บทที่ 2 นคราชรอรัก 2

นคราชรอรัก 2

คนล้มนั่งนิ่ง ๆ มองรอบข้างอย่างเหม่อลอย ภายในหัวเล็ก ๆ ของเธอ ไม่มีความเศร้า ไร้ซึ่งความสงสัยในสิ่งที่เกิดขึ้น แต่ตอนนี้เธอกลับคิดฉากในงานเขียนของเธอได้อย่างล้นหลาม ความคิดมันไหลลื่นเสียจนเธอต้องรีบหยิบโทรศัพท์มาบันทึกไว้ก่อนจะลืม

“เอาสิ พามาเที่ยวทำบุญเพื่อนแกได้งานกลับไปอีกแล้วไอ้วี่” น้ำค้างที่นั่งอยู่ใกล้แซวเพื่อนสาวที่หลงใหลในอาชีพนักเขียน อีกทั้งยังสู้ในเส้นทางความฝันจนวันนี้ประสบความสำเร็จมีผลงานมากมาย

“ฮ่า ๆ ๆ ก็หัวฉันมันเล่นนี่นา เออนี่ พี่องนัดพวกแกไปกินข้าวด้วยใช่ไหมที่ร้านชาบูอะ ไปกันเลยไหมล่ะ?” หญิงสาวรีบชวนเพื่อนที่ทำงานอยู่ในแวดวงเดียวกัน วีวี่เป็นนักแสดง เป็นนางแบบ น้ำค้างเป็นช่างแต่งหน้าคอสตูม ส่วนหนุ่มหล่อเพียงหนึ่งเดียวอย่างเจริญ เป็นผู้ช่วยผู้กำกับ และมีบ่อยครั้งที่พวกเขาได้ทำงานร่วมกัน

“ไป แต่พี่ชายแกบอกว่าจะคุยเรื่องงานด้วยนี่ ไปที่นั่นไม่ชิลเกินไปเหรอ?” คะนิ้งถามด้วยความเกรงใจ แม้บุคคลที่ถูกเอ่ยถึงจะเป็นพี่ชายเพื่อน แต่ตำแหน่งที่แท้จริงคือเจ้านายอีกคนของเธอและเจริญด้วยนี่สิ

“โห พี่ฉันเคยคุยงานจริงจังซะที่ไหนกันล่ะ ร้านชาบูนั่นน่ะจริงจังที่สุดแล้วเถอะ” คนน่ารักแซวพี่ชายเจือเสียงหัวเราะขบขัน

“อยากทำงานด้วยกันอีกอ่า คงจะสนุก” วีวี่เปรยขึ้นมาเสียงงอแง คนทำงานหนักแต่ติดเพื่อนได้แต่ภาวนาให้ตัวเองและเหล่าเพื่อนพ้องได้ทำงานร่วมกันอีกสักครั้ง กลุ่มเพื่อนรักพูดคุยกันตลอดการเดินทาง ท่ามกลางความสบายใจและบรรยากาศคุ้นชิน

นานนับสองชั่วโมงที่หนุ่มสาววัยเบญจเพสกลับเข้าสู่เมืองหลวง แต่โชคดีที่บริษัทของพี่ชายอรนลินตั้งอยู่เขตชานเมือง พวกเขาและเธอจึงไม่ต้องพบเจอกับความวุ่นวายบนท้องถนน เมื่อมาถึงร้านชาบูที่นัดกันไว้ ทุกคนไม่รีรอที่จะจับจองที่นั่ง

ระหว่างรอผู้กำกับหนุ่มชื่อดังมาถึง ก็สั่งของที่อยากทานมาเสียมากมาย พอเริ่มทานไปได้สักพักคนที่นัดก็มาถึง เมื่อเดินเข้าใกล้จุดที่น้องสาวนั่ง ฝ่ามือใหญ่ยกขึ้นวางแหมะลงบนเรือนผมนุ่มลื่นทันที

“สนุกไหม?” องหวดี หรือที่ทุกคนต่างเรียกว่า คุณอง ผู้เป็นพี่ชายของอรนลินสอบถามความรู้สึกน้องสาวหลังจากออกจากบ้านตั้งแต่เช้ามืดกับทริปทำบุญของน้องสาวและกลุ่มเพื่อน

“สนุกค่ะ พี่นั่งเร็วหนูต้องการเจ้ามือเลี้ยง” คนน่ารักหยอกล้อพี่ชาย พลางขยับให้นั่งลงบนเบาะโซฟาเคียงข้างตัวเอง

“สั่งเพิ่มเลย พี่หิวจัดตอนนี้” คนมาใหม่ใจสปอร์ตพร้อมเปย์น้องสาวและผองเพื่อน ครึ่งชั่วโมงแรก ชายหนุ่มไม่คิดจะสนทนากับใครแม้แต่น้องสาวตัวเอง แต่เมื่อท้องเริ่มอิ่มจึงเริ่มชวนเด็กรุ่นน้องคุย

“จองคิว”

“หา?” เสียงตกใจดังขึ้นพร้อมเพรียง เมื่อได้ยินพี่ชายเพื่อนสนิทเกริ่นขึ้นมาไม่มีปี่มีขลุ่ย ท่าทางตกใจของเด็กสามคนนี้ เรียกความรู้สึกเอ็นดูให้คนตัวสูงเป็นอย่างมาก

“พี่พูดจริง พรุ่งนี้เข้าไปคุยรายละเอียดด้วยกัน เดี๋ยวสปอนเซอร์หลักจะมาด้วย”

“หมายความว่าอนุมัติสร้างแล้วใช่ไหมครับ” เจริญถามผู้เป็นพี่ชายเพื่อนแล้วยังพ่วงตำแหน่งเจ้านายของตัวเอง ผู้กำกับมือทองอย่างองหวดี เขามีโอกาสได้ทำงานด้วยก็นับว่าโชคดีมาก ๆ แล้วล่ะ และนี่เป็นโปรเจกต์ใหญ่ของปีพวกเขาคือผู้ถูกเลือกอย่างนั้นเหรอ?

“ใช่ คุยกันเสร็จแล้วล่ะ แต่บท...” ท้ายประโยคมิวายปรายตามองผู้เป็นน้องสาว จากคนดุแปรเปลี่ยนเป็นอีกร่างเมื่อต้องอ้อนขอให้น้องรีบเร่งเขียนบทให้ตัวเอง

“ไหนบอกไม่รีบ” คนโดนเร่งงานโวยเสียงเข้ม แต่ระดับเสียงยังไม่รุนแรงจนรบกวนลูกค้าโต๊ะรอบข้าง

“ก็เขาเห็นพล็อตกับโครงเรื่องที่เราทำค้างไว้เลยสนใจ อันที่เสร็จแล้วเขาไม่ซื้อ นะ ๆ ถือว่าช่วยพี่ชายคนนี้หน่อยนะ” คนตัวโตยกมือประสานจับกันแน่นพร้อมกับมองอ้อนกะพริบตาปริบ ๆ

“ฮ่า ๆ ๆ ทำหน้าอะไรของพี่น่ะ” คนพี่อ้อนวอน คนน้องกลับหัวเราะชอบใจ และความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อนข้างอบอุ่นเมื่อย้ายออกมาอยู่ด้านนอกด้วยกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัย ส่วนผู้ให้กำเนิดทั้งสองต้องดูแลธุรกิจของบ้านใหญ่ซึ่งเป็นระบบครอบครัวใหญ่ สองพี่น้องทำงานไม่เป็นเวลาจึงแยกออกมาอยู่ แต่ทุกเทศกาลจะกลับบ้านพร้อมกัน แม้ภายนอกจะมองว่าเป็นครอบครัวที่อบอุ่น แท้จริงแล้ว ความจริงมีเพียงทั้งสองเท่านั้นที่รู้...

“นะ ขอร้อง นายทุนกระเป๋าหนัก”

“ใคร?” คนโดนรบเร้าหรี่ตามองพี่ชายอย่างจับผิด เพียงแค่พี่ชายอ้าปากเธอก็เห็นถึงไส้ติ่งแล้ว เรื่องนี้ต้องมีลับลมคมในอย่างแน่นอน

“ใช่พี่ พวกหนูก็อยากรู้ ใครคะ?” ครั้งนี้วีวี่รีบยกมือป้องปากกระซิบถามอย่างใคร่รู้ ไม่ต่างกันนัก

“เพื่อนพี่เอง ทีแรกขอให้มันสปอนฯ ซีรีส์อีกเรื่อง มันก็ยอมให้นั่นแหละ แต่พอเห็นบทเรื่องนี้เลยจะเอาเรื่องนี้ด้วยแต่เร่งเราไม่ไหว ไม่รู้มันใจร้อนอะไรขนาดนั้นเหมือนกัน” องหวดีเฉลยในสิ่งที่เด็ก ๆ กลุ่มนี้ต้องการจะรู้

“อยากรู้เลยว่าใคร” น้ำค้างมองอย่างตื่นเต้น และลึก ๆ กลับรู้สึกดีใจที่จะได้ร่วมงานกับเหล่าเพื่อน ๆ ของตัวเอง

“เดี๋ยวก็รู้ แต่นั่นแหละ ขอบทด้วยนะน้องรัก”

“ชิ! เสร็จห้าสิบเปอร์เซ็นต์แล้วค่ะ ขอเวลาอีกสักหนึ่งถึงสองเดือน”

“เยี่ยมมาก! ระหว่างนี้เราจะหาโลเคชั่นด้วยกันนะ คุณนักเขียนต้องไปบรีฟทีมงานแล้วก็ไปด้วยกัน โลเคชันหลักคงจะถ่ายที่ต่างจังหวัด สปอนฯ อยากให้สมจริง” ประโยคชวนหยุดโลกนั่น ทำเอาอรนลินถึงกับพูดอะไรไม่ออก มองหน้าพี่ชายอย่างงุ่นง่านใจ เมื่อจู่ ๆ ก็โดนมัดมือชก ยามเห็นพี่ชายหัวเราะชอบใจคุยเล่นกับเพื่อน ๆ เธอยิ่งเดือดจัด ตัดสินใจฟาดฝ่ามือเล็ก ๆ นั่นลงบนต้นแขนคนพี่ทันที

“หนูโกรธ”

“เดี๋ยวพี่ง้อน่า เรื่องนี้ด่วนจริง ๆ เดี๋ยวให้ค่าขนมเพิ่ม” คนโดนงอนบอกอย่างรู้ทัน เอ่ยจบจากใบหน้าบึ้งตึงก็เผยรอยยิ้มพึงพอใจ สร้างเสียงหัวเราะจากเพื่อนเจ้าตัวได้อย่างดีเช่นเคย

“งี้ค่อยน่าคุยหน่อย”

“ค่าตอบแทนสูงขอให้บอกไอ้ลินค่า งานราษฎร์ งานหลวง อรนลินจัดให้”

“คิกคิก ขอให้งานเราเลิศ ๆ ปัง ๆ เลยจ้า ชนแก้ว” วีวี่หัวเราะคิกคักชวนทุกคนชนแก้ว แม้จะไม่ใช่แอลกอฮอล์แต่พวกเธอก็สามารถชนแก้วน้ำหลากรสในร้านชาบูด้วยกันได้ มื้อนี้นอกจากจะไม่ได้จ่ายเงินเองแล้ว พวกเธอยังได้งานจ้างพร้อมค่าตอบแทนก้อนโตอีกด้วย

มีอะไรไม่ดีกันล่ะ?

บทก่อนหน้า
บทถัดไป