บทที่ 24 นคราชรอรัก 24
นคราชรอรัก 24
“นลิน! ตื่นหรือยัง?” เสียงเคาะประตูห้องพักดังขึ้นพร้อมกับเสียงเรียกจากเพื่อนสนิทอย่างน้ำค้าง
“เพิ่งตื่น ขออาบน้ำแป๊บ เดี๋ยวลงไปนะ” หญิงสาวที่เพิ่งตื่นร้องตอบเพื่อนสาวที่ขึ้นมาเรียกทันที แม้จะมีอาการหอบเหนื่อยอยู่ก็ตาม
“ได้จ้า” แม้จะมีเรื่องมากมายชวนสงสัย แต่อรนลินกลับทิ้งทุกอย่างไว้ วิ่งลงจากเตียงนอนเข้าห้องน้ำเพื่ออาบน้ำเปลี่ยนชุด ใช้เวลาไม่นานเธอก็อยู่ในชุดทะมัดทะแมง พร้อมเดินทาง โดยมีกระเป๋าเป้สะพายหลังคู่ใจเก็บกล้องถ่ายรูปและแท็บเล็ตในการบันทึกงาน โน้ตงานต่าง ๆ
“พร้อมจ้า ขอโทษทุกคนนะคะที่ให้รอ” อรนลินวิ่งลงบันไดร้องบอกเพื่อนร่วมทีม แต่ใครจะไปคิดว่าจังหวะที่วิ่งลงมาจนถึงบันไดขึ้นสุดท้าย เธอจะลื่นจนก้นกระแทกพื้น ท่ามกลางสีหน้าตกใจของทีมทำงาน
“ว้าย!!”
“โอ๊ย!”
“ไอ้ลิน!” หลายเสียงดังขึ้นพร้อมกัน ทุกคนล้วนแต่ตกใจและห่วงใยคนที่ลื่นล้มก้นกระแทก ใครจะไปคิดว่าน้องสาวของเจ้านายพวกเขาจะเจ็บตัวบ่อยขนาดนี้ เห็นบ่อยแต่ไม่มีใครชิน
“เจ็บก้น” คนลื่นล้มบ่นเสียงแผ่ว พยายามประคองตัวเองให้ลุกขึ้นยืน โดยมีเจริญและน้ำค้างช่วยประคองอีกแรง อรนลินค่อย ๆ เดินกะเผลกไปจนถึงโซฟา พลางส่งยิ้มแหย ๆ ส่งให้ทีมงานคนอื่น
“เดินระวังหน่อย” เจริญเตือนเพื่อนคนสวยที่เหมือนช่วงนี้จะห่างหายการเจ็บตัว แต่ไม่รู้ทำไมจู่ ๆ ถึงได้ล้มก้นกระแทกแบบนี้อีกก็ไม่รู้
“อุบัติเหตุน่า เราไม่ระวังเองแหละ” อรนลินแก้ตัวก่อนจะเปลี่ยนเรื่อง เพื่อชวนทุกคนไปทำงาน
“เราไปกันเลยไหม โลเคชันนี้ค่อนข้างอยู่ห่างนะ”
“ก็พอสมควรนะ ติดอีกจังหวัดเลย”
“ไปกันเถอะ ตอนนี้อากาศกำลังดีไม่ร้อนเกินไป” เมื่อตกลงกันได้ทุกคนถึงได้ออกเดินทางไปยังจุดหมายแรกของการมาดูโลเคชัน ซึ่งแน่นอนว่าพลขับคือเจริญ ส่วนธงนั่งที่เบาะด้านหลังเพื่อถ่ายคลิปสั้น ๆ ไว้อัปเดตและโปรโมตงาน ส่วนคนอื่น ๆ นั่งตามบนเบาะรถ และครั้งนี้อรนลินนั่งที่เบาะด้านหน้าข้างคนขับ เพื่อดูทางและเผื่อเปลี่ยนมือขับกับเพื่อน
“ไอ้ลิน มันต้องแต่งหน้าด้วยเหรอ?” เจริญเห็นเพื่อนสาวแต่งหน้าอยู่ด้านหน้าก็อดใจไม่ไหวแซวหญิงสาวไปทันที
“แต่งสิ อยากสวยบ้าง”
“เอาเถอะ แต่แวะปั๊มน้ำมันแล้วเปลี่ยนขับหน่อยนะ ขอเวลาตอบงานแป๊บ” เจริญขอความช่วยเหลือ ซึ่งอรนลินเต็มใจที่จะขับรถเป็นอย่างมาก
“ได้จ้า เดี๋ยวขับให้” หญิงสาวตอบรับอย่างง่ายดาย
สถานที่แรกที่ทุกคนจะไปดู เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์บางอย่างที่อยู่เขตรอยต่อระหว่างจังหวัด เนื่องจากเนื้อเรื่องเกี่ยวข้องกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ที่มีผู้คนเคารพนับถือมากมาย พวกเขาจึงต้องหาโลเคชันที่คล้ายคลึงและชูวัฒนธรรมท้องถิ่น ซึ่งเป็นจุดเด่นของเนื้อเรื่องนี้ ดึงทุกส่วนออกมาให้น่าดึงดูด ซึ่งสถานที่ถ่ายทำก็นับว่าเป็นจุดที่ควรจะนำมาชูให้เด่น
