บทที่ 3 ตอนที่3 ไม่เคย

ตอนที่3

ไม่เคย

หลังประตูปิดลง ญาณิดาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาปกรณัมทันที สัญญาณดังอยู่หลายครั้งกว่าจะมีคนรับ แต่เสียงที่ดังขึ้นไม่ใช่สามี เป็นเสียงของเลขาส่วนตัว

“สวัสดีค่ะคุณญาณิดา ท่านประธานกำลังประชุมอยู่ค่ะ ไม่ทราบว่ามีเรื่องเร่งด่วนหรือไม่คะ”

“มีค่ะ ฉันต้องคุยกับเขาเรื่องบัญชีมูลนิธิ มีรายการโอนเงินผิดปกติหลายรายการและใช้ลายเซ็นของฉันโดยไม่ได้รับอนุญาต ช่วยบอกเขาว่าฉันต้องการคุยทันทีที่การประชุมพักได้ไหมคะ”

“ได้ค่ะ ดิฉันจะแจ้งให้ท่านประธานทราบ แต่วันนี้ตารางค่อนข้างแน่นมาก หลังประชุมนี้ท่านต้องเตรียมตัวไปงานเปิดโครงการต่อ อาจติดต่อกลับช่วงเย็นนะคะ”

ญาณิดากำโทรศัพท์แน่น“ช่วยเน้นว่าเรื่องนี้ไม่ควรรอถึงเย็นค่ะ เงินเกือบห้าสิบล้านบาทถูกโอนออกจากมูลนิธิ และเอกสารระบุว่ามาจากฝ่ายรองประธาน ฉันต้องการให้เขาตรวจสอบก่อนจะมีรายการอื่นตามมา”

เลขาเงียบไปเล็กน้อยก่อนตอบรับ“ดิฉันจะพยายามแจ้งให้เร็วที่สุดค่ะ”

สายถูกตัดไป ญาณิดานั่งรออยู่เกือบครึ่งชั่วโมงโดยไม่มีการติดต่อกลับ เธอพยายามโทรอีกครั้งแต่สายไม่ว่าง สุดท้ายจึงส่งข้อความไปหาปกรณัม พร้อมภาพเอกสารและข้อความสั้น ๆ ว่า

“มีการใช้ลายเซ็นฉันโอนเงินออกจากมูลนิธิ ฉันไม่เคยเห็นเอกสารเหล่านี้ กรุณาติดต่อกลับทันทีค่ะ”

ข้อความถูกเปิดอ่านในอีกสิบห้านาทีต่อมา แต่ไม่มีคำตอบแทนที่ปกรณัมจะโทรกลับ ญาณิดากลับได้รับข้อความจากกฤตภาส

“อาได้รับแจ้งว่าหนูสงสัยรายการโอนเงิน ไม่ต้องกังวลนะ เป็นโครงการเร่งด่วนที่สำนักงานใหญ่ขอใช้บัญชีมูลนิธิชั่วคราว เอกสารอาจไม่ได้ส่งถึงหนูเพราะฝ่ายงานรีบ อาจะให้คนชี้แจงภายหลัง”

ญาณิดาอ่านซ้ำหลายรอบ ความไม่สบายใจยิ่งเพิ่มขึ้น เพราะการใช้บัญชีมูลนิธิโอนเงินให้โครงการของบริษัทโดยไม่มีมติรับรอง ย่อมผิดหลักการอย่างชัดเจน ต่อให้มีคำสั่งจากรองประธานก็ไม่สมควรทำ

เธอตอบกลับอย่างสุภาพแต่เด็ดขาด

“ขอบคุณค่ะ แต่ฉันไม่เคยอนุมัติและไม่มีสิทธิให้ใครใช้ลายเซ็นแทน รายการที่ยังไม่เสร็จสมบูรณ์จะถูกระงับจนกว่าจะตรวจสอบชัดเจน ส่วนเงินที่โอนไปแล้ว ฉันขอเอกสารโครงการและหลักฐานการใช้จ่ายทั้งหมดภายในวันนี้ค่ะ”

กฤตภาสไม่ตอบกลับในทันที

ญาณิดาจึงส่งข้อความหาปกรณัมอีกครั้งว่า กฤตภาสอ้างว่าเป็นโครงการเร่งด่วน แต่เธอไม่เห็นด้วยกับขั้นตอนดังกล่าว

คราวนี้ปกรณัมโทรกลับมาในที่สุด“คุณกำลังทำอะไรอยู่”ประโยคแรกของเขาไม่ได้ถามว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ถามด้วยน้ำเสียงเหมือนผู้บริหารกำลังสอบสวนพนักงานที่อาจทำให้งานสะดุด

ญาณิดาพยายามไม่ใส่ใจน้ำเสียงนั้น“ฉันกำลังตรวจบัญชีมูลนิธิแล้วพบการโอนเงินหลายรายการโดยใช้ลายเซ็นของฉัน ทั้งที่ฉันไม่เคยอนุมัติ อาคุณบอกว่าเป็นโครงการเร่งด่วนจากสำนักงานใหญ่ แต่ไม่ว่าจะเร่งแค่ไหนก็ไม่ควรปลอมลายเซ็นหรือใช้บัญชีมูลนิธิโดยไม่มีเอกสารครบถ้วน”

ปลายสายเงียบไปเล็กน้อย ก่อนปกรณัมตอบ

“ผมเพิ่งคุยกับอากฤตภาส เขาบอกว่าเป็นความเข้าใจผิดของฝ่ายเอกสาร ลายเซ็นอาจถูกนำมาจากเอกสารอนุมัติชุดก่อน เพราะโครงการต้องเดินหน้าให้ทันกำหนด”

