บทนำ
ตลอดห้าปีของการแต่งงาน “ปกรณัม” เลือกบริษัทเหนือเธอครั้งแล้วครั้งเล่า เลือกภาพลักษณ์เหนือความจริง เลือกเชื่อหลักฐานที่ถูกจัดฉากมากกว่าคำพูดของภรรยา และในวันที่เธอถูกใส่ร้าย สูญเสียพ่อ ถูกทำร้ายจนเกือบเสียลูก เขาจึงเพิ่งรู้ว่า ผู้หญิงที่เขามองข้ามมาตลอด กำลังจะเดินออกจากชีวิตเขาไปจริง ๆ
เด็กชายตัวน้อยที่เกิดจากคืนแห่งความสิ้นหวัง กลายเป็นโซ่เส้นสุดท้ายที่ผูกหัวใจของคนสองคนไว้ด้วยกัน แต่ญาณิดาไม่ต้องการกลับไปเป็นภรรยาที่อดทนเงียบอีกต่อไป
บท 1
ตอนที่ 1
วันครบรอบที่ไม่มีความหมาย
เสียงฝนเม็ดเล็กกระทบกระจกบานสูงของห้องนอนเป็นจังหวะสม่ำเสมอ ท้องฟ้าในยามเช้าถูกปกคลุมด้วยกลุ่มเมฆสีเทาหม่น ทำให้แสงที่ลอดผ่านม่านผืนบางดูอ่อนจางกว่าทุกวัน
ญาณิดาลืมตาขึ้นก่อนนาฬิกาปลุกจะดังเพียงไม่กี่นาที เธอนอนนิ่งอยู่บนเตียงกว้าง มองความว่างเปล่าทางด้านข้างซึ่งไม่มีร่องรอยของคนนอนอยู่มานานแล้ว ผ้าปูที่นอนอีกฝั่งเรียบตึง ไม่ต่างจากเมื่อคืนและหลายร้อยคืนที่ผ่านมา
ปกรณัมย้ายไปนอนห้องทำงานชั้นล่างตั้งแต่สองปีก่อน โดยให้เหตุผลว่าตารางงานของเขาไม่แน่นอน บางคืนต้องประชุมกับต่างประเทศจนเกือบเช้า หากเข้าออกห้องนอนกลางดึกจะรบกวนการพักผ่อนของเธอเหตุผลนั้นฟังดูมีน้ำใจอยู่ไม่น้อย หากไม่คิดถึงความจริงที่ว่าตลอดสองปี ปกรณัมไม่เคยถามเลยว่าญาณิดาต้องการนอนหลับอย่างสงบ หรืออยากตื่นขึ้นมาแล้วพบสามีอยู่ข้างกายกันแน่
หญิงสาวเอื้อมมือไปหยิบโทรศัพท์มือถือบนโต๊ะข้างเตียง หน้าจอแสดงวันที่ซึ่งเธอจดจำได้โดยไม่จำเป็นต้องเปิดปฏิทิน วันนี้เป็นวันครบรอบแต่งงานปีที่ห้าของเธอกับปกรณัม
ห้าปีก่อน ในวันเดียวกันนี้ ญาณิดาเคยยืนอยู่ในชุดเจ้าสาวสีขาวท่ามกลางแขกผู้มีเกียรติหลายร้อยคน เธอจำได้ว่าตนเองตื่นเต้นจนมือเย็นเฉียบ แต่เมื่อปกรณัมยื่นมือมารับ เขากลับกระชับมือเธอแน่นพอให้คลายความกังวล
ตอนนั้นญาณิดาเคยคิดว่า แม้การแต่งงานจะเริ่มต้นจากความต้องการของผู้ใหญ่ แต่เวลาคงทำให้คนสองคนค่อย ๆ เรียนรู้กันได้ เธอไม่รู้เลยว่าเวลาห้าปีอาจทำให้คนหนึ่งรักมากขึ้น ขณะที่อีกคนกลับห่างออกไปเรื่อย ๆ จนแทบไม่เหลือแม้แต่ความเป็นสามีภรรยา
เสียงประตูห้องแต่งตัวเปิดออกทำให้ญาณิดาหลุดจากความคิด ปกรณัมเดินออกมาในชุดสูทสีเข้มพอดีตัว เนกไทเส้นเรียบถูกผูกไว้อย่างสมบูรณ์แบบจนแทบไม่มีสิ่งใดให้ติ ชายหนุ่มอยู่ในวัยสามสิบห้าปี แต่รูปลักษณ์สุขุมและความสำเร็จในหน้าที่การงานทำให้เขาดูโดดเด่นเกินกว่าคนทั่วไป