อรนลินขับรถด้วยความตั้งใจ ระหว่างนี้โทรศัพท์เครื่องสวยของเธอก็มีสายเรียกเข้ามาพอดี โทรศัพท์ที่วางอยู่บนแท่นติดโทรศัพท์บริเวณหน้าแผงควบคุมรถ ถูกรับสายเรียกเข้านั้น พร้อมกับหูฟังบลูทูธที่เชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์
“ค่ะ” คนที่กำลังขับรถขานรับเสียงหวาน พลางเหลือบสายตามองหน้าจอเล็กน้อย ก่อนจะละสายตามองท้องถนนเส้นนี้ต่อไป
(กำลังจะไปไหน?) ชายหนุ่มเอ่ยถามหญิงสาวด้วยน้ำเสียงเป็นปกติ เมื่อเห็นว่ารอบข้างของเธอดูเหมือนอยู่ในรถมากกว่าห้องพัก
“ไปแถว ๆ แก่งกระเบาค่ะ หนูขับรถอยู่” เนื่องจากกลัวชายหนุ่มจะเข้าใจผิดคิดว่าเธอไม่สนใจเลยต้องรีบแจ้งออกไปก่อน แต่เมื่อเอ่ยจบเธอก็ไม่เข้าใจตัวเองว่าทำไมต้องรีบอธิบายไปแบบนั้น ทั้งที่ไม่มีความจำเป็นที่จะต้องรายงานตารางชีวิตตัวเองให้ใครรู้สักหน่อย
(กินข้าวหรือยัง?)
“ยังเลยค่ะ เดี๋ยวจะแวะหาร้านแถว ๆ นี้กินกัน”
(อืม เย็นนี้ทีปกร จะเอารถเข้าไปให้นะ)
“เร็วจัง ไหนพี่บอกพรุ่งนี้คะ?”
“ร้านนั้น ๆ แวะเลยหิวมาก” เจริญชี้นิ้วบอกเพื่อนสาวที่ช่วยขับรถแทนตัวเอง อรนลินเปิดไฟเลี้ยวจากนั้นก็ค่อย ๆ เบี่ยงรถไปยังเลนส์นอกสุด ชะลอรถให้รถช้าลงจนสามารถหยุดจอดใกล้ ๆ ร้านอาหารริมทางนี้ได้พอดิบพอดี
“กินข้าวกันเถอะ” น้ำค้างชวนทุกคน ระหว่างที่เพื่อนร่วมทีมลงจากรถอรนลินจึงถือโอกาสจ้องคนปลายสายที่กำลังมองเธออยู่ด้วยความสนใจ
“พี่ว่าอะไรนะคะ”
(หึ เย็นนี้ทีปกร จะเอารถไปไว้ให้ใช้) มุมปากหยักยกขึ้นคล้ายกับพึงพอใจท่าทีของหญิงสาว เมื่อเธอนั้นแสดงท่าทีสนใจเขาอย่างชัดเจน ทั้งที่สามารถปล่อยผ่านประโยคของเขาไปได้ แต่เธอกลับไม่ทำ
“ขอบคุณนะคะ อ้อ หนูมีเรื่องจะเมาธ์ให้ฟังด้วยนะ แต่ยังไม่สะดวกอะ” คนที่นึกถึงความฝันแปลกประหลาดอยากจะเล่าให้ใครสักคนฟัง เดิมทีอยากจะเล่าให้เพื่อนทั้งสองคนได้ฟังและขอคำแนะนำ แต่ตอนนี้พวกเธอกำลังเดินทางไปทำงาน เลยไม่กล้าเล่า แต่เมื่อชายหนุ่มติดต่อเข้ามา คนที่อึดอัดใจอยากจะเล่าเสียเต็มประดา ได้แต่มองอ้อนวอนคนตัวโตที่อยู่ปลายสาย
(อยากเล่าขนาดนั้นเชียว?) นาคินแกล้งหยอกเย้าคนปลายสาย ใบหน้าหวานนั้นง้ำงอไม่น้อย เมื่อตอนนี้เธอไม่สามารถเล่าอะไรให้ใครฟังได้
“อยากเล่ามากค่ะ”
(งั้นยังไม่อยากฟังครับ ค่อยเล่าตอนเย็น ไปกินข้าวได้แล้วเดี๋ยวโอนเงินให้ เอาไว้เลี้ยงข้าวทุกคนแล้วก็ซื้อขนมนะ) ชายหนุ่มหัวเราะชอบใจเมื่อเห็นใบหน้าหวานนั้นขัดใจเสียไม่น้อย ยามถูกปฏิเสธคำร้องขอ