“นั่นไม่ใช่ความเข้าใจผิดค่ะปกรณัม การนำลายเซ็นของฉันไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นเรื่องร้ายแรง และเงินที่โอนไปก็ไม่ใช่จำนวนเล็กน้อย ฉันต้องการให้มีการตรวจสอบโดยอิสระ ไม่ใช่เพียงให้คนที่ออกคำสั่งเป็นฝ่ายอธิบายเอง”

ญาณิดาพูดอย่างมีเหตุผล เธอพยายามไม่ใช้อารมณ์ ทั้งที่ใจเต้นแรงจากความกังวล

“ตอนนี้ผมไม่มีเวลาจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง คุณส่งเอกสารให้ฝ่ายตรวจสอบภายในไปก่อน อย่าทำให้คนในมูลนิธิตื่นตระหนกจนเกิดข่าวลือ เพราะถ้าเรื่องหลุดออกไปในช่วงที่เรากำลังควบรวมกิจการ จะสร้างความเสียหายมากกว่าที่คุณคิด”

“ฉันระงับรายการที่ยังไม่เสร็จแล้ว เพราะไม่ต้องการให้เงินออกไปเพิ่ม”

ปกรณัมถอนหายใจอย่างชัดเจน“คุณไม่ควรตัดสินใจหยุดรายการโดยไม่ปรึกษาผม หากโครงการล่าช้า ความเสียหายอาจมากกว่าเงินที่คุณกำลังพูดถึง”

ญาณิดากัดริมฝีปากแน่น คำพูดของเขาทำให้เธอรู้สึกว่าความผิดปกติซึ่งพบไม่มีความหมายเท่ากับกำหนดการของบริษัท

“ถ้าฉันไม่ระงับแล้วภายหลังพบว่าเป็นการทุจริต คนที่ต้องรับผิดคือตัวฉัน เพราะชื่อของฉันอยู่ในเอกสาร คุณกำลังขอให้ฉันปล่อยเงินออกไปทั้งที่รู้ว่าลายเซ็นถูกใช้โดยไม่ได้รับอนุญาตหรือคะ”

“ผมไม่ได้ขอให้คุณปล่อยเงิน ผมเพียงบอกว่าอย่าตัดสินทุกอย่างจากความสงสัยของตัวเอง ฝ่ายงานหลายส่วนมีวิธีดำเนินการที่คุณอาจไม่เข้าใจทั้งหมด”

คำว่า “คุณอาจไม่เข้าใจ” ทำให้ญาณิดานิ่งไป

ก่อนแต่งงาน เธอเคยทำงานด้านวิเคราะห์การเงินโดยตรง และรู้ดีว่ากระบวนการลักษณะนี้ผิดปกติเพียงใด แต่ปกรณัมกลับมองว่าความสามารถของเธอหยุดอยู่ตั้งแต่วันที่ลาออกจากงาน

“ฉันเข้าใจมากพอจะรู้ว่าไม่มีบริษัทไหนควรใช้บัญชีมูลนิธิเป็นทางผ่านของเงินโดยไม่เปิดเผย และไม่มีผู้บริหารคนใดมีสิทธิปลอมลายเซ็นผู้รับผิดชอบเพื่อความรวดเร็ว หากคุณยังคิดว่าฉันไม่เข้าใจ ก็ขอให้ส่งผู้ตรวจสอบอิสระเข้ามาค่ะ ฉันพร้อมอธิบายทุกอย่าง”

เสียงของญาณิดาสั่นเล็กน้อย แต่ยังหนักแน่น

ปกรณัมเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนตอบด้วยน้ำเสียงเย็นกว่าเดิม

“ผมจะให้ฝ่ายตรวจสอบเข้าไปวันพรุ่งนี้ วันนี้คุณอย่าทำอะไรเพิ่มเติม แล้วกลับบ้านพักผ่อนเสีย เรื่องนี้ไม่จำเป็นต้องทำให้ใหญ่โตเกินเหตุ”

“สำหรับคุณอาจยังไม่ใหญ่ เพราะชื่อในเอกสารไม่ใช่ชื่อคุณ”คำพูดนั้นหลุดออกไปก่อน                ญาณิดาจะยั้งทัน ปลายสายเงียบสนิทเธอรู้ว่าปกรณัมไม่ชอบการถูกย้อน เขามักมองว่าการตั้งคำถามต่อการตัดสินใจของเขาเป็นการไม่ให้เกียรติ

“ผมกำลังจะเข้าซ้อมงานกับพิมพ์พาขา เราค่อยคุยกันเมื่อผมกลับ เรื่องนี้ยังไม่มีข้อสรุป อย่าเพิ่งกล่าวหาใคร”

“แล้วคุณจะกลับกี่โมงคะ”

ญาณิดาถามออกไป ทั้งที่รู้ว่าคำถามนั้นไม่เกี่ยวกับเรื่องบัญชี แต่ส่วนลึกในใจยังไม่ยอมทิ้งความหวังของวันครบรอบ

“ผมไม่ทราบ ถ้างานจบเร็วก็คงกลับ แต่ไม่ต้องรอ”

ปกรณัมวางสายไปโดยไม่พูดอะไรต่อ

หญิงสาวค่อย ๆ วางโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ ความเหนื่อยล้าถาโถมเข้ามาจนต้องหลับตา เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกครั้งที่มีเรื่องสำคัญ ปกรณัมจึงสามารถทำให้เธอกลายเป็นคนสร้างปัญหาได้เสมอ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป