บทที่ 17 นคราชรอรัก 17

นคราชรอรัก 17

“คุณ...”

“เรียกใหม่” ชายหนุ่มที่ตั้งใจขับรถ ตัดสินใจบอกความต้องการของตัวเอง เมื่อปล่อยผ่านให้หญิงสาวเรียกใช้สรรพนามได้ตามใจ แต่จนแล้วจนรอดเธอก็ยังใช้ถ้อยคำห่างเหินกับเขา ไม่มีเอะใจเลยสักนิดว่าควรจะใช้คำว่าอะไร ทั้งที่หลายวันก่อนก็เปลี่ยนมาใช้คำว่าพี่แล้ว

“พี่ หนูเรียกพี่ได้ไหมคะ?”

“ได้ มีอะไรหือ? หิวเหรอ?” เมื่อได้ยินคำที่น่าพึงพอใจนาคินจึงทวนถามกลับไปเพื่อที่หญิงสาวจะได้ไม่ลืมสิ่งที่ตั้งใจจะคุยกับตัวเอง

“ไม่ใช่ค่ะ พี่องบอกพี่หรือยังว่าสิ้นเดือนหนูจะไปดูโลเคชันกับทีมงานนะ”

“อื้อ บอกแล้ว แต่ยังไม่ได้บอกว่าวันไหน”

“นั่นแหละค่ะ หนูต้องไปต่างจังหวัดหลายเดือนเลย พี่ก็กลับบ้านนะ” ประโยคนั้นจะเห็นใจก็ไม่ใช่ จะไล่ก็ไม่เชิง ไม่รู้คนตัวเล็กคิดอะไรอยู่ถึงได้พูดแบบนั้นออกมา แต่เพราะท่าทางใสซื่อของเธอจึงทำให้ชายหนุ่มตัวโตที่ยังทำหน้าที่สารถีหนุ่มให้อยู่นั้น เหลือบสายตามองเพื่อตรวจสอบว่าแท้จริงแล้ว อรนลินต้องการจะสื่ออะไรกันแน่

“ฟังดูแปลก ๆ นะ ไล่พี่กลับบ้านเหรอ?” นาคินหยอกเย้าคนน่ารักที่ตอนนี้นั่งคอพับคออ่อน ฝืนความเหนื่อยและง่วงไว้จนถึงขีดสุด หวังให้ตัวเองกลับถึงบ้านอาบน้ำแล้วค่อยพักผ่อน

“ไม่ได้ไล่ค่ะ แต่ถ้าพี่จะอยู่ต่อก็ได้...ว้าย!” เสียงหวานร้องตกใจ ในจังหวะที่รถกำลังเลี้ยวเข้าซอยบ้าน เมื่อสายตาเหลือบไปเห็นอะไรบางอย่างอยู่ริมถนน ขณะที่ไฟหน้ารถสาดส่องไปเบื้องหน้า แต่เสียงร้องตกใจนั้นเกิดขึ้นพร้อม ๆ กับฝ่ามือข้างหนึ่งของนาคินที่ผละจากพวงมาลัยรถ ยกขึ้นปิดดวงตาของเธอ ไร้เสียงพูดคุยของคนทั้งคู่ มือเล็กสั่นด้วยความตกใจกลัว ยกขึ้นจับที่ข้อมือใหญ่แล้วค่อย ๆ ลดมือข้างนั้นลง เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น แต่เธอดันก้มหน้าก้มตาไม่มองรอบข้าง คล้ายกับกำลังเลี่ยงที่จะมองเห็นบางอย่างที่เธอไม่ต้องการจะเจอ

“ถึงบ้านแล้ว” นาคินโน้มตัวเข้าใกล้อรนลินเพื่อกระซิบแจ้งเสียงเบา

“หนูไม่กล้ามอง” คนกลัวเลือกที่จะเล่าขานคนข้างกายอย่างปิดบัง

“ให้พี่อุ้มดีไหม?” นาคินได้แต่สงสารอรนลินจับใจ เมื่อรู้ว่าเธอต้องเผชิญกับความหวาดกลัวตามลำพังมาเนิ่นนานกว่าจะได้พบเจอกับเขา แต่ตอนนี้ลึก ๆ ภายในใจ นาคินกลับคิดทบทวนกับตัวเองว่าการที่เธอได้เจอเขามันดีขึ้นบ้างหรือเปล่า หรือมันยิ่งหนักมากกว่าเดิม

“มะ ไม่เป็นไรค่ะ แต่พี่เดินวนมาทางนี้ได้ไหมคะ” ยามที่เธอหลับตา ภาพเมื่อสักครู่ก็จู่โจมเข้าสู่โสตประสาททันที ภาพผู้ชายไม่สวมเสื้อ แต่ท่อนล่างสวมโจงกระเบนสีเขียวเข้มยืนจ้องเธออยู่ตรงมุมถนน เธอจะไม่กลัวจนหลุดเสียงกรี๊ดเลยสักนิด หากนั่นไม่ใช่จุดทางสามแพร่งที่เธอมักจะเห็นเงาคล้ายงูตัวใหญ่เลื้อยผ่านเวลาที่เธอเข้าออกซอยบ้าน แต่เมื่อถามพี่ชายว่าเห็นอย่างที่เธอเห็นไหม องหวดีก็ยืนยันเสียงเข้มว่าไม่มีไม่เห็น นั่นจึงทำให้เธอค่อนข้างมั่นใจว่านี่ไม่ใช่ความจริง แต่ก็ไม่รู้ว่าเป็นอะไร

“ได้ เดี๋ยวพี่เดินไปทางนั้น” นาคินรับคำขอด้วยความเต็มใจ นั้นก้าวลงจากรถเพื่อช่วยประคองคนตัวเล็กกลับเข้าบ้าน

“เดินดี ๆ” นาคินเอ่ยเตือน นลินจับมืออุ่นของชายหนุ่มไว้แน่น จับไว้ไม่ปล่อยขณะเดียวก็รีบหันขวับ! มองไปยังสนามหญ้าข้างบ้านที่มีเสียงสวบสาบคล้ายกับมีคนลากท่อนเหล็กยาว ๆ ไปกับต้นหญ้า แต่เมื่อมองไปเธอกลับไม่พบเจอหรือมองเห็นสิ่งใดที่ทำให้เกิดเสียงได้เลย ไฟที่ส่องไปยังสนามหญ้ายิ่งเป็นตัวช่วยยืนยันให้เธอได้อย่างดีว่าบริเวณนั้น ไม่มีอะไร

“หิวข้าวไหม?” นาคินมองตาม สายตาคมดันมองเห็นสัตว์ตัวใหญ่คล้ายงู แต่กลับมีขนาดใหญ่กว่าหลายร้อยเท่า เลื้อยขดตัววนอยู่กลางสนามหญ้า ปากแหลมนั้นอ้ากว้างส่งเสียงร้องหวีดด้วยความตระหนกเมื่อพบเจอกับชายตัวสูง นัยน์ตาสีน้ำตาลอ่อนแปรเปลี่ยนเป็นสีเขียวอีกครั้ง เมื่อเขาต้องการขู่ให้แขกที่รุกล้ำบ้านหลังนี้ได้ออกไปก่อนที่เขาจะโมโห หงอนเหนือศีรษะสั่นไหวยามลำตัวใหญ่นั้นเคลื่อนตัว

นาคินยกมือข้างหนึ่งปิดลงเหนือดวงตาอรนลิน สายตาคมกริบจ้องมองไปยังพญานาคสีดำสนิทตนนั้น จู่ ๆ นัยน์ตาคมก็แปรเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีแดงฉาน ชั่วพริบตานัยน์ตาทั้งสองข้างก็เปลี่ยนเป็นคนละสี คล้ายกับว่านี่คือดวงตาที่แท้จริงของเจ้าตัว

พร้อมกลิ่นอายความดุดันแผ่กระจายไปทั่วทั้งบ้าน สัตว์เดรัจฉานน้อยใหญ่วิ่งแตกตื่นออกห่าง เสียงนกร้องเจี๊ยวจ๊าวแตกตื่นออกนอกรังในช่วงเวลาสามทุ่ม ดวงจันทร์เสี้ยวบนท้องฟ้าเริ่มเปลี่ยนเป็นสีส้มเลือด สายลมพัดโหมกระหน่ำ สร้างความตระหนกให้แก่ผู้คน เมื่อคิดว่าบัดนี้พายุฝนกำลังจะก่อตัวขึ้นอีกครั้ง

กลับไปในที่ของพวกมึง

นาคินส่งเสียงเตือน ไร้ท่าทีเกรงกลัวกับสิ่งที่เข้ามายึดพื้นที่สนามหญ้าข้างบ้านของคนตัวเล็ก ที่บัดนี้โดนเขารั้งเข้ามาซบลงแผ่นอกตัวเอง

ท่านจงปล่อยนาง พวกเราเฝ้ารอนางมาหลายร้อยปี อย่าได้ขวาง...

บัดนี้เสียงที่ได้ยินกลายเป็นเสียงผู้ชายคนหนึ่ง แม้ประโยคจะเอ่ยร้องขอ แต่น้ำเสียงเต็มไปด้วยการข่มขู่ แต่ชายหนุ่มที่ได้ยินแค่นยิ้มจ้องลึกไปยังดวงตาแดงฉานคู่นั้นที่ยังสบตากับเขา มุมปากยกยิ้มเย้ยหยันสิ่งให้เพิ่งที่ได้ยิน

ข้าเฝ้ารอนางมาสามร้อยปี พวกมึงคิดจะขอไปง่ายๆ อย่างนั้นหรือ?

ท่านโปรดเห็นใจ พวกข้าภักดีและเทิดทูนต่อนาง...

รัก? เทิดทูน? หากเป็นเช่นนั้น เหตุไฉนนางถึงกลายมาเป็นมนุษย์เช่นนี้!!!

บทก่อนหน้า
บทถัดไป