ปกรณัมเป็นผู้ชายที่ไม่ว่าเดินเข้าไปในสถานที่ใด ผู้คนมักหันมามอง เขามีทั้งใบหน้าคมคาย รูปร่างสูงสง่า การศึกษาจากมหาวิทยาลัยชื่อดัง และอำนาจตัดสินใจในอาณาจักรธุรกิจขนาดใหญ่
เขามีทุกอย่างพร้อมจนไม่เคยต้องเรียนรู้ว่าการสูญเสียสิ่งสำคัญไปนั้นรู้สึกอย่างไร
ญาณิดาค่อย ๆ ลุกขึ้นนั่ง ใช้มือจัดเส้นผมที่ยุ่งเล็กน้อย ก่อนส่งยิ้มให้สามี
“เช้านี้คุณมีประชุมตั้งแต่กี่โมงคะ ฉันเห็นเลขาส่งเอกสารมาให้ตั้งแต่เมื่อคืนหลายชุด คุณได้นอนบ้างหรือเปล่า”
ปกรณัมหยิบข้อมือขึ้นดูนาฬิกา เขาไม่ได้มองเธอทันที แต่เดินไปหยิบแฟ้มบนโต๊ะปลายเตียงแล้วเปิดตรวจความเรียบร้อย
“ผมนอนได้ประมาณสามชั่วโมง เพียงพอสำหรับวันนี้ ส่วนการประชุมเริ่มแปดโมงครึ่ง แต่ก่อนหน้านั้นผมต้องเข้าไปคุยกับฝ่ายกฎหมายเรื่องสัญญาควบรวมกิจการ ถ้าทุกอย่างเป็นไปตามกำหนด ช่วงบ่ายอาจมีนัดกับนักลงทุนเพิ่มอีกหนึ่งราย”
น้ำเสียงของเขาเป็นปกติ เรียบเฉย และเต็มไปด้วยรายละเอียดเกี่ยวกับงาน เหมือนทุกเช้าที่ทั้งคู่พูดคุยกัน
ญาณิดาเงียบไปชั่วครู่ก่อนถามด้วยน้ำเสียงระมัดระวัง
“แล้วเย็นนี้ล่ะคะ คุณพอจะกลับมากินอาหารที่บ้านได้ไหม ฉันอยากให้เรากลับมานั่งกินข้าวด้วยกันสักมื้อ ไม่ต้องออกไปที่ไหนก็ได้ แค่อยู่บ้านเงียบ ๆ เท่านั้น”
มือที่กำลังพลิกหน้ากระดาษของปกรณัมหยุดลงเล็กน้อย เขาเงยหน้ามองภรรยา คล้ายกำลังประเมินว่าคำขอนั้นมีความสำคัญมากพอให้เปลี่ยนตารางหรือไม่
“วันนี้ผมยังตอบไม่ได้ เพราะมีงานเปิดตัวโครงการกับพิมพ์พา ถ้านักลงทุนต้องการคุยต่อหลังงานเลิก ผมคงปฏิเสธไม่ได้ คุณไม่จำเป็นต้องรอ ถ้าหิวก็กินไปก่อน”
ญาณิดารู้สึกเหมือนความหวังเล็ก ๆ ถูกลมเย็นพัดดับ เธอพยายามประคองรอยยิ้มไว้ไม่ให้ดูน่าสงสารเกินไป
“ฉันไม่ได้กลัวว่าจะต้องกินข้าวช้าหรอกค่ะ เพียงแต่วันนี้เป็นวันที่เราควรอยู่ด้วยกันบ้าง คุณจำได้ใช่ไหมคะว่าวันนี้เป็นวันอะไร”
ปกรณัมนิ่งไปเพียงอึดใจ ดวงตาคมกวาดมองปฏิทินบนหน้าจอโทรศัพท์ ก่อนตอบอย่างตรงไปตรงมา
“ผมจำได้ว่าเป็นวันครบรอบแต่งงาน แต่คุณไม่ควรคาดหวังว่าผมจะยกเลิกงานสำคัญเพราะวันที่ในปฏิทิน วันครบรอบสามารถกินอาหารย้อนหลังได้ ไม่ได้มีผลอะไรต่อชีวิตจริง”
