บทนำ
แต่ไม่ว่าจะไปหนแห่งใดเธอกลับพบเจอสิ่งนั้นอยู่รอบข้าง กระตุ้นความกลัวให้เกิดขึ้นไม่พัก
อรนลิน นักเขียนสาว ที่ต้องประสบกับปัญหาทั้งการเจ็บตัวอย่างไม่คาดคิด ทั้งต้องพบเจอสิ่งที่ทำให้หวาดกลัวอย่างงู
เพราะแบบนั้นเธอจึงเลือกที่จะอยู่ในห้องทำงาน หากพี่ชายเธอไม่รบเร้าให้เขียนบทละครเรื่องใหม่ที่จู่ๆก็มีนายทุน หน้าใหญ่ทุ่มงบลงมาไม่อั้น!!
เพราะแบบนั้นจึงทำให้เธอต้องออกมาพบเจอผู้คน พร้อมกับเรื่องชวนแปลกใจมากมาย
และสิ่งที่คล้ายกับกลุ่มหมอกควันในใจเธอก็เริ่มจางหาย เมื่อเธอได้เริ่มต้นออกเดินทางไปยังต้นกำเนิดของบทละครที่เธอเขียนอยู่... จังหวัดแถบลุ่มแม่น้ำโขง
พร้อมกับเหตุการณ์ชวนพิศวงที่เธอพบเจอกับตัวเอง
บท 1
นคราชรอรัก 1
สายลมเอื่อยพัดโชยไปมา แสงแดดที่สาดส่องรอดผ่านใบไม้ตกกระทบพื้นสร้างงานศิลปะอยู่บนพื้นทางเดินได้อย่างงดงาม หญิงสาวในชุดเสื้อยืดกางเกงยีนสีเข้ม ก้าวไปตามทางเดินอย่างเชื่องช้า ดวงตากลมโตคอยกวาดมองรอบข้างด้วยความสนใจ ต่างจากกลุ่มที่เดินอยู่ด้านหน้าที่ยังแสดงออกถึงท่าทางตื่นเต้นและสนุก กับการถ่ายภาพเก็บไว้เป็นที่ระลึก ถึงแม้ว่าวันนี้จะเป็นเพียงการทำบุญทั่วไปของกลุ่มเพื่อน
“นลิน” เสียงเรียกชื่อคนเดินรั้งท้ายดังขึ้น หญิงสาวที่มีความสูงเพียงหนึ่งร้อยหกสิบเจ็ดเซนติเมตรเงยหน้ามองต้นกำเนิดเสียง เพียงเสี้ยววินาทีต่างก็เผยรอยยิ้มกว้างโชว์ฟันเรียงสวย เมื่อรู้จังหวะจากกลุ่มเพื่อนเจ้าตัว ที่บัดนี้กำลังยกกล้องถ่ายภาพขึ้นเพื่อลั่นชัตเตอร์
“สวยมาก!” เสียงชมดังจากกลุ่มคนที่ยืนอยู่เบื้องหน้า ส่งผลให้คนเหม่อหัวเราะน้อย ๆ รีบเร่งฝีเท้าเข้าไปใกล้ก่อนจะยกแขนเรียวเล็กของตัวเองคล้องเข้าที่แขนเพื่อนสนิท
“ได้รูปไปเป็นแสนแล้วมั้ง เมื่อไหร่จะได้ไปกินข้าวเนี่ย” คนหิวทวงถาม พลางมองหน้าสมาชิกในกลุ่มทำบุญ ขณะเดียวกัน ทุกคนยังก้าวไปตามทางเดินปูนซีเมนต์ สิ่งที่ทำให้นลินหรือชื่อเต็มของเธออย่าง อรนลิน รู้สึกเสียวสันหลังขนแขนลุกชัน พร้อมทั้งยังรู้สึกเย็นยะเยือก คือความเงียบสงบที่เหมือนหลุดเข้าไปอีกโลกหนึ่งของชุมชนแห่งนี้
