บทที่ 16 นคราชรอรัก 16

นคราชรอรัก 16

ข้าวเที่ยงที่มีนาคินสั่งให้ถูกเตรียมไว้บนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา นาคินนั่งรออย่างใจเย็น ไม่ได้เร่งเร้าสองพี่น้องให้ออกมาทานข้าว ถึงแม้เขาจะมาที่นี่ตั้งแต่เที่ยงตรง อย่างน้อยการที่เขาได้อยู่ใกล้อรนลินคงจะช่วยทำให้หญิงสาวไม่เจ็บตัว ระยะห่างเท่านี้ยังถือว่าปลอดภัยสำหรับเธอ

“อ้าว คุณมานานแล้วเหรอคะ?” คนหิวข้าวแทบจะกระโดดไปนั่งบนพื้นข้างโต๊ะกระจก นาคินที่มองตั้งแต่ต้นรีบหยิบหมอนรองนั่งไปวางให้อย่างรู้ใจ

“ขอบคุณค่ะ หนูหิวข้าวมาก ขอกินข้าวก่อนนะคะ” หญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวในห้องไม่พูดพร่ำทำเพลง รีบเช็ดมืออีกครั้งหลังจากล้างมือมาก่อนหน้าแล้ว เมื่อลงมือทานข้าว หญิงสาวผู้หิวโหยก็ไม่ได้สนใจพี่ชาย และชายผู้ร่วมพักอาศัยในบ้านเลยสักนิด ความหิวโหยไม่เคยปราณีใครเลยสักคน

“ค่อย ๆ กิน เดี๋ยวติดคอ”

“ตอนนี้หนูหิวมาก มือสั่นไปหมด” หญิงสาวไม่สนใจคำเตือน ตักอาหารทานอย่างเอร็ดอร่อย

“แต่เครียดจริง นางเอกหายากมาก”

“พระเอกมีเข้าตาพี่บ้างไหมคะ?” นักเขียนสาวเงยหน้ามองพี่ชายที่หิวโหยไม่ต่างกัน

“มีอยู่สองคน เอาจริงตอนนี้เหลือแค่บทนางเอกกับเพื่อนนางเอก ใครจะมันจะช่างจ้อเหมือนตัวละคร...” ผู้กำกับหนุ่มแทบกุมขมับเมื่อตอนนี้ยังไม่เจอนักแสดงที่ตรงกับบทบาท

“เฮ้อ”

“เฮ้อ!” เป็นอีกครั้งที่สองพี่น้องผูกจิตทำท่าทางเหมือนกัน คนที่เฝ้ามองได้แต่ยกยิ้มระคนเอ็นดู แต่ไร้ข้อเสนอแนะ ขอเพียงนั่งฟังสองพี่น้องบ่นกันไปเขาก็พอใจแล้ว แต่ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น สายตาคมเข้มกลับเฝ้ามองเพียงแค่อรนลินที่บ่นงอแงเพราะเหนื่อยกับการต้องเจอผู้คนมากมาย

ช่วงเวลาหนึ่งทุ่มพนักงานภายในบริษัทเหลืออยู่น้อยนิด นักแสดงและบุคคลทั่วไปที่เข้ามาแคสงานแสดงกลุ่มสุดท้าย เดินออกจากห้อง เอกสารผู้สมัครถูกนำมาคัดเลือกต่อไปจนเหลือเพียงไม่กี่คน และแน่นอนว่าต้องมีเด็กฝากจากผู้หลักผู้ใหญ่ แต่องหวดีเลือกที่จะปฏิเสธไปหลายคนเมื่อนักแสดงเหล่านั้นยังไม่ตรงกับบทที่มี

“กลับเลยไหม?” นาคินเอ่ยถามหญิงสาวที่วันนี้หมดสภาพ ผมเผ้าเสียทรงไม่ อีกทั้งยังสวมแว่นสายตา แต่เดินตาปรือทำหน้างอเข้ามาใกล้เขาที่ยืนรอยู่ไม่ไกล สภาพนี้ชายหนุ่มจะมักจะเห็นเมื่อเธอรีบเร่งทำงานจนไม่ได้พักผ่อน ฝ่ามือใหญ่ยื่นมือช่วยถือกระเป๋า และใช้มืออีกข้างยกขึ้นเกลี่ยเส้นผมออกจากหน้าผากเนียนใสอย่างเบามือ

“เหมือนใช้พลังงานหมดไปแล้วเลยค่ะ” คนเหนื่อยบอกอย่างไม่ปิดบัง แต่ดันเป็นประโยคที่เรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้าได้อย่างดีเลยทีเดียว ไม่รู้ว่าเธอจะรู้ตัวบ้างไหมว่าปกติเธอก็เหมือนพลังงานหมดตลอดเวลาอยู่แล้ว อรนลินมนุษย์แบตเสื่อมตัวน้อย แต่ก็น่ารักที่สุดในสายตาเขาเลยเหมือนกัน

“งั้นก็กลับบ้านไปนอนพัก ดีไหม?” ฝ่ามือใหญ่ลูบที่เรือนผมนุ่มลื่นนั่นด้วยความเอ็นดูก่อนจะเปลี่ยนเป็นจับมือชวนเดินออกจากที่บริษัทแห่งนี้ โดยที่ไม่ได้สนใจรอบข้างเลยสักนิดว่าตอนนี้พี่ชายของหญิงสาวอย่างองหวดีนั้นกำลังยืนกอดอกจ้องทั้งคู่ด้วยท่าทางกรุ่นคิด

“ขอทำนายดวงว่าคุณองจะได้น้องเขยเร็ว ๆ นี้นะคะ” เลขาสาวเอ่ยแซวเจ้านายหนุ่มด้วยเสียงสดใส แต่เธอกลับไม่ทันตั้งตัวเมื่อพอเอ่ยจบเจ้านายหนุ่มสุดหล่อของเธอเอียงหน้ากลับมามองพร้อมรอยยิ้มติดเจ้าเล่ห์

“แล้วคุณเลขาได้ทำนายดวงตัวเองไหมครับ ว่าจะมีแฟนเป็นเจ้านายเร็ว ๆ นี้น่ะ” ประโยคหยอกเย้านั้นเรียกเลือดลมจากคุณเลขาได้อย่างดี คนถูกจีบทำหน้าตาเลิ่กลั่ก ตกใจกับประโยคชวนเขินอายนั่น องหวดีเห็นท่าทางน่าเอ็นดูก็พอจะเข้าใจว่าทำไมเพื่อนของเขาถึงได้ชอบแกล้งให้น้องสาวตัวเองเขินอาย

เพราะมันน่ารักมากขนาดนี้นี่เอง...

“ไปกันเถอะ ดึกแล้ว เดี๋ยวไปส่งครับคุณเลขา” คนตัวสูงผายมือเชิญให้หญิงสาวเดินไปพร้อมกับตัวเอง ไม่ปล่อยให้เดินตามหลังเนื่องจากเป็นห่วงความปลอดภัย ช่วงนี้ต้องดูแลให้ดีหน่อย ขืนแกล้งหนักแล้วลาออกจากงานเขาจะแย่เอา

บทก่อนหน้า
บทถัดไป