บทที่ 8 ตอนที่8 เบือนหน้า

ตอนที่8

เบือนหน้า

เมื่อแต่งตัวเสร็จ หญิงสาวลงมาชั้นล่างและพบปกรณัมนั่งอยู่หัวโต๊ะอาหาร เขาสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกับกางเกงขายาวสีเข้ม เสื้อสูทยังพาดอยู่บนพนักเก้าอี้ด้านข้าง ดวงตาคมจับจ้องอยู่ที่หน้าจอแท็บเล็ต ขณะที่มืออีกข้างยกกาแฟดำขึ้นดื่มเป็นระยะ

อาหารเช้าหลายอย่างวางอยู่บนโต๊ะ แต่ปกรณัมแตะเพียงขนมปังปิ้งครึ่งแผ่นกับกาแฟหนึ่งแก้ว

ญาณิดาหยุดยืนอยู่ตรงประตูห้องอาหารเพียงครู่หนึ่ง ภาพตรงหน้าดูเหมือนเช้าวันปกติ ไม่มีร่องรอยของการทะเลาะเมื่อคืน ไม่มีคำขอโทษ ไม่มีการพูดถึงเค้กที่ถูกทิ้ง หรือความรู้สึกที่เธอเผยออกไป

สำหรับปกรณัม เหตุการณ์เมื่อคืนอาจจบลงทันทีที่เขาเดินออกจากห้องน้ำแต่สำหรับเธอ มันยังคงอยู่ในทุกลมหายใจ

หญิงสาวเดินไปนั่งเก้าอี้ด้านข้างตามตำแหน่งเดิม ป้าสายรีบนำข้าวต้มมาวางให้ แต่เพียงได้กลิ่นกระเทียมเจียว ญาณิดาก็รู้สึกคลื่นไส้จนต้องเบือนหน้า

ปกรณัมเงยหน้าจากหน้าจอทันที“ยังไม่หายหรือ”

คำถามนั้นทำให้ญาณิดาชะงักเล็กน้อย เพราะอย่างน้อยแสดงว่าเขายังจำได้ว่าเมื่อคืนเธออาเจียน

“ดีขึ้นแล้วค่ะ คงเพราะเมื่อวานไม่ได้กินอาหารตรงเวลา”

เธอตอบพร้อมยกแก้วน้ำขึ้นจิบ เพื่อซ่อนอาการที่ยังไม่ปกติ

ปกรณัมวางแท็บเล็ตลงและมองใบหน้าของเธออยู่ครู่หนึ่ง

“หน้าคุณยังซีด ถ้าไม่สบายก็ควรไปโรงพยาบาล อย่าปล่อยไว้จนเป็นมากแล้วทำให้ทุกคนต้องวุ่นวายภายหลัง” คำพูดของเขาฟังดูคล้าย              ความห่วงใย แต่ถ้อยคำช่วงท้ายกลับทำให้ความอบอุ่นลดลงไปเกือบหมด

ญาณิดามองสามีแล้วถามอย่างอดไม่ได้

“ถ้าฉันป่วยขึ้นมาจริง ๆ สิ่งที่คุณกังวลคืออาการของฉัน หรือกลัวว่าจะสร้างความวุ่นวายให้ตารางงานของคุณคะ”

ปกรณัมขมวดคิ้ว“ผมกำลังแนะนำให้คุณไปพบแพทย์ ไม่ได้ต้องการเริ่มต้นเช้าวันใหม่ด้วยการทะเลาะเรื่องเมื่อคืน”

“ฉันก็ไม่ได้อยากทะเลาะค่ะ เพียงแต่บางครั้งคำพูดของคุณทำให้ฉันไม่แน่ใจว่าคุณห่วงฉันในฐานะภรรยา หรือเพียงไม่ต้องการให้ปัญหาส่วนตัวมากระทบชีวิตที่คุณจัดไว้เรียบร้อยแล้ว”

ญาณิดากล่าวด้วยน้ำเสียงสงบ แม้ภายในใจจะเต็มไปด้วยความสับสน

ปกรณัมเอนหลังพิงเก้าอี้ มองเธอด้วยสายตาคล้ายกำลังพยายามอดทน

“คุณกำลังเอาความไม่พอใจเมื่อคืนมาขยายความทุกประโยคของผม ผมยอมรับว่ากลับมาช้าและไม่ได้ส่งข้อความ แต่ผมไม่ได้จงใจทำร้ายความรู้สึกคุณ งานเลี้ยงกับนักลงทุนยืดเยื้อกว่ากำหนด หากผมลุกออกมาโดยไม่มีเหตุผลที่เหมาะสม จะส่งผลต่อการเจรจาที่คนทั้งทีมเตรียมมาหลายเดือน”