ยามใบไม้เสียดสีจนเกิดเสียงดังหวีดหวิว คนช่างกลัวไม่รอช้าที่จะขยับตัวเบียดชิดเพื่อนสนิทที่ตอนนี้ทำหน้าที่ไม่ต่างจากโล่กำบังส่วนตัวของเธอ
“ขนลุกแปลก ๆ ...ว้าย!!” เสียงหวานเอ่ยไม่ทันจบครบประโยค ร่างเล็กก็ทรุดนั่งลงบนพื้นอย่างแรงจนเกิดเสียงดัง ปั๊ก! เมื่อก้นเธอกระแทกกับพื้นหยาบนี้
“ยัยลิน”
“โอ๊ย เพิ่งออกจากวัดเองนะ มันจะไม่ดีขึ้นบ้างหรือไงวะเนี่ย” เจริญ เพื่อนหนุ่มเพียงคนเดียวในกลุ่มสบถดังลั่น เมื่อเห็นเพื่อนสาวล้มก้นจ้ำเบ้าอยู่ที่พื้น ปากขยับบ่นแต่ก็มิวายรีบเข้าไปช่วยประคองคนล้มให้ลุกขึ้นยืน
“หรือจะหาวัดเพิ่มดี?” หนนี้เป็นเสียงของ วีวี่ เพื่อนสาวคนสวยที่เป็นหนึ่งนักแสดงแนวหน้า แต่ได้รับบทเพื่อนนางเอกเสียส่วนใหญ่ พูดไปเธอก็น้อยใจโชคชะตาที่เกิดมาสูงกว่าดาราหนุ่มหล่อ แคสบททีไรผู้กำกับบอกว่าจัดช่องไฟยากจนต้องรับบทรอง แต่ถึงอย่างนั้นเธอก็ชอบที่ไม่ต้องมีคู่พระนางจะเล่นกับใครก็สะดวก
“พอก่อน เราไปไหว้กันมาหลายวัดแล้วเถอะ” น้ำค้าง รีบเตือนเพื่อนที่ดูท่าแล้วคงจะเริ่มสรรหาวัดเด่น วัดดังเพื่อพาเพื่อนสาวของพวกเธอไปทำบุญสะเดาะเคราะห์
“จริง พอก่อนเถอะ บ่ายแล้วเนี่ย ไปหาข้าวกินเถอะ” คนบาดเจ็บขอร้องเพื่อนสนิททั้งสามเสียงแผ่วเบา ดวงตาคมปรายมองไปยังข้อเท้าข้างที่รู้สึกถึงแรงกระชากก่อนจะล้ม เดิมทีก็คิดว่าเป็นเพียงการสะดุดก้อนหินหรือกิ่งไม้ แต่พอเธอลองกวาดสายตามองรอบ ๆ บริเวณ ต่างก็ต้องถอนหายใจเฮือกใหญ่ เมื่อพบว่าไม่มีสิ่งไหนที่จะทำให้เธอสะดุดล้มได้เลยแม้แต่น้อย พื้นโล่งสะอาด มีเพียงใบไม้กองใหญ่ที่ถูกกวาดไปกองรวมกันไว้ที่ด้านหนึ่งไกล ๆ
แล้วแรงกระชากนั้นต่างก็ชัดเจนจนเธอรู้สึกได้ สัมผัสเย็น ๆ ที่โอบรอบข้อเท้า...