ญาณิดาก้มมองมือของตนเอง นิ้วเรียวกำผ้าห่มแน่นขึ้นอย่างไม่รู้ตัว แม้จะเตรียมใจไว้แล้วว่าปกรณัมอาจจำไม่ได้ แต่การที่เขาจำได้และยังเลือกมองข้ามกลับทำให้เจ็บปวดกว่าเดิม
“สำหรับคุณอาจเป็นแค่วันที่ในปฏิทิน แต่สำหรับฉันมันเป็นวันที่เราเริ่มต้นชีวิตคู่ด้วยกัน ฉันไม่ได้ขอให้คุณหยุดทำงานทั้งวัน เพียงอยากให้คุณกลับมากินอาหารด้วยกันสักหนึ่งชั่วโมง เพราะตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา เราแทบไม่ได้พูดกันเกินวันละสิบประโยคด้วยซ้ำ”
ญาณิดาพูดออกไปอย่างใจเย็น เธอไม่ต้องการให้บทสนทนากลายเป็นการทะเลาะ เพราะทุกครั้งที่อารมณ์ของเธอเริ่มสั่นไหว ปกรณัมมักสรุปว่าเธอกำลังใช้อารมณ์กับเรื่องที่ไม่มีเหตุผล
ชายหนุ่มปิดแฟ้มลงแล้วมองเธอเต็มตา สีหน้าของเขาไม่ได้แสดงความรำคาญชัดเจน แต่แววตาเย็นชานั้นทำให้ญาณิดารู้ว่าเขากำลังมองคำร้องขอของเธอเป็นภาระอีกอย่างหนึ่ง
“ญาณิดา ผมอยากให้คุณเข้าใจว่าชีวิตของผมไม่ได้มีเพียงเรื่องในบ้าน พนักงานหลายพันคนกำลังรอการตัดสินใจจากผม การควบรวมครั้งนี้มีมูลค่ามากพอจะเปลี่ยนทิศทางบริษัทไปอีกหลายปี ผมไม่สามารถบอกทุกคนว่าขอตัวกลับบ้านเพราะภรรยาอยากฉลองวันครบรอบได้”
“ฉันไม่ได้ขอให้คุณทอดทิ้งหน้าที่ค่ะ ฉันแค่อยากรู้ว่าระหว่างงานทั้งหมด คุณยังเห็นว่าฉันเป็นส่วนหนึ่งของชีวิตคุณอยู่หรือเปล่า”คำถามนั้นทำให้ห้องนอนเงียบลง
ญาณิดาเงยหน้าสบตาสามี เธอไม่ได้ร้องไห้ แต่แววตาสั่นไหวอย่างคนที่ต้องใช้ความกล้ามากเพียงใดจึงจะถามออกไปได้
ปกรณัมมองเธออยู่ครู่หนึ่ง ก่อนถอนหายใจ เบา ๆ
“คุณเป็นภรรยาของผม มีบ้านอยู่ มีคนดูแล มีเงินใช้โดยไม่ต้องกังวล ผมไม่เคยทำให้คุณขาดอะไร และไม่เคยสร้างเรื่องเสียหายให้คุณต้องอับอาย ผมไม่เข้าใจว่าทำไมคุณจึงต้องตั้งคำถามเหมือนผมไม่เคยรับผิดชอบชีวิตคุณ”คำตอบของเขาเหมือนกำแพงหนาที่ตั้งขวางระหว่างคนสองคน
เขาพูดถึงบ้าน เงิน ความสะดวกสบาย และหน้าที่ของสามีในแบบที่ตนเองเข้าใจ แต่ไม่เคยพูดถึงความรัก ไม่เคยพูดถึงความห่วงใย และไม่เคยถามว่าญาณิดาต้องการสิ่งเหล่านั้นจริงหรือไม่
หญิงสาวกลืนความขมขื่นลงคอ ก่อนเอ่ยด้วยเสียงเบากว่าเดิม
“ฉันรู้ว่าคุณให้ฉันหลายอย่าง และฉันไม่เคยคิดว่าเป็นสิ่งที่คุณต้องทำโดยไม่มีค่า แต่บางครั้งฉันก็อยากได้เวลาของคุณบ้าง อยากให้คุณกลับมาถามว่าฉันเป็นอย่างไร หรืออย่างน้อยรับฟังเวลาฉันมีเรื่องอยากพูด ไม่ใช่เพียงจัดการทุกอย่างด้วยเงินแล้วคิดว่าปัญหาจบลง”
