอกให้นอนบนเตียงฉัน ออกไป !! ”
น้ำเสียงเรียบ เย็น เหมือนคนแปลกหน้า ดวงตาเธอสั่นไหวทันที เหมือนเพิ่งนึกได้ที่ตรงนี้…ไม่ใช่ของเธอ
“…ขอโทษค่ะ” เสียงแผ่วเบาจนแทบไม่ได้ยิน
เธอลุกขึ้นช้า ๆ หัวหมุนจนต้องจับขอบเตียงไว้แต่เขาไม่ยื่นมือช่วย
“ไปนอนโซฟา” ใบบัวพยักหน้าเบา ๆ ไม่แม้แต่จะมองหน้าเขา เธอแค่หยิบหมอน เดินผ่านเขาไปเงียบ ๆเงียบจนเหมือนเธอไม่มีตัวตน เสียงฝีเท้าเบามาก พอล้มตัวลงบนโซฟา ความเย็นของหนังสัมผัสแผ่นหลังทันทีไม่เหมือนเตียงนุ่ม ๆ เมื่อครู่ ไม่เหมือนที่ที่เธอเผลอฝันไปว่าอาจเป็นของตัวเองสักครั้ง
ใบบัวหันหน้าเข้าพนัก พยายามหลับแต่ตากลับร้อนผ่าว
น้ำตาหยดแรกไหลลงช้า ๆ ไม่มีเสียงสะอื้น ไม่มีเสียงร้องไห้ มีแค่หยดน้ำตาที่ไหลเปียกหมอนทีละหยด…ทีละหยด
เหมือนเธอชินแล้ว ชินกับการร้องไห้คนเดียว ชินกับการไม่มีใครปลอบ ชินกับการเป็นคนที่ “ไม่มีสิทธิ์อะไรเลย” แม้แต่เตียงนอนของตัวเอง
บนเตียง ปรเมศนอนลืมตาทั้งที่ปิดไฟแล้วแต่กลับนอนไม่หลับเสียงพลิกตัวเบา ๆ จากโซฟาเสียงลมหายใจสะดุดเล็ก ๆมันดังชัดเกินไปในความมืด
เขากำผ้าห่มแน่น หงุดหงิด รำคาญ รำคาญตัวเองที่สุด
เพราะภาพตอนเธอพูดว่า “ขอโทษค่ะ” มันวนซ้ำไม่ยอมหายไป เขาแค่จะไล่เธอออกจากเตียง แต่ทำไมในอกมันแน่นเหมือนโดนใครบีบ
เงียบไปนาน สุดท้ายเขาลุกขึ้นนั่ง สายตามองไปทางโซฟา
เห็นแผ่นหลังเล็ก ๆ ขดตัว เหมือนลูกแมวที่โดนทิ้งแล้วบางอย่างในใจ…ก็เจ็บแปลบขึ้นมาโดยไม่ทันตั้งตัว
“เวรเอ๊ย” เสียงสบถเบามากเหมือนคนแพ้แพ้ให้ผู้หญิงคนเดียวโดยที่เธอไม่รู้ตัวด้วยซ้ำ