“พอ ๆ ไม่ต้องคิดอะไรแล้ว” เจริญรีบสรุป ก่อนจะย่อตัวช้อนอุ้มอรนลินไว้ภายในอ้อมแขนกำยำ แต่เพียงแค่เขาสัมผัสร่างกายเพื่อนสนิท จู่ ๆ ก็เริ่มมีลมพัดกระโชกแรงจนกิ่งไม้เบียดเสียดดังเอี๊ยดอ๊าด
“รีบเดิน ๆ” วีวี่ยกมือตีที่แผ่นหลังของเจริญเพื่อเร่งทุกคนให้เดินกลับไปยังลานจอดรถของทางวัด
ทุกอย่างรอบข้างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว และจบลงอย่างรวดเร็วเช่นเดียวกัน เมื่อเจริญซอยเท้ารีบวิ่งไปที่รถโดยมีอรนลินอยู่ในวงแขน
“เชี่ย!” สามเพื่อนรักที่ยืนอยู่ข้างรถอุทานพร้อมเพรียงและเป็นคำเดียวกัน ราวกับนัดกันไว้ภายในใจ คนเจ็บที่เพิ่งถูกวางลงบนเบาะรถได้แต่ทำหน้างุนงง กับท่าทางตกอกตกใจของเพื่อนทั้งสาม
“ไหนดูซิ ช้ำมากไหม ไปหาหมอดีไหม” น้ำค้างหันกลับมามองสำรวจเพื่อนสาวที่บัดนี้ใบหน้าซีดเซียว อรนลินมองกลับไปพลางส่งยิ้มน้อย ๆ แล้วส่ายหน้าปฏิเสธ
“ไม่เป็นไร ชินละ พวกแกขึ้นรถเถอะ จะได้ไปกินข้าวกันสักที”
“ถ้าไม่ไหวบอกนะเว้ย?” วีวี่กำชับอีกครั้งอย่างไม่สบายใจ ตั้งแต่รู้จักกันมาเกือบแปดปีไม่มีวันไหนเลยที่พวกเธอจะไม่เห็นอรนลินเจ็บตัว เจ็บจากอะไรก็ไม่อาจทราบได้ รู้เพียงแค่ต้องมีเรื่องให้ต้องเจ็บตัว
“โอเค”
บทล่าสุด
#74 บทที่ 74 นคราชรอรัก ตอนพิเศษ 2
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#73 บทที่ 73 นคราชรอรัก ตอนพิเศษ
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#72 บทที่ 72 นคราชรอรัก 72 จบบริบูรณ์
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#71 บทที่ 71 นคราชรอรัก 71
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#70 บทที่ 70 นคราชรอรัก 70
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#69 บทที่ 69 นคราชรอรัก 69
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#68 บทที่ 68 นคราชรอรัก 68
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#67 บทที่ 67 นคราชรอรัก 67
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#66 บทที่ 66 นคราชรอรัก 66
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026#65 บทที่ 65 นคราชรอรัก 65
อัปเดตล่าสุด: 10/23/2026
คุณอาจชอบ 😍
เกลียดรัก
อารญากับธีรเดชก็เช่นกัน
แต่เกลียดกันไปเกลียดกันมาดันท้องเฉยเลย
เจ้าตัวโง่งมน้อยของท่านอ๋องจอมโหด
เหลียนหงอี้ปีนี้อายุ27ปีเป็นอนุชาของฮ่องเต้องค์ก่อนดำรงตำแหน่งราชครู อบรมสั่งสอนเหลียนเจียอวิ๋น รัชทายาทจนได้ครองบัลลังก์ ทว่าเหลียนเจียอวิ๋นขึ้นครองราชย์เพียงอายุ10 ขวบ เหลียนหงอี้จึงจำเป็นต้องเป็นผู้สำเร็จราชการ
เจียอวิ๋นเรียก “เสด็จอา” ทำให้รั่วหลันเรียก “เสด็จอา”ตามไปด้วย
มู่หรงเจวี๋ย หรือ อ๋องเจวี๋ย ได้รับ“พิษลึกลับ” ขณะทำศึกสงครามแม้ชนะศึกแต่ร่างกายถูกพิษที่หาทางรักษาไม่ได้ ด้วยความสั่งของเหลียนหงอี้ ทำให้เสิ่นรั่วหลันมาถอนพิษให้แม่ทัพที่ใครๆเรียกขานว่าเป็นแม่ทัพจอมโหด
นางมีนิสัยเหมือนเด็กสิบขวบ แต่รั่วหลันคือโฉมสะคราญงามล่มเมือง มาบัดนี้นางคือคนที่ทำให้เขาหวั่นไหว แม้รู้ดีว่าในความไร้เดียงสาของนางนั้น หัวใจของหญิงสาวมีเพียง ‘เสด็จอา’
หึ! ในเมื่อใครต่อใครเรียกเขาว่าอ๋องจอมโหด เช่นนั้นเขาจะแย่งสตรีผู้นี้มาเป็นภรรยาของตนเอง!
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
บ่วงรักบ่วงเสน่หา
เกิดใหม่เป็นเมียของตัวร้าย...พลิกฐานะให้ร่ำรวยด้วยมิติวิเศษในยุค80
หลินเฟยเฟยตื่นขึ้นมาในร่างของเด็กสาวอาภัพที่ถูกทิ้งเพราะคำทำนายลวงโลก ปล่อยให้แฝดพี่สวมรอยเป็นหงส์ฟ้าเสวยสุขในบ้านเศรษฐี ส่วนเธอต้องทนลำบากแถมยังถูกใส่ร้ายจนตาย!
แต่ขอโทษที หลินเฟยเฟยคนใหม่นี้ไม่หมูเหมือนคนเก่า ในมือมีระบบแลกเปลี่ยนมิติสุดล้ำ สมองมีแผนธุรกิจระดับร้อยล้าน เธอจะพลิกโฉมสมุนไพรบ้านนอกให้กลายเป็นอาณาจักรเครื่องสำอางระดับชาติ ตอกหน้าแฝดพี่ดอกบัวขาวและอดีตคู่หมั้นเฮงซวยให้หงายหลัง!
แถมยังมีเซี่ยจินเหิง พญามารคุมตลาดมืดที่ใครๆต่างหวาดกลัว มาคอยตามป้วนเปี้ยนขอสมัครเป็นบอดี้การ์ดพ่วงตำแหน่งสามี... หึ ดาวไม้กวาดงั้นเหรอ คอยดูเถอะ ฉันจะกวาดเงินกวาดทองให้เกลี้ยงประเทศเลย!
พี่ชายที่รัก
จนหัวใจและร่างกายของฉันมันบอบช้ำ แต่หัวใจเจ้ากรรมกลับไม่รักดีเผลอรักพี่ชายคนนี้ จนหมดใจ
เมียเด็กของผู้พันสายดุ
การสูญเสียพ่อผู้เป็นดั่งโลกทั้งใบในภารกิจลับ ทำให้ชีวิตของ ‘ม่านมุก’ เด็กสาววัยยี่สิบปีต้องพลิกผัน เธอถูกโยนเข้ามาอยู่ในความดูแลของ ‘พันเอก รุจิภาส วงศ์เดชา’ ผู้บังคับการกองพันทหารราบสายดุ ผู้ชายที่พ่อเธอเอาชีวิตเข้าแลกเพื่อปกป้องเขาไว้!
เขาคือเสือร้ายแห่งกองทัพ เย่อหยิ่ง บ้าอำนาจ และไร้ซึ่งความอ่อนโยน
เขาต้อนรับเธอด้วย 'กฎเหล็ก 5 ข้อ' ที่ขีดเส้นแบ่งสถานะระหว่าง 'ผู้ปกครอง' และ 'เด็กในความดูแล' อย่างชัดเจน
ทว่า... ภายใต้ใบหน้าที่ถมึงทึงและคำพูดที่เย็นชา กลับซ่อนความรู้สึกหวงแหนที่ลึกล้ำจนน่ากลัว
ยิ่งเธอพยศ เขาก็ยิ่งอยากปราบให้อยู่หมัด
ยิ่งเธอหนี เขาก็ยิ่งอยากกักขังเธอไว้ในกรงทองของเขาตลอดกาล!
แต่เมื่อความจริงในอดีตถูกเปิดเผย พร้อมกับความลับที่ถูกซ่อนไว้ใต้รอยแผลเป็น
สมรภูมิแห่งความรักครั้งนี้... ผู้พันสายดุจะยอมคุกเข่าเพื่อสยบหัวใจเด็กพยศได้อย่างไร?
“จำไว้นะม่านมุก... ใครกล้าแตะต้องเธอ... มันต้องตาย!”
ทาสรัก บำเรอชีกห์
เธอคือสาวใช้คนสนิทของภรรยาชีกห์การิม แค่แหงนหน้าขึ้นมองใบหน้าหล่อเหลาของเขา เธอยังไม่กล้า
แล้วจะให้เธอยืนเปลื้องผ้าต่อหน้าเขาเนี่ยนะ?!
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ













