บทที่ 21 นคราชรอรัก 21
นคราชรอรัก 21
ทีมสำรวจโลเคชันถ่ายงานมาถึงที่พักในช่วงเวลาโพล้เพล้ บ้านพักหลายหลังตั้งอยู่บนพื้นที่ส่วนตัว ล้อมรอบด้วยป่าไม้สูงสีเขียว ที่บัดนี้ขยับเสียดสีจนเกิดเสียงเอี๊ยดอ๊าด หมู่นกกาบินกลับรังพร้อมร้องเสียงเจี๊ยวจ๊าว ทีมงานทั้งหกคนยืนอยู่ข้างรถบิดตัวไล่ความขบเมื่อย เสียงครืดคราดดังจากภายในป่าสร้างความตกใจให้กับคนขวัญอ่อนอย่างอรนลินไม่น้อย หญิงสาวกระโดดกอดแขนเพื่อนสนิทไว้แน่น พลางมองรอบข้างเพื่อระวังตัว
“อ่า เจ้าของที่พักเขาจะมาตอนไหนนะ...” เจริญเห็นท่าทางไม่ค่อยดีของเพื่อนสนิท จึงเอ่ยถามรุ่นน้องในบริษัทอย่างนวลนางที่รับหน้าที่ติดต่อเจ้าของที่พักแห่งนี้
“ใกล้ถึงแล้วค่ะพี่ แต่พี่ว่ามันแปลก ๆ ไหม?” เด็กรุ่นใหม่เมื่อสงสัยก็กระซิบถามทันที ธงที่อยู่ใกล้รีบยกมือปิดปากรุ่นน้องไว้ทันควัน เป็นปฏิกิริยาอัตโนมัติที่เกิดขึ้นเอง
“ชู่ เงียบก่อน” ธงยกนิ้วชี้ชิดริมฝีปากเตือนรุ่นน้อง แล้วขยับออกห่างเมื่อนวลนางพยักหน้าหงึกหงักเข้าใจ ระหว่างที่ยืนอยู่ข้างรถธงจึงยกกล้องขึ้นมาถ่ายเบื้องหลังไว้เพื่อนำไปทำเป็นคลิปโพรโมตละคร แต่ความวังเวงนี้ อย่าว่าแต่คนดูกลัวเลย พวกเขาที่ยืนอยู่กันหลายคนก็เริ่มหลอนไปแล้วเช่นเดียวกัน
อรนลินแหงนหน้ามองท้องฟ้าที่ทอสีส้มทอง แต่เพียงไม่นานแสงสว่างนั้นคล้ายกับจะจางหายไปเพียงเพราะเธอกะพริบตา
“เสียงรถ” นวลนางชี้นิ้วไปยังถนนที่พวกเขาเพิ่งจะขับรถผ่านเข้ามา เมื่อมีแสงไฟของรถคันหนึ่งขับเข้ามาใกล้จุดที่พวกเขายืนอยู่ด้วยลักษณะรีบร้อน
“ขอโทษนะครับ พอดีต้องไปธนาคารด่วนน่ะครับ” ชายตัวสูงก้าวลงจากรถได้ก็รีบขอโทษขอโพยกลุ่มลูกค้าพิเศษที่มาเช่าบ้านพักของตัวเอง แต่มันยิ่งพิเศษเข้าไปอีกเมื่อเพื่อนหน้านิ่งของเขากำชับมาให้ช่วยดูแลใครบางคนอย่างดี เขาจะทำอะไรได้นอกจากทำตามคำขอร้องนั้นน่ะ
“ไม่เป็นไรค่ะ”
“ครับ เดี๋ยวพาเข้าไปส่งในบ้านนะครับ” คนมาใหม่ไถ่โทษด้วยการยกข้าวของบนรถไปเก็บในบ้านหลังใหญ่ช่วยคนละไม้ละมือ ภายในรั้วบ้านมีโรงจอดรถที่สามารถจอดรถได้มากถึงสามคัน แต่พวกเขาดันเอารถมาแค่คันเดียวจึงทำให้มีพื้นที่ว่างอีกเยอะในบริเวณนี้
“ผมอยู่บ้านหลังแรกเลยนะครับ มีอะไรเรียกได้ ส่วนหลังข้าง ๆ ทางบริษัทพวกคุณจองไว้เหมือนกับหลังนี้ แต่เห็นบอกว่าจะมาอีกทีตอนเริ่มถ่าย”
“ใช่ค่ะ เจ้านายให้จองไว้ค่ะ”
“ครับ วันนี้ถือเป็นการไถ่โทษที่มาต้อนรับช้า เดี๋ยวผมสั่งอาหารมาให้นะครับ”
“ไม่รบกวนหรอกค่ะ...”
เสียงพูดคุยของเจ้าของบ้านพักและทีมงานดังอยู่เรื่อย ๆ แต่นลินไม่ได้สนใจมากนัก เมื่อตอนนี้เธอกำลังเดินดูรอบบ้านสำรวจพื้นที่ เมื่อเปิดผ้าม่านด้านหลังส่องดูสนามหญ้าด้านนอก ก็พบว่าเป็นหญ้าที่ถูกตัดแต่อยู่เสมอ ไหนจะมุมต้นไม้ดอกไม้นั่นอีก ดูดี ๆ ก็เหมือนบ้านปกตินี่แหละ
“เลือกห้องกันเลยนะ เดี๋ยวเย็นนี้คุณทีปกร จะสั่งอาหารมาให้นะคะทุกคน” ชิดตะวันแจ้งทีมงานคนที่เหลือ คนเพลียจากการเดินทางขานรับจบ จากนั้นก็เดินไปยกกระเป๋าตัวเองขึ้นไปบนชั้นสองเพื่อเลือกห้องพัก บ้านหลังใหญ่นี้ทุกคนสามารถพักคนละห้องได้เลย เพราะแบบนั้นจึงทำให้ทุกคนแยกย้ายกันไปเก็บของ แต่ไม่รู้ว่าโชคดีหรือบังเอิญเมื่อห้องที่ อรนลินได้มานั้น เป็นห้องพักที่มีขนาดใหญ่ที่สุด รวมถึงสะดวกสบายที่สุดเพราะมีห้องน้ำส่วนตัวในห้อง ต่างจากห้องอื่น ๆ ที่ต้องใช้ห้องน้ำรวม
“เอ่อ มีใครอยากเปลี่ยน้องไหมคะ” อรนลินเปิดประตูห้องนอนค้างไว้แล้วชะโงกหน้าออกไปเอ่ยถามเพื่อนร่วมทีม
“ไม่จ้า พี่ขอห้องเล็กแล้วกัน” ชิดตะวันเอ่ยบอกคนแรก
“แต่แกพักห้องนั้นนั่นแหละกว้าง ๆ จะได้มีมุมนั่งเขียนบทให้เสร็จ” น้ำค้างเอ่ยเสริมและสนับสนุนให้เพื่อนได้พักห้องที่สะดวกสบายที่สุด พอไม่มีคนแย้งหญิงสาวจำต้องพักห้องใหญ่ของบ้านหลังนี้ ขณะที่หยิบข้าวของออกมาจัดวางบางส่วน โทรศัพท์มือถือที่วางอยู่บนเตียงก็ส่งเสียงเรียกเข้ามาอย่างรู้จังหวะ
“จ้าพี่” เป็นพี่ชายของเธอติดต่อเข้ามาในช่วงเวลานี้
(บ้านพักโอเคไหม?)
