บทที่ 13 ตอนที่13 ขัดสายตา

ตอนที่13

ขัดสายตา

ญาณิดายืนฟังโดยไม่หันไปมอง เธอไม่อยากให้คนเหล่านั้นรู้ว่าคำพูดทุกคำลอยเข้าหูอย่างชัดเจน

อาการคลื่นไส้กับความอึดอัดทำให้หญิงสาวขอตัวไปห้องน้ำ เธอเดินออกจากห้องจัดเลี้ยงอย่างระมัดระวัง พยายามไม่ให้ใครสังเกตว่าเท้าเริ่มไม่มีแรง

ภายในห้องน้ำหญิงเงียบกว่าด้านนอกมาก ญาณิดายืนจับขอบอ่าง ล้างมือด้วยน้ำเย็นและพยายามหายใจให้เป็นปกติ

เธอมองเงาตนเองในกระจก ใบหน้าที่ช่างแต่งหน้าอย่างดีสามารถปิดบังความซีดเซียวได้ แต่ไม่อาจปิดบังแววตาของคนที่กำลังแตกสลาย

เสียงส้นรองเท้าดังเข้ามาใกล้ ก่อนเงาของ พิมพ์พาจะปรากฏในกระจก

“คุณออกมานานจนฉันคิดว่าคงไม่สบายจริง ๆ ถ้าฝืนไม่ไหวก็ควรกลับนะคะ เดี๋ยวล้มกลางงานแล้วทุกคนจะวุ่นวายกันหมด”

น้ำเสียงของพิมพ์พาฟังเหมือนห่วงใย แต่รอยยิ้มตรงมุมปากกลับตรงกันข้าม ญาณิดาปิดก๊อกน้ำและหันไปเผชิญหน้า

“ถ้าฉันกลับ คุณคงสะดวกขึ้นมากสินะคะ เพราะไม่ต้องมีภรรยาของปกรณัมยืนขัดสายตาเวลาคุณแสดงความสนิทสนมกับเขา”

พิมพ์พาหัวเราะเบา ๆ“ฉันไม่จำเป็นต้องรอให้คุณกลับหรอกค่ะ ต่อให้คุณยืนอยู่ตรงนั้น ปกรณัมก็มองเห็นฉันมากกว่าคุณอยู่ดี เรื่องนี้คุณน่าจะรู้มาตั้งแต่ก่อนแต่งงานแล้ว”

“ฉันรู้ว่าคุณเคยเป็นคนรักของเขา แต่คำว่าเคยควรทำให้คุณเข้าใจว่าความสัมพันธ์นั้นจบไปแล้ว คนที่ยังพยายามยึดพื้นที่ของคนมีครอบครัว ไม่ได้เรียกว่าผูกพันค่ะ เรียกว่าไม่รู้จักเคารพขอบเขต”

รอยยิ้มของพิมพ์พาจางลงเล็กน้อย“คุณพูดเหมือนคนที่มั่นใจในสถานะของตัวเอง แต่เมื่อครู่ปกรณัมก็พูดชัดเจนแล้วไม่ใช่หรือคะว่าเขาแต่งงานเพราะผู้ใหญ่ต้องการ และทำตามสิ่งที่จำเป็น ฉันไม่เห็นว่าเขาพูดถึงความรักแม้แต่คำเดียว”

ญาณิดากำมือแน่นอยู่ข้างลำตัว“ไม่ว่าเขาจะรักฉันหรือไม่ ฉันก็ยังเป็นภรรยาของเขาตามกฎหมายและตามความเป็นจริง ส่วนคุณเป็นเพียงหุ้นส่วนที่ควรรู้ว่าตนเองควรยืนตรงไหน”

พิมพ์พาเดินเข้ามาใกล้ขึ้น“ตำแหน่งภรรยาช่วยให้คุณยืนข้างเขาในรูปถ่ายได้ค่ะ แต่ไม่ได้ช่วยให้คุณเข้าใจโลกของเขา คุณรู้ไหมว่าทำไมเขาถึงคุยกับฉันได้ทุกเรื่อง เพราะฉันช่วยให้เขาประสบความสำเร็จได้ ฉันอ่านงบประมาณ รู้จักนักลงทุน เข้าใจความเสี่ยง และมองเห็นสิ่งที่เขาต้องการโดยไม่ต้องให้พูดซ้ำ ต่างจากคุณที่มีแต่เรื่องความรู้สึก วันครบรอบ มื้ออาหาร และคำถามว่าเขารักหรือไม่รัก”คำพูดนั้นกรีดลงตรงบาดแผลอย่างแม่นยำ

ญาณิดามองผู้หญิงตรงหน้าอย่างสงบนิ่ง แม้หัวใจจะเจ็บร้าว

“คุณอาจเข้าใจงานของเขา แต่ดูเหมือนยังไม่เข้าใจศักดิ์ศรีของตัวเองนะคะ ผู้หญิงที่มีความสามารถจริงไม่จำเป็นต้องเหยียบภรรยาของคนอื่นเพื่อพิสูจน์ว่าตัวเองเหนือกว่า และคนที่เหมาะสมกับผู้ชายคนหนึ่ง ไม่ได้วัดจากการสามารถแย่งเวลาของเขามาจากภรรยาได้มากเพียงใด”

ใบหน้าของพิมพ์พาตึงขึ้น“คุณคิดว่าฉันกำลังแย่งหรือคะ ญาณิดา สิ่งที่ไม่เคยเป็นของคุณตั้งแต่แรก ไม่มีใครเรียกว่าแย่งหรอกค่ะ”

“ถ้าอย่างนั้นคุณคงไม่จำเป็นต้องตามฉันมาถึงห้องน้ำเพื่อพูดเรื่องนี้ เพราะคนที่มั่นใจว่าเป็นเจ้าของหัวใจเขาจริง คงไม่ต้องพยายามทำให้ภรรยาของเขารู้สึกต่ำต้อยขนาดนี้”

พิมพ์พานิ่งไปชั่วขณะ ก่อนหัวเราะออกมาเบา ๆ

“คุณพูดเก่งกว่าที่ฉันคิด แต่คำพูดไม่ได้เปลี่ยนความจริง คืนนี้ลองมองให้ดีนะคะว่าเวลามีเรื่องสำคัญ ปกรณัมจะหันไปหาใคร ระหว่างภรรยาที่เขาต้องรับผิดชอบกับผู้หญิงที่เขาไว้วางใจ”

เธอหยิบแก้วไวน์ซึ่งถือเข้ามาด้วยยกขึ้นจิบ ก่อนกล่าวต่อ

“บางทีคุณควรยอมรับว่าการได้แต่งงานกับเขาก็ถือว่าได้รับมากพอแล้ว อย่าเรียกร้องทั้งตำแหน่ง ชื่อเสียง ความมั่นคง และความรัก เพราะผู้หญิงบางคนไม่ควรได้ทุกอย่าง”

ญาณิดามองพิมพ์พาอย่างไม่หลบสายตา

“ฉันไม่เคยคิดว่าตัวเองควรได้รับทุกอย่างค่ะ แต่ฉันรู้ว่าภรรยาทุกคนควรได้รับการให้เกียรติ และผู้หญิงที่พยายามแทรกกลางครอบครัวคนอื่นไม่มีสิทธิเป็นคนตัดสินว่าใครคู่ควรกับอะไร”สิ้นคำ ญาณิดาก็เดินผ่านอีกฝ่ายไปแต่ในจังหวะที่เธอกำลังจะเปิดประตู พิมพ์พากลับเดินตามมาอย่างรวดเร็ว มือของอีกฝ่ายกระทบข้อศอกเธอ ก่อนแก้วไวน์จะพลิกหกลงบนชุดสีแดงของตนเองเต็มด้านหน้าเสียงแก้วตกแตกดังขึ้นในเวลาเดียวกับที่ประตูห้องน้ำเปิดออก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป