บทที่ 20 นคราชรอรัก 20
นคราชรอรัก 20
ผ้าห่มและหมอนรองคอถูกหยิบออกมากางกั้นอาณาเขตเตรียมจะนอนต่ออีกสักหน่อย หากไม่มีเพื่อนสนิทอีกคนของตัวเองอย่างน้ำค้างชะโงกหน้ามามองแล้วแซวด้วยความตื่นเต้น
“ยังไง ๆ แปลก ๆ นะคะคุณนักเขียน” น้ำค้างแซวเพื่อนสนิทเสียงเบา เนื่องจากเห็นสมาชิกท่านอื่นเตรียมจะนอนต่อกันแล้ว อยากแซวเพื่อนแต่ก็กลัวเสียงตัวเองจะรบกวน แต่จะให้อดใจรอฟ้าสว่างเธอนั้นก็ทำไม่ได้ จึงได้รีบแซวเพื่อนคนสวยไปทั้งอย่างนั้น
“อะไรเล่า ไม่มีทั้งนั้นแหละ ไม่ง่วงเหรอ? เพิ่งตีสามครึ่งนะ ถ้าไม่ง่วงไปขับแทนเจริญดีไหม?” นลินเบี่ยงประเด็นได้อย่างแนบเนียน เมื่อตอนนี้ต้องการหาทางหนีทีไล่จากการซักไซ้ของเพื่อนสนิทที่ไม่ว่าจะเอ่ยสิ่งใดก็สามารถหลอกล่อให้เธอเล่าทุกอย่างให้ฟังได้จนแทบหมดเปลือก อย่างเช่นตอนนี้ถ้ายอมคุยด้วยอีกนิด ความลับอะไรไม่มีให้ปิดบังหรอก
“อ๋อ ไม่จ้า ฟ้าสว่างแล้วจะช่วยขับรถนะ ตอนนี้ขอนอนก่อน” คนกลัวจะได้ขับรถผลัดแรกรีบบอก ขยับกลับที่นั่งเตรียมนอนพักทันที
“คิก ๆ เกินไปจริง ๆ ยัยน้ำค้าง อ้อ เปลี่ยนมือขับได้นะ”
“โอเค เราตาสว่างมาก นอนพักได้เลย ขอแค่เปิดเพลงสักหน่อยก็พอ” เจริญบอกอย่างเข้าใจขณะที่ทำหน้าที่สารถีสุดหล่อพาทุกคนเข้าสู่ถนนมิตรภาพพร้อมกับการเดินทางสิบกว่าชั่วโมง เพื่อไปยังหนึ่งในจังหวัดที่อยู่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน
พระอาทิตย์เคลื่อนขึ้นสู่ท้องฟ้า แสงสีส้มทองทอประกายไปทั่วท้องนภา ตอนนี้เหล่าทีมงานเดินทางยังไม่ถึงครึ่งก็ผลัดเปลี่ยนกันขับรถ
“เราพักในเมืองเลยใช่ไหมพี่” นวลนางพนักงานสาวที่ถูกส่งมาดูสถานที่ถามทวนกับรุ่นพี่ทีมงานที่ไม่ว่าใครต่างก็ทำงานกันอย่างมืออาชีพ ซึ่งเธอจะต้องแอบมองเพื่อจดจำวิธีทำงานบ้างเสียแล้ว
“ใช่จ้า พักในเมือง แต่โลเคชันที่หาไว้มีทั้งในเมืองและนอกเมือง จังหวัดใกล้เคียงก็มี ค่อนข้างยากอยู่เหมือนกัน”
“ทีมพร็อพ กระอักเลือดแน่ ย้ายกองกันว้าวุ่น ยิ่งคุณองกำกับเองด้วยนะ บรึ๋ย! ไม่อยากคิด” ธงที่ครั้งนี้ประจำที่นั่งคนขับแซวทั้งลูกทีมตัวเอง แซวทั้งเจ้านายหนุ่ม อีกทั้งยังทำท่าขนลุกขนพอง เรียกเสียงหัวเราะขบขันจากทุกคนได้อย่างดีเลยทีเดียว
แต่ก็จริง พี่องกำกับเองทุกส่วน ทีมงานกระอักแน่ ฉันก็คงไม่ต่างจากทีมงานคนอื่นเหมือนกัน
น้องสาวแท้ ๆ ของผู้กำกับหนุ่มมิวายแซวตัวเองเมื่อหวนนึกถึงช่วงเวลาที่พี่ชายทำงาน
ระหว่างที่คิดอะไรอยู่อย่างเพลิดเพลินสลับกับคุยเล่นกับสมาชิกในทีมอยู่นั้น คนที่อาสามาส่งตอนเช้ามืดส่งข้อความเข้ามาถามไถ่ รวมถึงรายงานพิกัดที่เจ้าตัวเองอยู่ระหว่างเตรียมทำงาน อรนลินเห็นแบบนั้นก็ส่งรูปถ่ายวิวข้างรถและถามไถ่เล็กน้อยก่อนจะเอียงคอนอนหลับต่อ ร้อนรนคนที่เฝ้ารอข้อความ คุยกันอยู่ดี ๆ จู่ ๆ ปลายสายก็เงียบไป
นาคินเงยหน้ามองผู้ช่วยหนุ่มที่ยืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานตัวใหญ่ สลับกับก้มมองโทรศัพท์ที่ยังอยู่ในมือ ทำแบบนี้อยู่สี่ห้าครั้ง คนถูกมองหน้าก็เริ่มหวั่นใจกลัว เกรงว่าจะทำงานไม่ถูกใจเจ้านาย เมื่อทนไม่ไหวผู้ช่วยจึงเป็นฝ่ายตัดสินใจเอ่ยถามออกไปด้วยความเป็นห่วง เกรงว่าหากสิ่งนี้ทำให้หงุดหงิด งานพวกเขาคาดว่าน่าจะไม่เดิน
“เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าครับเจ้านาย” นิรัณทำใจดีสู้เสือเอ่ยถามอย่างใคร่รู้ แต่ภายในใจเขากำลังกู่ก้องร้องเรียกนายหญิงอย่างอรนลิน โล่ป้องกันเดียวของพวกเขา ให้รีบกลับมา ติดอยู่เพียงแค่หนึ่งอย่าง นั่นก็คือคุณอรนลินไปต่างจังหวัด และไปยังไม่ถึงครึ่งวันเลยด้วยซ้ำ
“เขาไม่ตอบ...”
“เขา?” นิรัณทวนถามเมื่อได้ยินประโยคที่ไม่ค่อยสมบูรณ์ของเจ้านาย
“นลิน”
“อ๋อ คุณนลินไม่ตอบใช่ไหมครับ? คุณเขาคงจะหลับอยู่ก็ได้นะครับ นั่งรถนาน เดินทางไกล ผมเชื่อว่าเย็นนี้หากถึงที่หมายคุณอรนลินจะต้องติดต่อกลับมาแน่นอนครับ” พูดไปก็ปาดเหงื่อไป เมื่อตอนนี้ผู้ช่วยอย่างเขา ต้องพบเจอเจ้านายหนุ่มที่รับมือยากเสียยิ่งกว่าเมื่อก่อน
“อือ กำชับทีปกรให้ดูแลนลินอย่างดี”
“รับทราบครับเจ้านาย ส่วนนี่คือเอกสารที่เจ้านายจะเซ็นก่อนไปพักที่นั่นนะครับ” พวกเขาชาวพนักงานจะทำอย่างไรได้เมื่อเจ้านายหนุ่มจะตามไปเฝ้าหญิงสาวที่ต่างจังหวัดโดยไม่มีกำหนดกลับ งานเอกสารสำคัญจึงถูกยกขึ้นมาจัดการให้แล้วเสร็จภายในไม่กี่วัน ตอนนี้เลขาหน้าห้องผมฟูตาคล้ำไปหมดแล้ว ส่วนผู้ช่วยอย่างเขาเดินขาขวิดเคลียร์งาน แจ้งประชุมกันไม่ได้พักผ่อน
อยู่เป็นโสดไม่พอ งานยังหนักจนไม่ได้เที่ยวอีก
“นายจะแต่งงานตอนไหนนิรัณ” จู่ ๆ คนที่ก้มหน้าก้มตาเซ็นเอกสาร ได้เอ่ยถามผู้ช่วยคนสนิทในเรื่องที่ไม่เคยถามมาก่อน
“อ่า ยังไม่มีคนรักเลยครับเจ้านาย ผมจะเอาใครมาแต่งด้วยเล่า” ผู้ช่วยหนุ่มแอบเศร้าไม่น้อยเพราะตั้งแต่เรียนจบจนถึงตอนนี้อายุก็ปาไปสามสิบห้าปี แต่ยังไร้เงาสาวข้างกาย ทำงานหนักแลกเงินเดือนมหาศาลจากเจ้านาย แต่กลับไม่มีใครช่วยใช้ เขานี่มันน่าเห็นใจซะจริง
“เดี๋ยวก็มา”
“ครับ?”
“หึ ออกไปเถอะ” นาคินไม่ยอมอธิบายเพิ่มทั้งยังไล่ผู้ช่วยให้ออกจากห้อง
ตระกูลนี้ทั้งสี่รุ่นเหมือนกันราวกับแกะ และภรรยาเคียงคู่ก็คงไม่พ้นแบบเดิม คงจะไม่นานที่ผู้ช่วยของเขาจะเป็นฝั่งเป็นฝา ผู้ชายตระกูลนี้จะได้แต่งงานตอนอายุสามสิบห้าปี และแต่งครั้งเดียวกับคู่แท้
“กูจะให้มึงทุกอย่างนิรัณ ตระกูลมึงภักดีกับกูไม่คลาย แก้วแหวนเงินทอง อำนาจหรือบารมีกูจะมอบให้พวกมึงเมื่อถึงเวลา...” เสียงเข้มเอ่ยลอยตามลม วาจาศักดิ์สิทธิ์นั่นทำเอาผู้ที่ถูกเอ่ยถึงขนลุกซู่อย่างไม่ทราบสาเหตุ
นิรัณยกมือลูบแขนพร้อมมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง เขาอยู่เคียงข้างเจ้านายมาหลายสิบปี คำสอนถูกส่งต่อรุ่นต่อรุ่น ซึ่งมาจากต้นตระกูลที่เป็นรุ่นทวด ทำให้พวกเขาค่อนข้างเชื่อเรื่องสิ่งลี้ลับ การที่เขาจะขนลุกได้อย่างนี้ ต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน และท่าทางแปลก ๆ ของนิรัณเรียกความสนใจจากคุณเลขาสาวที่เงยหน้าขึ้นมาเจอได้อย่างดี เลขาคนสวยเหมือนจะชิน แต่ก็ไม่ชินเมื่อเห็นผู้ช่วยคนสนิทเจ้านายทำท่าทางแบบนั้น
“เป็นอะไรคะคุณนิรัณ?”
“อ้อ ไม่เป็นไรครับ แอร์อาจจะเย็นเกินไป”
“อ๋อ ปรับได้นะคะ”
“ขอบคุณครับคุณประจิต”
