บทที่ 18 นคราชรอรัก 18
นคราชรอรัก 18
เสียงคำรามดังกึกก้องผืนนภา พร้อมเปลวไฟที่ลุกโชนท่วมท้นพญานาคตัวใหญ่ขนาดเท่าบ้านจัดสรร แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่มีใครสามารถมองเห็นเหตุการณ์นี้ได้ ยกเว้นเพียงผู้มีจิตละเอียด นาคินย่อตัวอุ้มคนสลบขึ้นแนบอก หลังจากใช้กลิ่นกำยานขับกล่อมให้คนอ่อนเพลียได้หลับใหลก่อนเวลาอันควร
เรือนร่างบางเล็กถูกวางลงบนเตียงนอนในห้องนอนรับแขกที่เจ้าตัวได้ย้ายเข้ามาพัก เมื่อชายหนุ่มพึงระลึกได้ด้วยตัวเอง ว่าอรนลินไม่ยอมให้เข้าห้อง แต่เธอไม่ได้ห้ามที่จะเข้าห้องของเขานี่นา นาคินคิดเข้าข้างตัวเอง
ฝ่ามือใหญ่จับผ้าขนหนูผืนเล็กที่ชุ่มน้ำเช็ดตามกรอบหน้าและแขนขาเพื่อช่วยทำความสะอาด รวมถึงขจัดความไม่สบายตัวออกไปเล็กน้อยให้กับคนที่สลบไป
“พี่อยู่นี่ ไม่มีใครบังคับเราได้ ใครมันทำให้เราเสียน้ำตาพี่จะเผามันเอง...” เสียงเข้มให้คำมั่นกับหญิงสาวที่ยังหลับใหล
คนที่หลับสนิทตลอดทั้งคืนตื่นเช้ามาพร้อมกับความสดชื่น นานแล้วที่เธอไม่ได้หลับไปโดยที่ไม่ฝันร้าย ไม่ฝันถึงสิ่งที่เธอหวาดกลัว แต่ทว่าเมื่อลืมตาขึ้นมา กลับพบว่านี่ไม่ใช่ห้องนอนตัวเอง อรนลินผุดลุกขึ้นนั่งมองซ้ายขวาทันควัน ดวงตาเล็กกวาดมองรอบ ๆ พอเจอความคุ้นอยู่หลายส่วน จึงหายตกใจได้บ้างเล็กน้อย
“ตื่นเช้าจัง”
“กรี๊ด! พี่คิน!!” คนตกใจร้องกรี๊ดลั่นห้องนอน รีบขยับออกห่างเจ้าของท่อนแขนที่พาดอยู่บนเอว แต่เหมือนจะกะจังหวะพลาดไป เพราะหญิงสาวขยับไปจนถึงริมที่นอน ก่อนจะโอนเอนหล่นไปกองที่พื้นพร้อมกับผ้าห่มผืนใหญ่
“...” ชายหนุ่มมองด้วยความตกใจรีบคว้าตัวคนตกใจไว้ได้ทันท่วงที ไม่อย่างนั้นคงมีข่าวนักเขียนสาวตกใจหนุ่มหล่อพลัดตกเตียงเสียชีวิต!!
“พี่จะดุนะลิน ทำไมไม่ระวังบ้าง” ชายหนุ่มเปลี่ยนมายืนข้างเตียงนอน เท้าใส่เอวจ้องมองคนรู้สึกผิดที่นั่งคุกเข่าอยู่บนที่นอนนุ่ม ๆ อีกทั้งยังทำใบหน้าง้ำงอเมื่อโดนดุตั้งแต่ลืมตาตื่น
“ก็มันตกใจนี่คะ”
“เฮ้อ”
“ไม่ถอนหายใจสิคะ” คนเสียใจช้อนตาขึ้นมองนาคินที่บัดนี้ไม่ใจดี ไม่ใจเย็นให้เธอได้งอแง แต่เขากำลังดุเมื่อผ่านเหตุการณ์หวุดหวิดที่เธอจะตกเตียงนอนมาหมาด ๆ
“พี่คิน” แต่ให้ตายเถอะ เพียงแค่เธออ้อนเสียงหวานนาคินผู้ดุขรึมก็ใจเหลว ยอมสิ้นทุกอย่าง ความหงุดหงิดมลายหายไป ราวกับก่อนหน้านี้ไม่ได้โกรธ ไม่ได้งอนเธอมาก่อน
“โอเค ๆ ไปอาบน้ำก่อน พี่จะให้นิรัณเอามื้อเช้ามาให้” นาคินบอกสั้น ๆ เดินเลี่ยงไปสงบสติอารมณ์ ช่วยแทบตายแต่จะมาตกม้าตายเพราะตกใจเขาแล้วพลัดตกเตียง มันก็ค่อนข้างน่าหงุดหงิดอยู่ไม่น้อยนั่นแหละ
หลังจากแยกย้ายกันไปอาบน้ำเปลี่ยนชุด ช่วงสายของวันอรนลินถึงได้เดินลงจากชั้นสองของบ้าน ดวงตากลมโตกวาดมองรอบข้างเพื่อเล็งเป้าหมาย แต่มองยังไงก็ยังไม่เจอคนตัวสูง เท้าเล็กก้าวผ่านไปยังโซนห้องครัวก็พบว่าบนโต๊ะกลางห้องครัวมีถุงอาหารมากมายวางอยู่รวมถึงขนมหวานร้านที่เธอโปรดปราน
“ว้าว น่ากินจัง...” คนเจออาหารโปรดพึมพำพร้อมรอยยิ้ม ลืมสิ้นเรื่องที่ทำให้ชายหนุ่มอีกคนคุกรุ่น จังหวะที่หยิบจับอาหารในถุงออกมาวางบนโต๊ะเตรียมแกะใส่จาน จู่ ๆ เธอก็รู้สึกถึงไออุ่นที่แผ่มายังร่างกายตัวเอง จากที่ตั้งใจจะหมุนตัวกลับไปมอง ก็พบว่ามีบางอย่างถูกยื่นมาใกล้ ๆ ใบหน้า แสงสะท้อนเงาวับจากสิ่งนั้นทำให้เธอหยุดนิ่งระคนตกใจ
“...” เจ้าของฝ่ามือใหญ่ค่อย ๆ บรรจงสวมสร้อยสีเงินลงบนลำคอเล็กด้วยความอ่อนโยน จวบจนเมื่อเขาสวมเสร็จริมฝีปากร้อนมิวายกดจูบลงบนขมับเล็กอย่างแนบแน่น อรนลินยืนนิ่งตกใจตาโต เมื่อจู่ ๆ ก็ได้ของจากชายหนุ่ม สร้อยเส้นเล็กที่มีจี้เป็นลูกแก้วคล้ายมุกสีน้ำเงินเข้ม ความสวยงามที่ได้พบเจอคล้ายกับกำลังสะกดให้เธอน้อมรับของชิ้นนี้โดยไร้ทางปฏิเสธ
“สวมติดตัวไว้ ห้ามถอดไม่ว่าจะตอนไหนก็ห้ามให้ห่างกาย” นั่นคือสิ่งที่นาคินกับชับกับเธอ นลินยกมือลูบที่จี้สร้อย สิ่งที่ผุดขึ้นมาในความคิดเธอคือ ความรู้สึกอบอุ่นและคุ้นเคยแบบนี้ เธอไม่รู้ว่าจะนิยามคำนี้อย่างไร แต่รู้สึกเธออุ่นใจที่ได้สัมผัสมัน
ความรู้สึกอุ่นใจที่ได้สัมผัสและพบเจออีกครั้ง...
