บทที่ 9 ตอนที่9 เพื่อให้คนอื่นเชื่อ

ตอนที่9

เพื่อให้คนอื่นเชื่อ

ป้าสายกับแม่บ้านคนอื่นซึ่งอยู่ห่างออกไปต่างก้มหน้าทำงาน ไม่มีใครกล้าแสดงว่ากำลังได้ยินความอึดอัดระหว่างเจ้าของบ้านทั้งสอง

ปกรณัมเป็นฝ่ายหลบสายตาก่อน เขาหยิบกาแฟขึ้นดื่มจนหมดแล้ววางแก้วลง

“เย็นนี้คุณต้องไปงานเลี้ยงต้อนรับคณะนักลงทุนกับผม งานเริ่มหนึ่งทุ่ม ช่างแต่งหน้าจะมาถึงบ้านประมาณสี่โมงเย็น เลือกชุดที่เป็นทางการและอย่าใช้สีสะดุดตาเกินไป เพราะคืนนี้พิมพ์พาเป็นผู้แทนหลักของโครงการ ไม่ควรมีใครแต่งตัวแย่งความสนใจจากเจ้าภาพ”

ประโยคทั้งหมดทำให้ญาณิดารู้สึกเหมือนถูกดึงกลับจากความหวังเล็ก ๆ สู่ความจริงอันเย็นชา

เขาไม่ได้ถามว่าเธออยากไปหรือไม่ เพียงแจ้งสิ่งที่ต้องทำเหมือนกำหนดงานให้ผู้ช่วย

“ฉันไม่ค่อยสบายและมีนัดที่อยากไปช่วงเย็น ขอไม่ไปร่วมงานสักครั้งได้ไหมคะ”

ญาณิดาตั้งใจจะโทรนัดแพทย์เพื่อตรวจยืนยันการตั้งครรภ์ หากมีคิวว่างในช่วงบ่ายหรือเย็น เธออยากไปทันที

ปกรณัมขมวดคิ้วหนักกว่าเดิม“นัดอะไร”

“เป็นเรื่องส่วนตัวค่ะ”

“ถ้าไม่ใช่เรื่องเร่งด่วนก็เลื่อนไปก่อน คืนนี้เป็นงานสำคัญ ภรรยาของประธานบริษัทไม่ควรหายไปโดยไม่มีเหตุผล โดยเฉพาะหลังจากมีข่าวซุบซิบเมื่อคืน หากคุณไม่ปรากฏตัว นักข่าวจะตีความว่าชีวิตแต่งงานของเรามีปัญหา”

ญาณิดาหัวเราะเบา ๆ อย่างปราศจากความขบขัน

“ชีวิตแต่งงานของเรามีปัญหาจริง ๆ ไม่ใช่หรือคะ เพียงแต่คุณไม่ต้องการให้คนนอกรู้เท่านั้น”

“ทุกครอบครัวมีเรื่องที่ต้องปรับตัว แต่ไม่จำเป็นต้องนำไปประกาศให้ตลาดหุ้นรับรู้ คุณอยู่ในตำแหน่งที่การกระทำส่วนตัวส่งผลต่อบริษัท จึงต้องคิดให้รอบคอบกว่าคนทั่วไป”

“ดังนั้นต่อให้ฉันไม่สบาย ฉันก็ต้องไปยืนยิ้มข้างคุณ เพื่อให้คนอื่นเชื่อว่าเรารักกันดีหรือคะ”

“ถ้าคุณไม่สบายหนัก ผมจะให้แพทย์มาตรวจที่บ้านก่อนงาน แต่จากที่เห็น คุณยังพูดคุยและเดินได้ตามปกติ ผมจึงไม่คิดว่าเป็นเหตุผลมากพอจะยกเลิก”

ความเย็นชาในน้ำเสียงนั้นทำให้ญาณิดาวางมือทาบหน้าท้องโดยไม่รู้ตัว ลูกของเธอยังเล็กเกินกว่าจะรับรู้ถ้อยคำเหล่านี้ แต่ญาณิดากลับรู้สึกเหมือนต้องปกป้องเด็กจากความรู้สึกไม่เป็นที่ต้องการเสียตั้งแต่ยังไม่ทันบอกความจริงกับบิดา

“ค่ะ ฉันจะไป”

เธอตอบในที่สุด เพราะรู้ว่าการปฏิเสธต่อไปมีแต่จะนำไปสู่การโต้เถียงที่หนักกว่าเดิม

ปกรณัมลุกขึ้นสวมเสื้อสูท เขาหยิบเอกสารกับโทรศัพท์ ก่อนเดินผ่านด้านหลังเก้าอี้ของเธอไป

แต่เมื่อก้าวไปได้ไม่กี่ก้าว เขากลับหยุดและหันมามอง

“ถ้าอาการไม่ดีขึ้นให้บอกเลขา ผมจะให้คนพาไปพบแพทย์ก่อนงาน และเรื่องที่คุณอยากพูด เราค่อยคุยกันหลังกลับบ้านคืนนี้”

