บทที่ 10 ตอนที่10 ไม่เคยตอบกลับ

ตอนที่10

ไม่เคยตอบกลับ

ญาณิดานั่งลงที่โต๊ะและเปิดไฟล์รายการทั้งหมดอีกครั้ง เธอสังเกตว่าบริษัทผู้รับเงินแห่งหนึ่งเพิ่งจดทะเบียนไม่ถึงหนึ่งปี และไม่มีผลงานเกี่ยวกับโครงการพัฒนาศูนย์เรียนรู้ตามที่ระบุในเอกสาร

ยิ่งค้นข้อมูล ความผิดปกติยิ่งเพิ่มขึ้น

เธอเปิดรายละเอียดของลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ พบว่าถูกใช้งานผ่านระบบภายในในคืนหนึ่งเมื่อหลายสัปดาห์ก่อน ซึ่งตรงกับวันที่เธอไปร่วมงานเลี้ยงกับปกรณัมและไม่ได้เข้าใช้คอมพิวเตอร์ของมูลนิธิเลย

ญาณิดาสั่งพิมพ์ข้อมูลทุกอย่างเก็บไว้ แล้วจึงเปิดอีเมลที่เคยส่งรายงานการประเมินความเสี่ยงของโครงการควบรวมกิจการให้ปกรณัม

รายงานนั้นเป็นสิ่งที่เธอทำขึ้นด้วยความหวังดี หลังบังเอิญเห็นเอกสารบางส่วนบนโต๊ะทำงานของเขาและพบเงื่อนไขซึ่งอาจทำให้บริษัทเสียเปรียบในระยะยาว เธอใช้เวลาหลายคืนวิเคราะห์ตัวเลขและเขียนข้อเสนอแนะอย่างละเอียด ก่อนส่งให้เขาเมื่อสองสัปดาห์ก่อน

ปกรณัมเปิดอ่าน แต่ไม่เคยตอบกลับ

เมื่อเธอถาม เขาเพียงบอกว่าฝ่ายบริหารมีผู้เชี่ยวชาญดูแลอยู่แล้ว และเธอไม่จำเป็นต้องยุ่งกับงานที่ไม่ได้รับมอบหมาย

ญาณิดาเปิดดูข้อมูลการเข้าถึงไฟล์แนบ และพบว่าหลังปกรณัมเปิดอ่าน มีการส่งต่ออีเมลไปยังบัญชีภายในบริษัทอีกบัญชีหนึ่ง แต่ระบบไม่แสดงชื่อผู้รับให้เธอเห็นความสงสัยเริ่มเชื่อมโยงกันอย่างช้า ๆ

มีคนเข้าถึงลายเซ็นของเธอมีคนเข้าถึงเอกสารในระบบมูลนิธิและยังมีคนเข้าถึงรายงานที่เธอส่งให้ปกรณัมโดยตรง

ก่อนที่ญาณิดาจะได้ตรวจสอบต่อ เจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่สามคนก็เดินเข้ามา โดยมีผู้ชายวัยกลางคนชื่อศุภกิจเป็นหัวหน้าทีม

หลังการแนะนำตัวอย่างเป็นทางการ ศุภกิจขอตรวจดูรายการที่ถูกระงับและเอกสารประกอบทั้งหมด เขาอ่านอยู่พักหนึ่ง ก่อนกล่าวด้วยน้ำเสียงสุภาพแต่แฝงแรงกดดัน

“จากเอกสารที่เราได้รับ รายการเหล่านี้มีการอนุมัติจากฝ่ายบริหารแล้วครับ แม้กระบวนการอาจไม่สมบูรณ์เพราะเป็นโครงการเร่งด่วน แต่การระงับเงินอาจส่งผลต่อสัญญากับคู่ค้า ผมจึงอยากขอให้คุณญาณิดาเปิดรายการไปก่อน แล้วค่อยดำเนินการแก้ไขเอกสารย้อนหลัง”

ญาณิดามองชายตรงหน้าอย่างไม่คล้อยตาม

“ฉันคงทำอย่างนั้นไม่ได้ค่ะ เพราะลายเซ็นในเอกสารไม่ใช่ลายเซ็นที่ฉันเป็นผู้ลง และฉันไม่เคยรับทราบโครงการนี้มาก่อน หากปล่อยเงินออกไปทั้งที่รู้ว่าขั้นตอนไม่ถูกต้อง ก็เท่ากับฉันยอมรับว่าเป็นผู้อนุมัติ”

“ฝ่ายรองประธานยืนยันว่าคุณเคยลงนามมอบอำนาจให้ใช้ลายเซ็นอิเล็กทรอนิกส์ในโครงการเร่งด่วนครับ”

“ขอดูหนังสือมอบอำนาจฉบับนั้นได้ไหมคะ”

ศุภกิจชะงักไปเล็กน้อย

“เอกสารอาจอยู่ระหว่างการรวบรวม แต่ผมเชื่อว่าฝ่ายรองประธานคงไม่ยืนยันสิ่งที่ไม่มีอยู่จริง”

“ความเชื่อไม่ใช่หลักฐานทางบัญชีค่ะ คุณเองก็ทำงานด้านตรวจสอบ น่าจะเข้าใจว่าการปล่อยเงินหลายสิบล้านบาทโดยอาศัยเพียงคำยืนยันทางวาจาเป็นเรื่องที่รับไม่ได้”คำตอบของญาณิดาทำให้บรรยากาศภายในห้องประชุมเคร่งเครียดขึ้น

ศุภกิจวางปากกาลง ก่อนพูดอย่างระมัดระวัง

“ผมไม่ได้ต้องการกดดันคุณญาณิดา แต่ช่วงนี้บริษัทกำลังอยู่ในระหว่างการควบรวม หากเกิดข่าวว่ามูลนิธิระงับโครงการเพราะสงสัยการทุจริต อาจส่งผลต่อความเชื่อมั่นโดยรวม ท่านประธานเองก็คงไม่ต้องการให้เรื่องนี้ขยายออกไป”

“ฉันก็ไม่ต้องการให้บริษัทเสียหายค่ะ แต่การปิดตาแล้วปล่อยเงินออกไปไม่ใช่การรักษาชื่อเสียง หากภายหลังพบว่าเป็นการทุจริต ความเสียหายจะรุนแรงกว่านี้หลายเท่า”

“ถ้าเช่นนั้นผมจะรายงานว่าคุณญาณิดายังไม่ยินยอมเปิดรายการครับ”

“กรุณารายงานด้วยว่าฉันขอเอกสารฉบับจริง หนังสือมอบอำนาจ และข้อมูลผู้รับผลประโยชน์ทั้งหมด เมื่อได้รับครบถ้วน ฉันพร้อมพิจารณาทันทีค่ะ”

ญาณิดาตอบอย่างสุภาพ แต่ไม่มีท่าทีหวั่นไหว

หลังทีมตรวจสอบออกไป ผู้จัดการบัญชีถอนหายใจด้วยความกังวล

“ผมเกรงว่าเรื่องนี้จะทำให้คุณญาณิดามีปัญหากับผู้บริหารนะครับ”

หญิงสาวมองเอกสารตรงหน้า“ถ้าการไม่ยอมให้ใครใช้ชื่อเราโอนเงินโดยไม่ชอบต้องกลายเป็นปัญหา ก็แสดงว่ามีบางอย่างผิดปกติมากกว่าที่คิดค่ะ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป