บทที่ 15 นคราชรอรัก 15
นคราชรอรัก 15
วันออดิชันนักแสดง เนื่องจากเป็นโพรเจกต์ใหญ่ทำให้ทีมผู้กำกับและผู้เขียนบทต้องมาคัดเลือกนักแสดงด้วยตัวเอง สองพี่น้องที่ไม่ได้เจอกันเกือบหนึ่งสัปดาห์ นัดแนะเวลาที่จะเจอกันบริเวณสตูดิโอของบริษัท ส่วนตอนเช้าของวันนาคินทำหน้าที่ขับรถมาส่งอรนลินที่บริษัทด้วยตัวเอง โดยที่ไม่ลืมแวะซื้อเครื่องดื่มและแซนด์วิชรองท้องให้หญิงสาวได้ทานก่อนจะลุยงานหนัก
“คุณจะไปทำงานใช่ไหมคะ?” หญิงสาวที่วันนี้มีเสบียงมากมายหลายอย่างเอ่ยถามชายหนุ่มข้างกาย ที่วันนี้ยังคงทำหน้านิ่ง ต่างกันก็เพียงเขาทำหน้าที่ขับรถด้วยตัวเองไม่ใช่นิรัณผู้ช่วยคนสนิทขับให้
“ใช่ ตอนเที่ยงจะเข้ามาหา”
“คุณมาหาพี่องเหรอคะ?” หญิงสาวทวนถามด้วยความใสซื่อ พลางเหลือบสายตามองคนตัวโตที่ชะลอรถจอดที่ลานจอดรถของบริษัท
“อยากกินข้าวที่บริษัทหรือออกไปกินข้างนอก” นาคินเอ่ยถามคนมีงานทั้งวัน พลางเท้าแขนเอี้ยวตัวกลับไปหยิบถุงอาหารมื้อเช้าง่าย ๆ มาส่งให้อรนลิน ที่บัดนี้นั่งหลังตรงตัวแข็งทื่อ ยามสัมผัสได้ถึงลมหายใจอุ่น ๆ ที่เฉียดผ่านแก้มเนียนใสนั้นไป
เมื่อกี้ เมื่อกี้จมูกโด่งของเขาเฉียดแก้มฉันด้วยนะ!
คนเขินทำได้เพียงแต่นั่งกลั้นหายใจ แน่นอนว่าตัวต้นเหตุอย่างนาคินมองออกทุกอย่าง ใจหนึ่งอยากจะแกล้งให้หญิงสาวเขินอายมากกว่านี้ แต่อีกใจก็กลัวเธอจะกลั้นหายใจจนเป็นลมเสียก่อน
“ทำดี ๆ เดี๋ยวก็เป็นลมเป็นแล้งไปหรอก อันนี้มื้อเช้า ส่วนมื้อเที่ยง...จะเข้ามารับ” ชายหนุ่มเลิกแกล้งและคุยกับตุ๊กตาหน้ารถคนสวยอย่างใจเย็น ฝ่ามือใหญ่ข้างหนึ่งยกขึ้นลูบลงบนแก้มเนียนใสอย่างเชื่องช้า เพียงไม่กี่วินาทีใบหน้าหล่อก็โน้มเข้าใกล้อย่างเป็นธรรมชาติ
“ไม่ ๆ น่าจะมีอาหารกลางวันให้ค่ะ เดี๋ยวกินที่นี่แทน ไม่ต้อง”
“แล้วผมมาด้วยได้ไหม?”
“อ่า ถ้ามาคุยงานก็น่าจะได้ค่ะ” หญิงสาวตอบเลี่ยง ๆ ไม่อยากคาดเดาความหมายของสายตาคู่คม ที่จ้องมองมาอย่างสื่อความหมายนั่นเลย
“หึ เลี่ยงได้เลี่ยงไปเด็กแสบ” คนรู้ทันแซวคนน่ารักที่ตีหน้ามึน ทำราวกับไม่รู้เรื่องที่ชายหนุ่มจะสื่อ เมื่อได้ของที่เตรียมมา อรนลินถึงได้ลงจากรถ ก่อนเดินออกห่างไม่ลืมโบกมือลาชายหนุ่มใจดี รอยยิ้มของนาคินเผยออกมาอย่างชอบใจเมื่อเห็นท่าทางสดใสของเธอ ตลอดระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์ที่อยู่ด้วยกันมาทั้งคู่สนิทกันมากขึ้น บางวันก็หลับที่ห้องทำงานของหญิงสาว และสิ่งที่คงเส้นคงวาอยู่ตลอดคือ อรนลินไม่ยอมให้เขาเข้าห้องนอนของเธอ แต่ยอมให้หลับเฝ้าที่ห้องทำงาน บางวันก็หลับด้วยกันอยู่บนโซฟา
“เด็กแสบ” เสียงทุ้มพึมพำตามหลังคนสดใส ที่เดินมุ่งตรงไปยังอาคารบริษัทของพี่ชาย ยามพบเจอพนักงานที่รู้จักไม่ลืมที่จะส่งยิ้มทักทาย หมดสิ้นนักเขียนอินโทรเวิร์ต แต่ใครจะรู้ดีเท่ากับตัวเธอว่าการพบเจอผู้คนมากมายเช่นนี้ กินพลังงานชีวิตเธอล่วงหน้าไปแล้วหลายวัน กลับถึงบ้านคงจะสลบไสลหมดแรงข้ามวัน
“พี่ ว้าย!” เท้าเล็กสะดุดขั้นบันไดเซจะล้มหากแต่พนักงานที่เดินตามหลังเห็นเข้า ไม่รอช้าที่จะพุ่งตัวเข้าไปช่วยรับไว้ได้ทัน
“เป็นอะไรไหมครับ”
“อ้อ ไม่ค่ะ ขอบคุณนะคะ ขอบคุณค่ะพี่ ๆ” นลินไม่ลืมเอ่ยขอบคุณพนักงานที่ช่วยเธอ องหวดีรีบสืบเท้าเข้าใกล้น้องสาวเพื่อช่วยประคองให้ยืนจนมั่นคง
“เจ็บตรงไหนไหม? แล้วเดินยังไงให้สะดุดเนี่ย” ปากบ่นด้วยความห่วงใย สายตากวาดมองร่างกายน้องสายกลัวจะได้รับบาดเจ็บ พร้อมกับยื่นมือไปจับซุ่มซ่ามหมุนตัวเพื่อสำรวจร่างกาย
“ไม่เป็นค่ะ ลื่นนิดหน่อย ไม่มีอะไร” หญิงสาวพยายามอธิบาย ชี้นิ้วไปยังถุงกระดาษสีเข้มที่บัดนี้นอนแอ้งแม้งบนพื้นใกล้ ๆ
“พี่คะ มื้อเช้าคุณคินซื้อมาให้” ปลายนิ้วเล็กชี้ไปยังถุงกระดาษที่น่าสงสารนั่น พร้อมรอยิ้มแหย ๆ
“อ้อ โอเค”
“ดีนะถุงกาแฟหนูไม่หล่น” ริมฝีปากเล็กพึมพำด้วยความพอใจ
สองพี่น้องเดินเคียงข้างกันไปยังสตูดิโอเพื่อเริ่มต้นคัดเลือกนักแสดงที่จะร่วมแสดงในละคร ตั้งแต่เช้าจวบจนถึงบ่ายภายในสตูดิโอค่อนข้างเคร่งเครียด จนทีมงานหลายคนผลัดเปลี่ยนเดินเข้าออก ส่วนทีมงานหลักอย่างสองพี่น้องนั่งหน้าเครียดแทบไม่ไหวติง กาแฟดำหมดไปคนละสองแก้วยังไร้ความกระปรี้กระเปร่า
“ที่เหลือเริ่มแคสบ่ายสามนะ ทุกคนไปกินข้าวก่อน ทีมนักแสดงดาราที่มารอก็รับรองพวกเขาดี ๆ ด้วยนะ”
“ค่าเจ้านาย” ทีมงานเดินออกห่าง สองพี่น้องส่งเสียงฮือพร้อมกันแล้วฟุบหน้าลงบนโต๊ะ ผู้ช่วยที่ยืนอยู่ด้านหลังกลั้นขำกันสุดฤทธิ์ เมื่อเห็นท่าทางของสองพี่น้องนั้นช่างตลก พี่น้องผูกจิตไม่เกินจริงเลย
“มื้อเที่ยงพร้อมแล้วที่ห้องทำงานค่ะคุณอง”
“ครับ”
