บทที่ 4 ตอนที่4 ไม่ได้ต้องการของขวัญ

ตอนที่4

ไม่ได้ต้องการของขวัญ

ในช่วงบ่าย ญาณิดาตรวจเอกสารต่อและทำสำเนาเก็บไว้หลายชุด เธอส่งไฟล์หนึ่งไปยังอีเมลส่วนตัว เพื่อป้องกันกรณีข้อมูลในระบบถูกลบ จากนั้นจึงกลับบ้านเร็วกว่าปกติ เพราะอาการเวียนศีรษะเริ่มรุนแรงขึ้น

ระหว่างทาง โทรศัพท์แจ้งเตือนข่าวธุรกิจหลายสำนัก ภาพปกรณัมกับพิมพ์พาปรากฏอยู่บนหน้าจอ ทั้งคู่ยืนเคียงกันบนเวทีเปิดตัวโครงการใหม่

พิมพ์พาสวมชุดราตรีสีแดงเข้ม โดดเด่นและมั่นใจ เธอหันไปยิ้มให้ปกรณัมในจังหวะที่นักข่าวถ่ายภาพ ส่วนเขายืนอยู่ข้างกันด้วยท่าทีสุขุม ภาพนั้นดูเหมาะสมราวกับทั้งคู่ถูกสร้างมาเพื่อเป็นคู่ชีวิต ไม่ใช่เพียงหุ้นส่วนทางธุรกิจ

คำพาดหัวข่าวเขียนว่า“คู่ธุรกิจแห่งปี จับตาความร่วมมือครั้งใหญ่ของสองทายาท”อีกสำนักหนึ่งใช้ข้อความว่า

“อดีตคนรักกลับมาจับมือกันอีกครั้ง หรือดีลหมื่นล้านจะเปลี่ยนมากกว่าธุรกิจ”

ญาณิดาปิดหน้าจอทันที เธอบอกตนเองว่าไม่ควรเชื่อข่าวซุบซิบ ปกรณัมกับพิมพ์พาอาจเคยคบกันก่อนเขาแต่งงาน แต่ตลอดห้าปี ปกรณัมไม่เคยมีพฤติกรรมแสดงว่าแอบสานสัมพันธ์ทางกายกับผู้หญิงอื่น เขาไม่ได้นอกใจเธอเพียงแต่ความซื่อสัตย์ทางร่างกายไม่ได้ทำให้การละเลยทางหัวใจเจ็บน้อยลง

เมื่อกลับถึงบ้าน ญาณิดาเดินเข้าไปในห้องครัว แม่บ้านกำลังเตรียมอาหารเย็นตามปกติ เธอจึงขอให้ทุกคนหยุดและบอกว่าจะทำอาหารเอง

“วันนี้คุณผู้หญิงจะทำเองทั้งหมดเลยหรือคะ ให้ป้าช่วยเตรียมวัตถุดิบเถอะค่ะ คุณผู้หญิงดูหน้าซีดมาก ถ้ายืนนาน ๆ อาจไม่สบายได้”

ป้าสาย แม่บ้านเก่าแก่กล่าวด้วยความเป็นห่วง

“ช่วยล้างผักกับเตรียมของให้ฉันก็พอค่ะ ที่เหลือฉันอยากทำเอง วันนี้เป็นวันครบรอบ ฉันอยากทำเมนูที่คุณปกรณัมชอบ เผื่อเขากลับมาแล้วจะได้กินของ ร้อน ๆ”

ญาณิดาตอบพร้อมรอยยิ้มบาง ป้าสายมีสีหน้าลังเล แต่ไม่กล้าพูดว่าทุกปีปกรณัมแทบไม่เคยกลับมาตรงเวลาในวันสำคัญของภรรยา นางจึงเพียงพยักหน้าและช่วยจัดเตรียมทุกอย่างอย่างเงียบ ๆ

ญาณิดาใช้เวลาหลายชั่วโมงทำอาหาร เธอเลือกเมนูที่ปกรณัมเคยกินหมดจานในช่วงแต่งงานปีแรก ทั้งซุปใสรสอ่อน ปลาอบ และของหวานที่ไม่หวานมากเพราะเขาไม่ชอบน้ำตาล ระหว่างทำอาหาร อาการคลื่นไส้เกิดขึ้นหลายครั้ง โดยเฉพาะเมื่อได้กลิ่นเนื้อสัตว์ เธอต้องออกไปสูดอากาศและดื่มน้ำเป็นระยะ แต่ยังฝืนทำต่อจนเสร็จ

เมื่อโต๊ะอาหารถูกจัดเรียบร้อย ญาณิดานำเทียนเล่มเล็กมาวางตรงกลาง พร้อมเค้กสีขาวซึ่งมีข้อความสั้น ๆ ว่า “ห้าปีของเรา”

เธอไม่ได้ต้องการของขวัญ ไม่ได้คาดหวังคำหวาน หรือการเดินทางแสนโรแมนติก ขอเพียงสามีกลับมานั่งตรงข้ามกันและพูดคุยอย่างคนที่ยังเห็นความหมายของชีวิตคู่

หนึ่งทุ่มผ่านไป ไม่มีข้อความจากปกรณัม

สองทุ่ม ญาณิดาส่งข้อความถามว่าเขาจะกลับหรือไม่ ข้อความถูกอ่านแต่ไม่มีคำตอบ สามทุ่ม ป้าสายเดินมาถามว่าจะให้อุ่นอาหารหรือไม่ ญาณิดาส่ายหน้าและบอกว่าอีกไม่นานเขาคงกลับ สี่ทุ่ม ข่าวงานเปิดตัวโครงการยังคงถูกเผยแพร่อย่างต่อเนื่อง มีภาพปกรณัมกับพิมพ์พาขาร่วมกินอาหารกับนักลงทุนในโรงแรมหรู

ญาณิดามองภาพนั้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนคว่ำโทรศัพท์ลงบนโต๊ะ อาหารตรงหน้าเย็นชืด เทียนลดความยาวลงเกือบครึ่ง และเค้กเริ่มมีหยดน้ำเกาะจากอุณหภูมิห้อง

ป้าสายเดินเข้ามาอีกครั้ง สีหน้าสงสารจนญาณิดาต้องเป็นฝ่ายยิ้มปลอบ

“ป้าไปพักเถอะค่ะ ฉันรออีกนิดเดียว ถ้าเขาไม่กลับ ฉันจะเก็บเอง”

“คุณผู้หญิงไม่ต้องเก็บเองหรอกค่ะ เรียกป้าได้ตลอดนะคะ แล้วอย่างน้อยกินอะไรรองท้องสักหน่อยก็ยังดี ตั้งแต่เย็นคุณผู้หญิงยังไม่ได้กินอะไรเลย”

“ฉันยังไม่หิวค่ะ ขอบคุณนะคะ”ญาณิดาพูดเบา ๆ

หลังแม่บ้านออกไป บ้านทั้งหลังก็เหลือเพียงความเงียบ เสียงเข็มนาฬิกาดังชัดเจนราวกับกำลังนับว่าความหวังของเธอเหลืออยู่อีกนานเพียงใด

เกือบเที่ยงคืน ญาณิดาตัดสินใจดับเทียน เธอยกจานอาหารขึ้นทีละใบ เตรียมนำไปเก็บในครัว แต่เสียงรถยนต์แล่นเข้ามาทำให้มือหยุดชะงัก

บทก่อนหน้า
บทถัดไป