บทที่ 7 ตอนที่ 7 ภรรยาที่ไม่คู่ควร
ตอนที่ 7
ภรรยาที่ไม่คู่ควร
เส้นสีแดงสองขีดบนแท่งตรวจการตั้งครรภ์ยังคงปรากฏชัดเจน แม้เวลาจะผ่านไปนานกว่าสิบนาทีแล้วก็ตาม
ญาณิดานั่งอยู่บนพื้นห้องน้ำข้างอ่างล้างหน้า แผ่นหลังพิงผนังกระเบื้องเย็นเฉียบ มือหนึ่งกำแท่งตรวจไว้แน่น ส่วนอีกมือวางทาบอยู่เหนือหน้าท้องซึ่งยังคงราบเรียบ ไม่ปรากฏสิ่งใดให้คนภายนอกล่วงรู้ว่ากำลังมีอีกหนึ่งชีวิตถือกำเนิดขึ้นภายในร่างกายของเธอ
หยดน้ำตายังคงไหลลงมาอย่างเงียบงัน ทั้งที่ริมฝีปากของหญิงสาวพยายามยิ้ม
ตลอดห้าปีของการแต่งงาน ญาณิดาเคยจินตนาการถึงวันนี้นับครั้งไม่ถ้วน เธอเคยคิดว่าหากตนเองตั้งครรภ์ จะนำข่าวดีไปบอกปกรณัมอย่างไร อาจซื้อรองเท้าเด็กคู่เล็กมาวางไว้ในกล่องของขวัญ หรือพิมพ์ภาพอัลตราซาวนด์ใส่กรอบแล้ววางบนโต๊ะทำงานของเขา
บางครั้งเธอเคยฝันไกลถึงขั้นเห็นภาพปกรณัมยกเธอขึ้นกอดหลังได้รู้ว่ากำลังจะเป็นพ่อ แม้ในชีวิตจริงเขาไม่เคยเป็นผู้ชายที่แสดงความตื่นเต้นออกมาง่าย ๆ แต่ญาณิดาก็เคยเชื่อว่าเรื่องลูกอาจเป็นสิ่งพิเศษมากพอจะทำลายกำแพงความเย็นชาในหัวใจของเขาได้
ทว่าในค่ำคืนที่ข่าวนั้นกลายเป็นความจริง ปกรณัมเพิ่งทำให้เธอรู้สึกว่าแม้แต่วันครบรอบแต่งงานยังไม่สำคัญมากพอให้เขากลับบ้านตรงเวลาความยินดีจึงถูกความหวาดกลัวกลืนกินไปกว่าครึ่ง
ญาณิดาก้มลงมองหน้าท้องตนเองอีกครั้ง ก่อนกระซิบด้วยเสียงแผ่วเบา
“แม่ควรดีใจให้มากกว่านี้ใช่ไหมลูก เพราะหนูไม่ได้ทำอะไรผิดเลย หนูเป็นของขวัญที่ดีที่สุดในชีวิตแม่ เพียงแต่แม่ยังไม่รู้ว่าควรบอกพ่อของหนูอย่างไร ถึงจะทำให้เขารู้ว่าหนูมีค่ามากกว่างานประชุมหรือราคาหุ้นของบริษัท”
ไม่มีเสียงใดตอบกลับมา นอกจากเสียงฝนที่กระทบกระจกห้องนอนดังเป็นจังหวะอยู่ด้านนอก
หญิงสาวยกมือขึ้นเช็ดน้ำตา เธอไม่ต้องการให้คืนแรกที่ได้รับรู้ถึงการมีอยู่ของลูกเต็มไปด้วยความเศร้า จึงพยายามสูดลมหายใจเข้าให้ลึก ตั้งสติ และบอกตัวเองว่าชุดตรวจจากร้านขายยาอาจมีความคลาดเคลื่อนได้ เธอควรไปพบแพทย์ ตรวจเลือด และยืนยันผลให้แน่นอนเสียก่อน
อย่างน้อยเมื่อถึงเวลาพูดกับปกรณัม เธอควรมีข้อมูลที่ชัดเจนพอจะไม่ถูกเขามองว่าเป็นเพียงการคาดเดาหรือความตื่นเต้นที่เกินเหตุ
