บทที่ 4 นี่มันบ้านจริง ๆ หรือเนี่ย (2/2)
บทที่ 2 นี่มันบ้านจริง ๆ หรือเนี่ย (2/2)
คืนนั้นหลังจากที่ทุกคนหลับไปแล้ว เขานั่งอยู่มุมหนึ่งของกระท่อม มือถือเศษไม้ชิ้นเล็ก เขาค่อย ๆ ขีดเขียนลงบนพื้นดินอย่างตั้งใจ เส้นตรงและมุมต่าง ๆ ปรากฏขึ้นทีละนิดกลายเป็นแบบบ้านอย่างหยาบ ๆ
“ถ้าใช้ไม้ไผ่เป็นโครง…” เขาพึมพำกับตัวเอง “เสริมด้วยดินอัด ผนังจะทนขึ้น หลังคาก็ต้องมุงให้แน่นกว่าเดิม…”
เขาหยุดมองผลงานของตัวเองแล้วหน้าเล็กน้อย “อย่างน้อยก็ต้องดีกว่านี้”
เด็กชายคัดแบบบ้านที่ออกแบบไว้บนพื้นดินลงในกระดาษ เช้าวันถัดมาเขาก็ถือถือแบบนั้นเดินไปยังลานกลางของหมู่บ้าน ชายฉกรรจ์สองสามคนกำลังซ่อมเครื่องมือเกษตรอยู่ เขาหยุดยืนตรงหน้าแล้วเอ่ยขึ้นอย่างสุภาพ
“ท่านลุง...ข้าขอรบกวนได้ท่านสักหน่อยได้หรือไม่”
ชายคนหนึ่งเงยหน้าขึ้นมองเขาอย่างแปลกใจ “อ้าว เสี่ยวเฉิน...เจ้าหายป่วยแล้วหรือนี่”
“ข้าหายดีแล้วขอรับ” เขาตอบ ก่อนจะยื่นแบบในมือออกไป “ข้าอยากสร้างบ้านใหม่”
ชายคนนั้นรับไปดู ขมวดคิ้วเล็กน้อย “นี่เจ้าวาดเอง”
“ใช่ขอรับ”
อีกคนหนึ่งหัวเราะเบา ๆ “เจ้าหนู เจ้าคิดว่าการสร้างบ้านเป็นเรื่องเล่นหรือ ต้องใช้แรงคนมากแล้วก็…” เขาหยุดไปครู่หนึ่ง “ต้องใช้เงิน”
หลินเสี่ยวเฉนพยักหน้า “ถ้าข้ามีแบบแล้วพวกท่านช่วยได้หรือไม่”
ชายคนเดิมส่ายหัว “เสี่ยวเฉิน...ไม่ใช่ว่าพวกข้าไม่อยากช่วย แต่พวกข้าเองยังแทบเอาตัวไม่รอด หากไม่มีค่าจ้างจะให้ไปเสียแรงสร้างบ้านให้เจ้าคงทำไม่ได้จริง ๆ”
คำพูดนั้นตรงไปตรงมาแต่ไม่ได้ถือว่าโหดร้ายเพราะมันคือความจริงที่ทุกคนรู้ดี
หลินเสี่ยวเฉนเงียบไปครู่หนึ่งก่อนจะยื่นมือไปรับแบบคืน “ข้าเข้าใจ ขอบคุณลุงมาก” เขาไม่ได้อ้อนวอนหรือโต้แย้งเพียงหันหลังแล้วเดินกลับทันที
“เด็กคนนี้…” ชายคนหนึ่งพึมพำ “ดูไม่เหมือนเดิมเลย”
“ใช่ แววตามันแปลกไป” อีกคนเสริม
หลินเสี่ยวเฉินเดินกลับบ้านช้า ๆ ลมพัดผ่านทุ่งหญ้าแห้ง เสียงเสียดสีกันดังแผ่วเบา เขาก้มมองแบบในมืออยู่ครู่หนึ่งแล้วกำมันแน่น
“ไม่มีใครช่วย…” เขาพึมพำ จากนั้นก็เงยหน้าขึ้น ดวงตาแน่วแน่ “งั้นก็ทำเองก็ได้”
เมื่อกลับถึงบ้านก็เดินตรงไปยังเสาไม้ที่ผุพังแล้วยกมือเขย่าเบา ๆ เสานั้นสั่นทันที ฝุ่นร่วงลงมาเป็นผง
หลินอวี้หลานที่ยืนอยู่ใกล้ ๆ รีบร้องขึ้น “เสี่ยวเฉิน! เจ้าทำอะไร เดี๋ยวบ้านก็พังลงมาหรอก”
หลินเสี่ยวเฉนหันไปมองพี่สาว เขาหันมายิ้มบาง ๆ “ก็พังอยู่แล้วไม่ใช่หรือ”
“เจ้า…” หลินอวี้หลานพูดไม่ออก
เขามองไปรอบบ้านอีกครั้ง ก่อนจะพูดช้า ๆ แต่ชัดเจน “พี่หญิง...เราจะไม่อยู่ในบ้านแบบนี้อีกต่อไป”
“แล้วเจ้าจะทำอย่างไร” อวี้หลานมองเขานิ่ง
“ข้าจะสร้างมันใหม่” หลินเสี่ยวเฉนยกแบบในมือขึ้นให้ผู้เป็นพี่สาวดู
“ด้วยอะไร” หลินอวี้หลานขมวดคิ้วเพราะไม่เชื่อคำพูดของน้องชาย
“ด้วยมือของข้าเอง” คำตอบนั้นเรียบง่ายแต่หนักแน่นจนคนฟังต้องนิ่งไป
ลมพัดผ่านอีกครั้ง เสียงหลังคาเก่าดังเอี๊ยดอ๊าดเหมือนจะพังลงมาได้ทุกเมื่อ แต่ในดวงตาของเด็กชายวัยสิบขวบกลับไม่มีความหวาดกลัวเหลืออยู่ มีเพียงความมุ่งมั่นที่ค่อย ๆ ก่อตัวขึ้น แม้จะไม่มีเงิน ไม่มีคนช่วย และไม่มีอะไรอยู่ในมือ แต่ด้วยความรู้ที่เขามีอยู่เขามั่นใจว่าจะต้องทำมันได้แน่
