บทที่ 11 นคราชรอรัก 11
นคราชรอรัก 11
ภายในบ้านหลังใหญ่ มีชายหญิงหนึ่งคู่ช่วยกันหยิบจับเตรียมทำอาหารเย็น เป็นเมนูง่าย ๆ สองสามอย่าง แขกของบ้านแม้จะโดนสั่งห้าม แต่มิอาจทนมองหญิงสาวทำอาหารเพียงคนเดียว จึงเข้ามาช่วยเหลือ แม้จะเป็นสิ่งเล็กน้อยก็ตาม
“คืนนี้ให้นอนเป็นเพื่อนไหม?” ชายหนุ่มที่มีนิสัยเถรตรง ไม่อ้อมค้อม เอ่ยถามคนที่ยกจานกับข้าวร้อน ๆ มาวางบนโต๊ะอาหาร พร้อมกับจ้องมองอย่างมีหวัง
“ไม่ค่ะ บ้าไปแล้วหรือไง จะมานอนด้วยได้ไงคะ มันไม่งามนะ” คนน่ารักแก้ต่างทันควัน ยามเห็นว่าชายหนุ่มถามสิ่งที่ชวนเขิน และชวนเข้าใจผิดอยู่ไม่น้อย หากนับจริง ๆ อรนลินมั่นใจว่าเพิ่งเจอนาคินไม่กี่ครั้งและเป็นระยะเวลาสั้น ๆ แม้จะรู้สึกสบายใจเวลามีเขาอยู่ใกล้ แต่เธอไม่ได้วางใจถึงขนาดที่จะให้อีกฝ่ายมานอนเป็นเพื่อนเสียหน่อย
“ถ้าไม่หลับก็มาเรียก” นาคินมองผ่านสายตาระแวดระวังนั่น หมุนตัวเดินกลับไปยังห้องครัวเพื่อเตรียมน้ำดื่มสำหรับพวกเขาทั้งสองคน
“ไม่เรียก...” ริมฝีปากบางเงียบเสียงไปทันควันยามสายตามองไปนอกประตูรั้วบ้านแล้วเจอเขาผู้ชายคนหนึ่งทำตัวเหมือนลับ ๆ ล่อ ๆ เหมือนมองหาอะไรบางอย่าง เงานั้นค่อย ๆ เงยหน้าสบตาหญิงสาว มุมปากฉีกยิ้มกว้าง ทรุดนั่งยองที่พื้นหน้าประตู ใช้มือสองมือจับเข้าที่ประตูคล้ายกับจะยึดพื้นที่ปักหลักเฝ้า จ้องมองเธอจากมุมนี้
“อรนลิน” เสียงทุ้มเข้มดังจากด้านหลังเรียกสติคนเหม่อให้กลับเข้าที่ หญิงเจ้าของบ้านหมุนตัวตามแรงรั้งของนาคินที่ใช้ฝ่ามือทั้งสองข้างจับเข้าที่ไหล่ของเธอ หมุนตัวให้กลับมามองเจ้าตัวแทนการจ้องมองไปนอกบ้านที่มีเพียงรั้วและสนามหญ้าโล่ง ๆ
“ล้างมือ” ชายหนุ่มบอกแค่นั้น หญิงสาวเงยหน้ามองคนตัวสูงกว่า แววตาไหวระริก เม้มริมฝีปากแน่น นาคินต้องตากลับพลางพยักหน้าส่งให้ สุดท้ายอรนลินจำยอมเดินเข้าห้องโซนห้องครัวเพื่อล้างมือเตรียมทานข้าว
คล้อยหลังหญิงสาวขี้กลัวเดินออกห่าง ท่อนขายาวก้าวไปหยุดที่หน้าประตูบ้าน สายตาคู่คมจ้องมองไปยังนอกรั้วกวาดมองสำรวจเพื่อหาสิ่งผิดปกติ เนื่องจากท่าทีของเจ้าของบ้านคนสวยก่อนหน้านี้แปลกไปอย่างชัดเจน ยามจ้องมองออกไปนอกรั้วบ้าน
แต่น่าแปลกวินาทีที่เขาก้าวมาหยุดที่ประตู เบื้องหน้ากลับเงียบสงบ แทบจะไม่พบเจอสิ่งมีชีวิต ถึงแม้ช่วงเวลานี้จะเป็นช่วงเวลาเย็น มันเงียบเสียจนน่าแปลกใจ
“คุณ”
“...” ยามได้ยินเสียงนลินร้องเรียก นาคินตัดสินใจปิดประตูบ้านพร้อมยื่นมือไปรั้งผ้าม่านปิดไว้อย่างมิดชิด ความนิ่งสงบภายนอกบ้านมันแปลกเกินกว่าเขาจะวางใจ
“มีอะไรเหรอคะ?” อรนลินเอียงคอเล็กน้อยจ้องมองคนตัวสูงเมื่อเธอรู้สึกแปลกใจกับท่าทางของชายหนุ่มที่ยืนนิ่ง ๆ อยู่ตรงนั้นสักพัก เธอล้างมือเสร็จเดินออกมาก็เห็นเขายืนนิ่งอยู่นานหลายนาที ก่อนจะตัดสินใจส่งเสียงเรียกไปนั่นแหละ
“ไม่มี กินข้าวเถอะ” นาคินยังคงตอบกลับด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง เขาสามารถสลัดความคิดไม่สบายใจทิ้งไปได้อย่างง่ายดาย ส่วนอรนลินเมื่อรับรู้ได้ว่าชายหนุ่มไม่อยากคุยเรื่องนี้จึงเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงด้วยความเข้าใจ
มื้อเย็นแสนเรียบง่ายผ่านไปอย่างเชื่องช้า ทานข้าวเสร็จทั้งคู่เลือกที่จะแยกย้ายเข้าห้องพัก เจ้าของบ้านก้าวขึ้นบันไดด้วยความเชื่องช้า จวบจนกระทั่งกลับเข้าห้องนอนส่วนตัว ผ้าม่านสีขาวบริเวณหน้าต่างปลิวไสวคล้ายต้องสายลม เธอคงจะเชื่อแบบนั้นหากความจริงแล้วเธอไม่ได้เปิดหน้าต่างไว้
“ลมจากเปิดประตูเมื่อกี้แหละ” และใช่ แม้เธอจะกลัวจับจิต แต่ยังปลอบตัวเองด้วยประโยคแสนดี อรนลินรีบวิ่งเข้าไปยังห้องน้ำ เรือนร่างสมส่วนเปลือยเปล่า ก้าวเข้าไปยืนใต้ฝักผัว ยามที่ฝ่ามือเล็กนุ่มนิ่มลูบไล้ไปทั่วเรือนร่าง สิ่งที่สร้างความฉงนให้แก่เธอในตอนนี้คือ รอยช้ำที่พบเจอเมื่อเช้า บัดนี้จางหายไปจนเกือบหมด หายไปพร้อมกับความรู้สึกเจ็บปวด
“ไม่ เป็นไปไม่ได้” ริมฝีปากเล็กพึมพำด้วยความตกใจ ก้มมองข้อเท้าข้างที่ช้ำม่วงอีกครั้ง ทั้งที่ยังรู้สึกปวดร้อนเมื่อช่วงเช้า แต่ตอนนี้บริเวณข้อเท้าเล็กขาวเนียนไร้รอยช้ำ หญิงสาวที่พบเจอความตกใจรีบก้าวไปหยุดหน้ากระจกบานใหญ่เอี้ยวตัวมองสำรวจรอยช้ำเรือนร่าง
“นี่มันเรื่องอะไรกัน” นอกจากรอยช้ำบนร่างกายจะหายไปจนหมดสิ้นแล้ว ความรู้สึกเจ็บปวดก็จางหายไปโดยที่เธอไม่รู้ตัว ไม่รู้สักนิดตั้งแต่วินาทีไหนที่เธอไม่นึกถึงและไม่สัมผัสถึงความเจ็บปวดพวกนั้น
คนที่ขบคิดถึงเหตุการณ์เมื่อเช้าเดินเหม่อออกจากห้องน้ำ ทรุดตัวนั่งลงบนเตียงนอน สายตาหวานเหม่อจ้องผ้าม่านที่ไร้การเคลื่อนไหว เครื่องปรับอากาศทำงานอย่างเงียบเชียบ มีเพียงความรู้สึกเย็นสบายลอยปกคลุมห้องนอนนี้ มือเล็กยื่นไปคว้าโทรศัพท์มือถือขึ้นมา จากนั้นจึงได้ติดต่อไปยังเพื่อนสนิทที่คิดว่าในเวลานี้คงจะว่างอยู่ รอสายสักพักคนปลายสายก็ส่งเสียงทักทายกลับมา
(นลินว่าไง ฮัลโหล ได้ยินไหม) คะนิ้งร้องถามแข่งกับเสียงเพลงที่ดังแทรกเข้ามา
“ได้ยิน แกไปเที่ยวเหรอ?”
(ใช่ ๆ วันเกิดพี่ที่ทำงาน มาไหม?)
“ไม่เอา สนุกกันเลย โทร. ไปเล่นกับแกเฉย ๆ งั้นไม่กวนละเที่ยวเผื่อด้วยนะ เดี๋ยวฉันนอนเผื่อเอง” เพื่อนไม่สะดวกเธอก็ไม่คิดรั้ง ตัดจบบอกลาเพื่อนเพื่อรีบวางสาย คนเหนื่อยจากทำงานแต่ไม่สามารถสลัดความคิดออกจากงานได้ตัดสินใจเดินออกจากห้องนอนมุ่งตรงไปยังห้องทำงานทันที