ญาณิดาลุกขึ้นช้า ๆ นำแท่งตรวจใส่ถุงพลาสติกขนาดเล็ก ก่อนเก็บลงในกล่องกำมะหยี่ซึ่งอยู่ชั้นในสุดของลิ้นชักโต๊ะเครื่องแป้ง กล่องใบนั้นเดิมใช้เก็บต่างหูที่ปกรณัมมอบให้เธอในวันแต่งงาน แต่หญิงสาวแทบไม่เคยหยิบออกมาใส่ เพราะเครื่องประดับราคาแพงคู่นั้นหนักเกินไปสำหรับชีวิตประจำวัน
คืนนี้เธอกลับเลือกใช้กล่องของขวัญจากสามีเก็บความลับเกี่ยวกับลูกของเขา
ญาณิดาเปลี่ยนเสื้อผ้าแล้วกลับมานอนบนเตียงกว้างเพียงลำพัง เธอไม่รู้ว่าปกรณัมยังทำงานอยู่ชั้นล่าง หรือกลับไปนอนในห้องพักข้างห้องทำงานแล้ว
ส่วนหนึ่งอยากลุกลงไปเคาะประตูและบอกเขาเดี๋ยวนี้ ไม่ว่าจะดึกเพียงใด เพราะข่าวเรื่องลูกไม่ควรถูกเก็บไว้เป็นความลับระหว่างสามีภรรยา แต่อีกส่วนหนึ่งกลับจำสีหน้าของเขาขณะพูดว่าอาหารมื้อหนึ่งสามารถเลื่อนไปวันไหนก็ได้ และการทำอาหารรอเป็นเรื่องสิ้นเปลืองได้อย่างชัดเจน หากเธอเปิดประตูเข้าไปในเวลานี้ แล้วเขาเพียงเงยหน้าจากเอกสารก่อนถามว่าเหตุใดจึงไม่พูดพรุ่งนี้ ความทรงจำเกี่ยวกับวันที่รู้ว่าตนเองกำลังจะเป็นแม่คงกลายเป็นบาดแผลที่ไม่มีวันลบออก
ญาณิดาจึงเลือกปิดไฟ นอนกอดหมอน และพยายามข่มตาหลับโดยมีฝ่ามือวางปกป้องหน้าท้องอยู่ตลอดคืน แต่เธอแทบไม่ได้นอนเลย
ทุกครั้งที่หลับตา หญิงสาวมักเห็นภาพปกรณัมหันหลังเดินออกจากบ้าน เห็นภาพเขายืนเคียงข้างพิมพ์พาขาบนหน้าข่าว และได้ยินเสียงตัวเองถาม ซ้ำ ๆ ว่าชีวิตแต่งงานของพวกเขามีความหมายกับเขาบ้างหรือไม่ ไม่มีคำตอบใดช่วยให้เธอสบายใจได้
รุ่งเช้า ญาณิดาตื่นขึ้นด้วยอาการคลื่นไส้รุนแรง เธอรีบวิ่งเข้าห้องน้ำก่อนจะอาเจียนออกมาอีกครั้ง ทั้งที่ในท้องไม่มีอาหารเหลืออยู่มากนัก
ร่างกายอ่อนแรงจนต้องจับขอบอ่างล้างหน้าไว้แน่น เมื่อเงยหน้าขึ้นมองกระจก เธอเห็นใบหน้า ซีดเซียวและรอยคล้ำใต้ดวงตาของตนเองอย่างชัดเจน
หญิงสาวเปิดน้ำล้างหน้า ก่อนยืนสงบนิ่งอยู่พักใหญ่ พยายามทำให้ตัวเองดูเป็นปกติมากที่สุด เพราะไม่ต้องการให้แม่บ้านหรือคนในบ้านสังเกตเห็นความผิดปกติ เธอยังไม่พร้อมให้ใครรู้เรื่องลูกก่อนปกรณัม
แม้สามีจะไม่เคยทำให้เธอรู้สึกเป็นคนสำคัญ แต่เขายังคงเป็นบิดาของเด็ก และญาณิดาต้องการให้เขาได้รับรู้ข่าวนี้จากปากเธอเอง