ญาณิดามองเขานิ่ง ๆ“คุณจะกลับบ้านพร้อมฉันจริงหรือคะ หรือคืนนี้ฉันควรเตรียมใจไว้ก่อนว่าจะต้องกลับมาคนเดียวอีก”

แววตาของปกรณัมเปลี่ยนไปเล็กน้อย แต่เขายังคงตอบด้วยน้ำเสียงเรียบ

“ผมจะพยายามกลับพร้อมคุณ หากไม่มีเรื่องด่วน”ประโยค “หากไม่มีเรื่องด่วน” เป็นเงื่อนไขที่ทำให้คำรับปากไม่มีน้ำหนักเลยถึงกระนั้นญาณิดาก็ยังพยักหน้า

“ฉันจะรอพูดคืนนี้ค่ะ”

ปกรณัมเดินออกจากบ้านไป โดยไม่รู้ว่าสิ่งที่ภรรยารอจะบอกคือข่าวเกี่ยวกับลูกของเขาเอง

หลังกินอาหารได้เพียงไม่กี่คำ ญาณิดาเดินทางไปมูลนิธิ เธอต้องการตรวจสอบเอกสารรายการโอนเงินต่อ ก่อนฝ่ายตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่จะเข้ามาระหว่างนั่งอยู่ในรถ หญิงสาวโทรศัพท์ไปยังโรงพยาบาลซึ่งเคยเข้ารับการตรวจสุขภาพประจำปี เจ้าหน้าที่แจ้งว่าคิวสูตินรีแพทย์ในช่วงเช้าเต็มทั้งหมด แต่มีคิวว่างในเวลาเกือบห้าโมงเย็น

ญาณิดาลังเลอยู่พักหนึ่ง ก่อนตอบรับนัดนั้น

หากตรวจเสร็จเร็ว เธออาจกลับมาแต่งตัวและไปงานช้ากว่ากำหนดเพียงเล็กน้อย แต่เมื่อคำนวณเวลาการเดินทางแล้วก็แทบเป็นไปไม่ได้

หญิงสาวจึงส่งข้อความหาปกรณัม“ฉันมีนัดพบแพทย์ตอนห้าโมงเย็น อาจไปถึงงานช้าประมาณครึ่งชั่วโมงค่ะ”ข้อความถูกเปิดอ่านในไม่กี่นาที

คำตอบกลับมาสั้น ๆ ว่า

“เลื่อนนัดไปพรุ่งนี้ งานคืนนี้สำคัญกว่า”

ญาณิดาจ้องประโยคนั้นเป็นเวลานาน เขาไม่ถามว่าเธอพบแพทย์เรื่องอะไร ไม่ถามว่าอาการรุนแรงหรือไม่ เพียงตัดสินทันทีว่างานสำคัญกว่า

หญิงสาวลบข้อความตอบโต้ที่พิมพ์ไว้หลายครั้ง สุดท้ายจึงส่งเพียงคำว่า “ค่ะ” แล้วโทรกลับไปเลื่อนนัดแพทย์เป็นเช้าวันถัดไป

เธอพยายามบอกตัวเองว่ารออีกหนึ่งวันคงไม่เป็นไร แต่ความรู้สึกกลับหนักอึ้งอย่างบอกไม่ถูก

เมื่อมาถึงมูลนิธิ ผู้จัดการฝ่ายบัญชีรีบเข้ามารายงานว่าช่วงเช้ามีเจ้าหน้าที่จากสำนักงานใหญ่โทรมาขอเปิดรายการโอนที่ถูกระงับ โดยอ้างว่าได้รับคำสั่งจากฝ่ายรองประธาน

“ผมยังไม่ได้เปิดรายการนะครับ เพราะคุณญาณิดากำชับไว้ แต่ฝ่ายนั้นค่อนข้างไม่พอใจ เขาบอกว่าหากโครงการเสียหาย มูลนิธิจะต้องรับผิดชอบครับ”

ญาณิดารับเอกสารมาดู ก่อนตอบอย่างหนักแน่น

“ยังไม่ต้องเปิดค่ะ จนกว่าจะมีเอกสารครบถ้วนและมีการยืนยันว่าเหตุใดลายเซ็นของฉันจึงถูกนำไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต ไม่ว่าจะเป็นคำสั่งจากใคร หลักเกณฑ์ทางการเงินก็ไม่ควรถูกละเว้น”

“แต่ฝ่ายตรวจสอบจากสำนักงานใหญ่กำลังจะมาถึงครับ ผมเกรงว่าเขาอาจมองว่าเรากำลังขัดคำสั่งผู้บริหาร”

“การขอให้ตรวจสอบความถูกต้องไม่ใช่การขัดคำสั่งค่ะ หากทุกอย่างโปร่งใส เขาก็ควรยินดีให้เราตรวจสอบ”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป