บทที่ 1 นคราชรอรัก 1
นคราชรอรัก 1
สายลมเอื่อยพัดโชยไปมา แสงแดดที่สาดส่องรอดผ่านใบไม้ตกกระทบพื้นสร้างงานศิลปะอยู่บนพื้นทางเดินได้อย่างงดงาม หญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีเข้ม ก้าวไปตามทางเดินอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคอยกวาดมองรอบข้างด้วยความสนใจ ต่างจากกลุ่มที่เดินอยู่ด้านหน้าที่ยังแสดงออกถึงท่าทางตื่นเต้นและสนุก กับการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นเพียงการทำบุญทั่วไปของกลุ่มเพื่อน
“นลิน” เสียงเรียกชื่อคนเดินรั้งท้ายดังขึ้น หญิงสาวที่มีความสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตรเงยหน้ามองต้นกำเนิดเสียง เพียงเสี้ยววินาทีต่างก็เผยรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันเรียงสวย เมื่อรู้จังหวะจากกลุ่มเพื่อนเจ้าตัว ที่บัดนี้กำลังยกกล้องถ่ายภาพขึ้นเพื่อลั่นชัตเตอร์
“สวยมาก!” เสียงชมดังจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ส่งผลให้คนเหม่อหัวเราะน้อย ๆ รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะยกแขนเรียวเล็กของตัวเองคล้องเข้าที่แขนเพื่อนสนิท
“ได้รูปไปเป็นแสนแล้วมั้ง เมื่อไหร่จะได้ไปกินข้าวเนี่ย” คนหิวทวงถาม พลางมองหน้าสมาชิกในกลุ่มทำบุญ ขณะเดียวกัน ทุกคนยังก้าวไปตามทางเดินปูนซีเมนต์ สิ่งที่ทำให้นลินหรือชื่อเต็มของเธออย่าง อรนลิน รู้สึกเสียวสันหลังขนแขนลุกชัน พร้อมทั้งยังรู้สึกเย็นยะเยือก คือความเงียบสงบที่เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งของชุมชนแห่งนี้
ยามใบไม้เสียดสีจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว คนช่างกลัวไม่รอช้าที่จะขยับตัวเบียดชิดเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากโล่กำบังส่วนตัวของเธอ
“ขนลุกแปลก ๆ ...ว้าย!!” เสียงหวานเอ่ยไม่ทันจบครบประโยค ร่างเล็กก็ทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปั๊ก! เมื่อก้นเธอกระแทกกับพื้นหยาบนี้
“ยัยลิน”
“โอ๊ย เพิ่งออกจากวัดเองนะ มันจะไม่ดีขึ้นบ้างหรือไงวะเนี่ย” เจริญ เพื่อนหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่มสบถดังลั่น เมื่อเห็นเพื่อนสาวล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น ปากขยับบ่นแต่ก็มิวายรีบเข้าไปช่วยประคองคนล้มให้ลุกขึ้นยืน
“หรือจะหาวัดเพิ่มดี?” หนนี้เป็นเสียงของ วีวี่ เพื่อนสาวคนสวยที่เป็นหนึ่งนักแสดงแนวหน้า แต่ได้รับบทเพื่อนนางเอกเสียส่วนใหญ่ พูดไปเธอก็น้อยใจโชคชะตาที่เกิดมาสูงกว่าดาราหนุ่มหล่อ แคสบททีไรผู้กำกับบอกว่าจัดช่องไฟยากจนต้องรับบทรอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบที่ไม่ต้องมีคู่พระนางจะเล่นกับใครก็สะดวก
“พอก่อน เราไปไหว้กันมาหลายวัดแล้วเถอะ” น้ำค้าง รีบเตือนเพื่อนที่ดูท่าแล้วคงจะเริ่มสรรหาวัดเด่น วัดดังเพื่อพาเพื่อนสาวของพวกเธอไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
“จริง พอก่อนเถอะ บ่ายแล้วเนี่ย ไปหาข้าวกินเถอะ” คนบาดเจ็บขอร้องเพื่อนสนิททั้งสามเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมปรายมองไปยังข้อเท้าข้างที่รู้สึกถึงแรงกระชากก่อนจะล้ม เดิมทีก็คิดว่าเป็นเพียงการสะดุดก้อนหินหรือกิ่งไม้ แต่พอเธอลองกวาดสายตามองรอบ ๆ บริเวณ ต่างก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้เธอสะดุดล้มได้เลยแม้แต่น้อย พื้นโล่งสะอาด มีเพียงใบไม้กองใหญ่ที่ถูกกวาดไปกองรวมกันไว้ที่ด้านหนึ่งไกล ๆ
แล้วแรงกระชากนั้นต่างก็ชัดเจนจนเธอรู้สึกได้ สัมผัสเย็น ๆ ที่โอบรอบข้อเท้า...
“พอ ๆ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว” เจริญรีบสรุป ก่อนจะย่อตัวช้อนอุ้มอรนลินไว้ภายในอ้อมแขนกำยำ แต่เพียงแค่เขาสัมผัสร่างกายเพื่อนสนิท จู่ ๆ ก็เริ่มมีลมพัดกระโชกแรงจนกิ่งไม้เบียดเสียดดังเอี๊ยดอ๊าด
“รีบเดิน ๆ” วีวี่ยกมือตีที่แผ่นหลังของเจริญเพื่อเร่งทุกคนให้เดินกลับไปยังลานจอดรถของทางวัด
ทุกอย่างรอบข้างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เมื่อเจริญซอยเท้ารีบวิ่งไปที่รถโดยมีอรนลินอยู่ในวงแขน
“เชี่ย!” สามเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างรถอุทานพร้อมเพรียงและเป็นคำเดียวกัน ราวกับนัดกันไว้ภายในใจ คนเจ็บที่เพิ่งถูกวางลงบนเบาะรถได้แต่ทำหน้างุนงง กับท่าทางตกอกตกใจของเพื่อนทั้งสาม
“ไหนดูซิ ช้ำมากไหม ไปหาหมอดีไหม” น้ำค้างหันกลับมามองสำรวจเพื่อนสาวที่บัดนี้ใบหน้าซีดเซียว อรนลินมองกลับไปพลางส่งยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ชินละ พวกแกขึ้นรถเถอะ จะได้ไปกินข้าวกันสักที”
“ถ้าไม่ไหวบอกนะเว้ย?” วีวี่กำชับอีกครั้งอย่างไม่สบายใจ ตั้งแต่รู้จักกันมาเกือบแปดปีไม่มีวันไหนเลยที่พวกเธอจะไม่เห็นอรนลินเจ็บตัว เจ็บจากอะไรก็ไม่อาจทราบได้ รู้เพียงแค่ต้องมีเรื่องให้ต้องเจ็บตัว
“โอเค”