ปกรณัมขมวดคิ้วเล็กน้อย“คุณมีปัญหาอะไรอีกหรือ”
ญาณิดาเงียบไป เมื่อคืนประจำเดือนของเธอขาดเป็นสัปดาห์ที่สาม อาการคลื่นไส้และเวียนศีรษะเกิดขึ้นบ่อยจนเริ่มมั่นใจว่าอาจมีอีกหนึ่งชีวิตกำลังก่อกำเนิดขึ้นภายในร่างกาย เธอซื้อชุดตรวจการตั้งครรภ์มาแล้ว แต่ยังไม่กล้าใช้ เพราะอยากรอให้เช้านี้ได้พูดคุยกับปกรณัมเสียก่อน หากผลตรวจเป็นจริง เธออยากบอกข่าวนั้นกับเขาด้วยรอยยิ้ม ไม่ใช่พูดแทรกระหว่างที่เขากำลังดูนาฬิกาและรอเดินออกจากบ้าน
“ฉันมีเรื่องสำคัญอยากบอกค่ะ แต่ถ้าคุณรีบ เราค่อยพูดกันเย็นนี้ก็ได้”
ญาณิดายังไม่ทันพูดจบ เสียงโทรศัพท์ของปกรณัมก็ดังขึ้น ชื่อพิมพ์พาปรากฏบนหน้าจอ เขารับสายแทบจะทันที
“ว่าอย่างไร”น้ำเสียงของเขาเปลี่ยนไปเล็กน้อย ไม่ถึงกับอ่อนโยน แต่มีความตั้งใจฟังมากกว่าตอนพูดกับเธอ
บทล่าสุด
#104 บทที่ 104 ตอนที่104 รายงานการเงิน
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#103 บทที่ 103 ตอนที่103 ไม่ใช่เพราะลูกเรียกร้อง
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#102 บทที่ 102 ตอนที่102 ยังไม่ได้ถาม
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#101 บทที่ 101 ตอนที่101 พูดทั้งน้ำตา
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#100 บทที่ 100 ตอนที่100 ทำหน้าเหมือนชีวิตขาดความหมาย
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#99 บทที่ 99 ตอนที่ 99 บ้านที่หัวใจเลือกกลับมา
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#98 บทที่ 98 ตอนที่98 บ้านนี้เสียงดี
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#97 บทที่ 97 ตอนที่97 รออยู่ตรงนั้น
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#96 บทที่ 96 ตอนที่96 หัวใจแม่
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026#95 บทที่ 95 ตอนที่95 นักไกล่เกลี่ย
อัปเดตล่าสุด: 9/26/2026
คุณอาจชอบ 😍
เจ้าสาวนอกปรารถนา
จู่ ๆ วันหนึ่งเขาเดินเข้ามาบอกด้วยสีหน้าเรียบเฉยว่า ‘ทำผู้หญิงคนอื่นท้อง’ พร้อมยื่นคำขาดว่า… หากรับไม่ได้ก็เซ็นใบหย่าแล้วไสหัวไป แต่ถ้าอยากรักษาตำแหน่งภรรยาแต่งเอาไว้ ก็จงยอมรับสภาพการใช้ชีวิตแบบ ‘สามคนผัวเมีย’ ในบ้านหลังนี้ซะ!
วันนี้หญิงสาวจึงต้องตัดสินใจ เธอจะยอมก้มหน้ารับความอดสู หรือจะลุกขึ้นสู้เพื่อกอบกู้ศักดิ์ศรีและเดินออกจากกรงขังไร้รักแห่งนี้ด้วยตัวเอง
รักโคตรร้าย ผู้ชายพันธุ์ดิบ
ปรเมศ จิรกุล หมอหนุ่มเนื้อหอม รองผู้อำนวยการโรงพยาบาลเอกชนชื่อดัง เขาขึ้นชื่อเรื่องความฮอตฉ่า เป็นสุภาพบุรุษ อ่อนโยน เทคแคร์ดีเยี่ยม และให้เกียรติผู้หญิงทุกคน ยกเว้นกับธารธารา อัศวนนท์
ปรเมศตั้งแง่รังเกียจธารธาราตั้งแต่ครั้งแรกที่เจอหน้า เพียงเพราะเธอแต่งตัวเหมือนผู้ชาย เขาเลยประณามว่าเธอเป็นพวกผิดเพศน่ารังเกียจ แต่ใครเลยจะรู้ว่าหมอสาวมาดทอมหัวใจหญิงนั้นจะเฝ้ารักและแอบมองเขาอยู่ห่างๆ เพราะเจียมตัวดีว่าอีกฝ่ายแสนจะรังเกียจ และดูเหมือนคำกล่าวที่ว่าเกลียดอะไรมักจะได้อย่างนั้นจะใช้ไม่ได้ผลสำหรับคนทั้งคู่
กระทั่งดวลเหล้ากันจนเมาแบบขาดสติสุดกู่ เขาจึงเผลอปล้ำแม่สาวทอมที่เขาประกาศว่าเกลียดเข้าไส้ หนำซ้ำยังโยนความผิดว่า ‘ความสัมพันธ์บัดซบ’ ที่เกิดขึ้นเป็นเพราะยัยทอมตัวแสบยั่วเขา เมากับเมาเอากันแล้วไง น้ำแตกก็แยกทาง ทว่าพออีกฝ่ายหลบหน้าเขากลับร้อนรนกระวนกระวาย ครั้นทนไม่ไหวหมอหนุ่มจอมยโสก็ต้องคอยราวี และตามหึงหวงเมื่อมีใครคิดจะจีบ ‘เมียทอม’ ของเขา แต่กว่าจะรู้ตัวว่าขาดเธอไม่ได้ เธอก็หายไปจากชีวิตเขาเสียแล้ว
สูตรรักศาสตราจารย์
ในวันที่คุณหมอออกเวรตอนเช้า แล้วเพิ่งจะคล้อยหลับไปไม่ทันได้หนึ่งชั่วโมง เสียง ปัก ปัก จากข้างห้องดังจนหัวเตียงเธอแทบจะคลอนตาม ด้วยความโมโห หมอปรางถึงขั้นเอากระดาษที่เขียนด้วยลายมือหมอ ไปแปะไว้ที่หน้าห้องข้างๆ
"ตำน้ำพริก กรุณารองครกด้วยค่ะ"
พร้อมคำสาบแช่งเล็กๆ น้อยๆ
"สาธุ ขอให้มันอักเสบ หรือไม่ก็ให้เตียงมันหักไปซะจะได้ไม่ต้องเสียงดัง"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"คุณไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล เชิญห้องตรวจหนึ่งค่ะ"
"ตุ่มคล้ายสิวหรือหนองขึ้นที่โคนอวัยวะเพศใช่ไหมคะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
"ฉิบหายแล้วแกนังปราง มีเรื่องกับใครไม่มี นั่นน่ะหรือตาบ้าข้างห้องแกอ่ะ"
"อื้อ แกรู้จักหรือ"
"เรียกว่าทั้งมหาวิทยาลัยใครบ้างไม่รู้จักเขาดีกว่า"
"ตอนนั้นฉันอยู่ไม่เห็นรู้จัก"
"ก็แก มันสนใจอะไรรอบตัวบ้าง นั่นน่ะ อาจารย์วิทย์ รองศาสตราจารย์ไตรวิทย์ บริรักษ์ไพศาล กำลังจะได้เป็นศาสตราจารย์อยู่รอมร่อ จนเขาว่ากันว่าจะเป็นศาตราจารย์ที่หนุ่มและหล่อที่สุด ที่สำคัญเขาเป็นอาจารย์อยู่คณะนิติศาสตร์ ฉิบหายไหมคราวนี้"
"ฉิบหายล่ะ"
️️️️~~~~~~~\~~~~~~~
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
รักซึมร้าย NC 25++
ห้องที่หญิงสาวกำลังขึ้นไปนี้มีลักษณะเป็นห้องชุดรอยัลสวีท สุดหรู มีสองห้องนอน ห้องนอนใหญ่เป็นห้องส่วนตัวของเจ้านายใหญ่ยามที่ต้องมาค้างที่นี่ อีกห้องเป็นห้องนอนขนาดเล็กกว่าหน่อย เอาไว้สำหรับพาสาวๆ มาหาความสำราญ ด้านนอกมีห้องนั่งเล่นที่มีโซฟาชุดใหญ่วางอยู่ เมื่อไปถึงเจ้าตัวก็ยกมือขึ้นเคาะประตูสองครั้งก่อนจะผลักเข้าไปทันทีโดยไม่ต้องรอให้เจ้าของห้องอนุญาต
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
I’m evil guy ปีศาจตัวร้ายพ่ายรัก
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’