“โอเคค่ะ บ้านหลังใหญ่มาก มีห้องเยอะมากเลยค่ะ หนูอยู่ห้องใหญ่สุดอะ เกรงใจมาก”
(อื้อ มันก็ตั้งใจให้อยู่นั่นแหละ พระที่พี่เอาให้ อย่าลืมวางไว้หัวเตียงนะ) คนห่วงน้องสาวเอ่ยย้ำ นลินยกยิ้มขบขันพลางตอบกลับอย่างน่ารัก แอบซึ้งใจไม่น้อยที่คนงานยุ่งรีบขับรถเอาพระที่สวมติดตัวตลอดเวลามาให้เธอได้พกระหว่างที่มาทำงาน
“โอเคค่า พี่กินข้าวหรือยัง พักบ้างนะรู้ไหม”
(ได้ เคลียร์งานทางนี้เสร็จจะไปช่วย...//คุณองคะ มีนายทุนต้องการนัดทานข้าวค่ะ// นลินเดี๋ยวพี่ต้องไปทำงานต่อ ยังไงก็ส่งข้อความมาหาพี่บ่อย ๆ นะ ไปละ)
“จ้าพี่” หญิงสาวได้แต่เอ่ยลาสั้น ๆ เมื่อพี่ชายต้องออกไปทำงานเสียแล้ว อรนลินปลดพระที่พี่ชายมอบให้เพื่อนำไปวางไว้บนหัวเตียง ก่อนจะเดินไปเก็บของ โดยสิ่งที่นำออกมาวางกลางเตียงนอนคือแล็บท็อปคู่ใจ
“ขยันโทร.กันมาก” ริมฝีปากเล็กขยับแซวคนที่ติดต่อเธอเข้ามาอีกครั้ง หลังจากที่เพิ่งคุยกับพี่ชายเสร็จ ตอนนี้ก็มีชายหนุ่มหน้าตาดีกำลังโทรวิดีโอคอลหาเธออีกแล้ว คนแรกเป็นพี่ชายเธอเข้าใจว่าเขาเป็นห่วง แต่กับคนนี้เนี่ย อะไรที่ทำให้เขาขยันโทร.หาขนาดนี้กันนะ
“จ้า” คนน่ารักรับสายพร้อมกับส่งเสียงทักทายชายหนุ่มปลายสายด้วยความสดใส
(ถึงนานหรือยัง?) คนปลายสายที่นั่งอยู่บนโซฟาบนห้องพักส่วนตัวเอ่ยถามคนอยู่ไกล สายตาคมเข้มจ้องมองใบหน้าหวานอย่างคะนึงหา เพิ่งห่างกันเพียงครึ่งวัน ชายหนุ่มเริ่มมีอาการหงุดหงิด แต่เมื่อได้จ้องมองหญิงสาวผ่านหน้าจอ ทุกอย่างก็ค่อย ๆ ดีขึ้น
“สักพักเองค่ะ กำลังเก็บของ พี่เจ้าของที่พักจะสั่งอาหารมาให้ด้วยนะคะ”
(อื้อ มันบอกอยู่ เดี๋ยวให้มันเอารถไว้ให้ใช้สักคัน จะได้เดินทางสะดวก) นาคินบอกอย่างไม่คิดอะไร แต่คนขี้ลืมเห็นจะเป็นอรนลินที่ขมวดคิ้วจ้องมองคนปลายสายเงียบ ๆ พลางใช้ความคิดวิเคราะห์ประโยคนั้นของเขา นาคินเห็นใบหน้าหวานงุนงงก็พอจะเข้าใจ จึงตัดสินใจอธิบายต่อด้วยความขบขัน
(ทีปกรเป็นเพื่อนพี่กับไอ้องนั่นแหละ มันอยู่ที่นั่น พี่เลยฝากมันดูแล มีอะไรบอกมันได้เลย ส่วนรถเดี๋ยวให้มันซื้อแล้วเอามาให้)
“เช่าก็ได้ค่ะ” หญิงสาวรีบบอกเพราะไม่อยากสิ้นเปลือง
(ซื้อนั่นแหละ เลือกแบบที่ทนหน่อยเพราะต้องขับไกล ไม่ต้องกังวลเดี๋ยวให้มันจัดการให้ มะรืนรอรับรถพอ)
“เปย์เก่งจังเลยน้า” คนน่ารักเอียงคอแซวอย่างนึกสนุก แต่กลายเป็นเธอที่ต้องเขินหน้าร้อนเสียเอง เมื่อโดนจู่โจมจากประโยคจริงจังของคนปลายสาย
(ก็ถ้าเปย์เก่งมันหมายถึงรักมาก งั้นก็จะเปย์ไปตลอดชีวิต...แก้วแหวนเงินทองที่มีอยู่เปย์ไปสิบชาติก็ไม่หมด)
แล้วใครเขาจะให้เปย์ขนาดนั้นกันเล่า!
คนเขินทำหน้างอแงจ้องมองชายหนุ่ม เมื่อตอนนี้เธอหาเสียงตัวเองไม่เจอ อีกทั้งยังรู้สึกเขินอายจนหน้าร้อนผ่าว นาคิน ไม่เต๊าะ ไม่จีบ ไม่ทำอะไรหวาน ๆ แต่เมื่อไหร่ที่พูดสิ่งที่สื่อถึงความจริงจัง เขามักจะทำให้เธอเขินอาย จากท่าทางจริงจังนั้นอยู่เสมอ อย่างเช่นการบอกว่าจะเปย์เธอไปตลอดชีวิต
ถ้าเพื่อนสนิทของเธอรู้ มีหวังได้แซวว่า โดนจีบไม่พัก แน่!!
