บทที่ 25 นคราชรอรัก 25
นคราชรอรัก 25
“พี่คิน หนูอยากเล่า” มิหนำซ้ำยังไม่ยอมวางสายไปทานข้าว แก้มเล็ก ๆ นั่นอมลมเข้าปากจนแก้มป่องน่าบีบ คนได้แกล้ง ยกยิ้มเท้าคางจ้องคนปลายสายอย่างตั้งใจกวน ยิ่งเธองอแงเขายิ่งชอบใจ
(รอเล่าตอนเย็น) คนมีแผนยังไม่ยอมฟัง อย่างน้อยในตอนเย็นอรนลินจะได้ติดต่อหาเขา เพราะอยากเล่นความฝัน หากเล่าตอนนี้แล้วเย็นนี้จะมีเหตุผลไหนที่เธอจะติดต่อเขาไปล่ะจริงไหม?
“ตอนเย็นไม่เล่าแล้ว หนูโกรธมาก” อรนลินเมินหน้ามองไปทางอื่นก่อนจะยื่นมือไปหยิบกระเป๋าตัวเองมาถือไว้เตรียมลงจากรถไปทานข้าว
(ไม่เชื่อหรอก เด็กช่างเมาธ์ยังไงก็ต้องเล่าให้พี่ฟังอยู่ดี) นาคินแซวอย่างรู้ทัน
“ชิ ถ้าพี่องว่างมาฟัง หนูก็ไม่เล่าให้พี่ฟังหรอก” คนแง่งอนยังตัดพ้อ แต่ลึกๆ เธอไม่ได้โกรธเคืองอะไรทั้งนั้น เธอแค่หาเรื่องคุยเล่นกับคนปลายสายเท่านั้นเอง
“หนูจะไปทานข้าวแล้วนะคะ”
(ได้ อ้อ ถ้าผ่านไปทางนั้นแล้วเจอ ฝากทักทายหน่อยนะ) ประโยคนั้นของนาคินสร้างความงุนงงให้แก่เธออยู่มาก แต่ยังไม่ทันจะได้ขอคำอธิบาย ชายหนุ่มก็ชิงวางสายไปก่อนเสียแล้ว ปล่อยให้เธอนั่งเคว้งสับสนกับคำฝากฝังนั้นอย่างไม่เข้าใจ
“งงชะมัด แก่แล้วพี่เลอะเลือนเหรอพี่คิน โอ๊ะ? คิกคิก ดีแฮะมีคนเลี้ยงข้างตั้งหลายมื้อ” บนหน้าจอโทรศัพท์เครื่องหรูปรากฏข้อความแจ้งเตือนเงินเข้ามากถึงหกหลัก สักพักก็มีสลิปการโอนเงินส่งมาจากชายหนุ่มสายเปย์ พร้อมกับข้อความกำชับว่าให้ซื้อข้าวและขนมทาน
“ตัวพ่อสายเปย์สุด ๆ” อรนลินแซวคนในแชตพร้อมกับหัวเราะคิกคัก หลังจากนั้นถึงได้ลงจากรถแล้วตามทุกคนเข้าไปในร้านอาหารทั่วไปที่มีอาหารอีสาน อาหารตามสั่งและก๋วยเตี๋ยว
“ช้ามาก คุยกับแฟนหรือไงยะ?” น้ำค้างเห็นใบหน้าสดใสของเพื่อนสนิท มีหรือที่เธอจะไม่เอ่ยแซว เจริญที่นั่งอยู่ใกล้หรี่ตามองเพื่อนสาวอย่างจับผิดเช่นเดียวกัน ตั้งแต่เมื่อวานแล้ว พวกเขาได้กลิ่นบางอย่างจากเพื่อนรักและคุณนายทุนกระเป๋าหนัก เชื่อว่าต้องมีอะไรบางอย่างแน่นอน
“สารภาพมาซะ ถ้ายอมรับจะลดโทษให้ครึ่งหนึ่ง”
“บ้าสิ สารภาพอะไรไม่มี”
“ไม่เชื่อ ๆ ไม่เชื่อหรอกนะยัยคุณนักเขียน” น้ำค้างกอดอกส่ายหน้ายืนยันว่าเธอนั้นไม่เชื่อเลยสักนิด กับสิ่งที่เพื่อนตอบกลับมา
“เอาจริงพี่ก็สงสัยนะ คุณนายทุนเขาดูไม่เหมือนเวลาอยู่กับคนอื่นอะ” ชิดตะวันกระซิบเมาธ์เสียงเบา เรียกความสนใจจากผู้ร่วมโต๊ะที่เหลือได้อย่างดี
“ยังไงคะพี่ เล่าเลย ๆ” น้ำค้างสายเมาธ์ตื่นเต้นมองรุ่นพี่ตาโต ยามจะได้รู้เรื่องราวของนายทุนกระเป๋าหนัก ที่แทบจะไม่มีข่าวอะไรเลย ไม่มีข่าวควงนางแบบ ดารา ทั้งที่ความรวยติดอันดับต้น ๆ ของประเทศ
“ก็ก่อนหน้านี้เวลาคุยงาน คุณเขาจะนิ่งเหมือนหุ่นเลย แววตานี่แบบ น่ากลัวมาก ทุกอย่างจะให้ผู้ช่วยจัดการหมด แต่พอเป็นเรื่องบทที่น้องนลินเขียน คุณเขาทำทุกอย่างตรงข้ามกับสิ่งที่เคยเป็นมาหมดเลย”
“อ่า อย่างเช่นมาส่งคุณนักเขียนของเราใช่ไหมครับพี่” เจริญเจอช่องว่าง ไม่รอช้า รีบเอ่ยแซวเพื่อนสาวทันที คนโดนแซวได้แต่มองคนนั้นที คนนี้ที พลางโบกไม้โบกมือปฏิเสธ แต่เหมือนเพื่อนร่วมทีมของเธอจะไม่ฟังกันเลยเสียนี่
“ใช่สิคะ โทร. ตาม โทร. เฝ้าขนาดนี้ คนโสดแบบพวกเราจะทำยังไงกันล่ะเนี่ย”
“แย่เลยเรา โสดก็โสด เพื่อนดันมาหวานกับผู้ชายแบบนี้ เราจะอยู่ยังไงกันคะ โอ๊ย! แกทำร้ายร่างกายฉันเหรอยัยนลิน” น้ำค้างร้องเจ็บเมื่อโดนเพื่อนตีที่ต้นแขนเบา ๆ แน่นอนว่าคนโดนแซวเขินจนหน้าร้อนแทบไหม้ แต่กลับไม่สามารถหยุดทุกคนได้เลย ราวกับว่าพวกเขาทั้งห้าคนอยากจะแซวกันตั้งแต่เมื่อวานแต่ไม่มีโอกาส วันนี้เลยเริ่มต้นแซวไม่พักตั้งแต่หัววัน
“พอเลยค่ะ ทุกคนอะ ไม่แซว ไม่อะไรทั้งนั้น ถ้าแซวกันนะ มื้อนี้ไม่มีคนเลี้ยงข้าวนะคะ”
“หือ? ใครเลี้ยง?” ธงทวนถามอย่างสงสัย
“ก็ ก็คุณนายทุนนั่นแหละค่ะเลี้ยง ให้เงินมาแล้วด้วย”
“เออว่ะ ดี ๆ มีเพื่อนเป็นแฟนคุณนายทุน เราได้กินอิ่มทั้งทีมแน่” เจริญหัวเราะขบขันก่อนจะโดนฝ่ามือเล็กของเพื่อนสาวฟาดลงบนต้นขาตามแรงเขินอาย
“หยุดพูดเลย ถ้าพูดเราไม่เลี้ยงแล้ว” และคำขู่แสนน่ารักนั่นทำให้ทุกคนหยุดเอ่ยแซวเธอ แต่ยังมีมองพร้อมกับรอยยิ้มกรุ้มกริ่มอยู่เรื่อย ๆ
คนเขินอายอย่างอรนลินจึงพอมีเวลาให้พักหายใจหายคอบ้าง สักเล็กน้อยก็ยังดี เขินมากขนาดนี้เธอรู้สึกเหมือนตัวเองพูดไม่ค่อยรู้เรื่องเลยแฮะ เขินแล้วลิ้นพันกันไปหมดเลย