“ฉันเข้าใจเรื่องงานค่ะ และไม่ได้ต้องการให้คุณย้อนกลับไปแก้ไขสิ่งที่เกิดขึ้น เพียงอยากให้คุณยอมรับว่าฉันมีสิทธิรู้สึกเสียใจ โดยไม่ถูกมองว่าเป็นผู้หญิงที่สร้างปัญหาจากเรื่องเล็กน้อย”

“ผมไม่เคยห้ามคุณเสียใจ แต่คุณควรจัดการความรู้สึกของตัวเองโดยไม่ทำให้ทุกบทสนทนากลายเป็นการกล่าวหาว่าผมไม่เห็นความสำคัญของคุณ”

ญาณิดาหลุบตามองช้อนในมือ คำพูดของเขายังคงเป็นแบบเดิม ปกรณัมไม่เคยบอกตรง ๆ ว่าเธอไม่มีความสำคัญ แต่ทุกครั้งที่เธอร้องขอเวลา ความเข้าใจ หรือความอ่อนโยน เขากลับอธิบายยาวเหยียดว่าทำไมสิ่งอื่นจึงจำเป็นกว่า

ผลลัพธ์จึงไม่แตกต่างจากการบอกว่าเธอไม่สำคัญเลย หญิงสาววางช้อนลง ก่อนสูดลมหายใจเข้าอย่างช้า ๆ

“เมื่อคืนฉันบอกว่ามีเรื่องสำคัญอยากพูดกับคุณ คุณยังอยากฟังอยู่ไหมคะ”

ปกรณัมมองนาฬิกาข้อมือโดยอัตโนมัติ               การเคลื่อนไหวเพียงเล็กน้อยนั้นกลับทำให้ประโยคซึ่งญาณิดาเตรียมไว้หยุดค้างอยู่ในลำคอ เขาคงไม่รู้ว่าทุกครั้งที่มองนาฬิกาขณะเธอพยายามเปิดใจ มันทำให้เธอรู้สึกว่าตนเองกำลังใช้เวลาของเขาเกินกว่าสิทธิที่มี

“ผมมีเวลาประมาณสิบนาที ถ้าเป็นเรื่องบัญชีมูลนิธิ ฝ่ายตรวจสอบจะเข้าไปช่วงสาย ส่วนอากฤตภาสยืนยันว่าเป็นเพียงความผิดพลาดในการจัดการเอกสาร คุณไม่ควรตื่นตระหนกเกินไปจนกระทบการทำงานของคนอื่น”

ญาณิดานิ่งไป คำว่า “มีเวลาประมาณสิบนาที” ทำให้ข่าวเรื่องลูกซึ่งอยู่ตรงปลายลิ้นถูกกลืนกลับลงไปอีกครั้ง

เธอไม่ต้องการบอกเขาท่ามกลางเวลาที่กำลังนับถอยหลัง และไม่ต้องการให้หลังได้ยินข่าว เขาเพียงพูดว่าไว้ค่อยคุยต่อเพราะต้องไปทำงาน

“ไม่ใช่เรื่องบัญชีค่ะ แต่เอาไว้ก่อนก็ได้”

หญิงสาวตอบเบา ๆ ปกรณัมมองเธอคล้ายไม่เข้าใจ

“เมื่อคืนคุณบอกว่าเป็นเรื่องสำคัญ ตอนนี้กลับบอกว่าเอาไว้ก่อน ตกลงคุณต้องการพูดหรือไม่ต้องการพูดกันแน่”

“ฉันต้องการพูดในเวลาที่คุณพร้อมฟัง ไม่ใช่เวลาที่คุณแบ่งให้เหมือนกำลังนัดประชุมกับพนักงานค่ะ”สีหน้าของปกรณัมตึงขึ้นเล็กน้อย

“ถ้าทุกเรื่องต้องรอเวลาที่สมบูรณ์แบบ คุณอาจไม่ได้พูดอะไรเลย เพราะชีวิตจริงไม่มีใครว่างพร้อมกันตลอดเวลา”

ญาณิดาเงยหน้าสบตาเขา“ฉันไม่ได้ต้องการเวลาที่สมบูรณ์แบบค่ะปกรณัม ฉันเพียงต้องการช่วงเวลาที่สามีของฉันไม่มองนาฬิกาทุกสองนาทีเพื่อรอเดินออกไป”บทสนทนาสิ้นสุดลงด้วยความเงียบ

บทก่อนหน้า
บทถัดไป