บทที่ 26 นคราชรอรัก 26

นคราชรอรัก 26

“คือ แกว่าพวกเราขับวนอยู่ที่เดิมไหมอะ” ชิดตะวันคือคนแรกที่เอ่ยออกมา หลังจากเจริญขับรถวนไปมา ถึงแม้จะขับตามระบบนำทาง สุดท้ายแล้วพวกเขากลับวนกลับมาที่เดิมตรงจุดที่เป็นถนนเปลี่ยว รอบข้างเป็นป่าไม้สูงใหญ่ รถสักคันที่ขับสวนทางมาก็ไม่มี

“ผมก็เลี้ยวตามจีพีเอสบอกนะพี่” เจริญยืนยัน และทุกคนก็ได้ยินเสียงระบบนำทางด้วยกันทั้งหมด แต่ขับไปมายังไงก็วนกลับมายังป่านี้เหมือนเดิม อีกทั้งท้องฟ้ายังมืดครึ้มอย่างบอกไม่ถูก อรนลินที่นั่งอยู่เบาะด้านหน้ามองรอบข้างอย่างใช้ความคิด คิ้วเรียวสวยขมวดติดกันแทบเป็นปม

“หนูมองข้างทางก็ไม่มีป้ายอะ” อรนลินบอกเหล่ารุ่นพี่ที่เริ่มมองซ้ายขวายามรับรู้ถึงความผิดปกตินี้

“อินเทอร์เน็ตก็ใช้ไม่ได้ ส่งอะไรไม่ได้เลย แต่มีไอคอนเน็ตนะ งงว่ะ นี่เราอยู่ส่วนไหนของประเทศเนี่ย ทำไมไม่มีอินเทอร์เน็ต” เสียงบ่นดังจากเบาะด้านหลัง แต่แล้วความเงียบก็เข้าครอบคลุมภายในรถตู้คันหรูเมื่อระบบนำทางส่งเสียงแจ้งเตือนขึ้นมา ทั้งที่ตอนนี้อินเทอร์เน็ตใช้งานไม่ได้สักคน

แตะเพื่อเลือกเส้นทางใหม่

“...” อรนลินหันขวับไปสบตากับเพื่อนสนิทอย่างเจริญที่บังคับพวงมาลัยรถไปตามเส้นทางเปลี่ยวนี้ ตอนนี้เป็นช่วงเวลาสิบโมงเช้าก็จริง แต่รอบ้างกลับมืดครึ้ม ไร้แสงแดด ไม่มีลมเลยสักนิด บรรยากาศภายนอกนั้นนิ่งสงบคล้ายกับพายุฝนลูกใหญ่จะก่อตัว ต่างกันก็เพียง หากฝนจะตกอย่างน้อยต้องมีลมพัดกระโชก แต่นี่...ใบไม้สักใบยังไม่กระดิก

“เอายังไง แปลก ๆ จริงว่ะ” เจริญถามเพื่อนที่ทำหน้ากังวล

“ลองปิดเน็ตแล้วเปิดใหม่กัน เผื่อจับสัญญาณได้” น้ำค้างเตือนทุกคน ระหว่างที่เกิดความวุ่นวายธงยังใช้กล้องโกโปรถ่ายเก็บบรรยากาศพิศวงนี้ไว้ โดยที่มืออีกข้างพยายามปิดอินเทอร์เน็ตแล้วเปิดใหม่ รวมถึงถ่ายหน้าจอโทรศัพท์ของทุกคนไว้เพื่อเป็นหลักฐานว่าเหตุการณ์นี้ไม่ได้เจอคนเดียว แต่เจอกันทั้งทีม!!

“มันมีไอคอนขึ้นปกตินะ แต่ใช้งานไม่ได้”

“นั่นสิ แล้วเราใช้ทุกเครือข่ายนะ มันจะล่มทุกอันเลยหรือไงกัน?”

“โทร.ออกไม่ได้ด้วยว่ะ? มันเรื่องอะไรเนี่ย”

ระหว่างที่กำลังขบคิดอะไรบางอย่างอยู่ นั้นสิ่งที่ไม่น่าเชื่อก็ได้เกิดขึ้น เมื่อโทรศัพท์มือถือของอรนลินส่งเสียงเรียกเข้ามาจากเบอร์โทร.ปกติ หูฟังไร้สายถูกเชื่อมเข้ากับโทรศัพท์ทันที

“พี่ หนูหลงทาง” คนน่ารักรีบฟ้องปลายสาย กลัวว่าสัญญาณจะหายไปจนทำอะไรไม่ได้ คนพี่ที่เธอฟ้องกำลังนั่งหน้านิ่งคิ้วขมวดอยู่บนเก้าอี้ทำงาน ปากกาในมือถูกวางลงบนโต๊ะทำงานจนเกิดเสียงดัง ก่อนที่เขาจะสูดลมหายใจเข้าลึก ๆ แล้วหลับตาลงช้า ๆ โดยที่มือข้างนั้นยังถือโทรศัพท์ค้างสายกับอรนลิน

“ย้ายไปนั่งที่เบาะคนขับ”

(คะ?)

“ย้าย” ชายหนุ่มสั่งเสียงเข้มไร้วี่แววล้อเล่น คนปลายสายหันมองหน้าเจริญแล้วเอี้ยวตัวกลับไปมองกลุ่มคนด้านหลังที่ยังตกใจกันถ้วนหน้า ยามโทรศัพท์ของเธอสามารถใช้งานได้ ทั้งที่ก่อนหน้านี้ยังใช้ไม่ได้อยู่เหมือนกัน และตอนนี้พวกเขาอีกห้าคนก็ยังไม่มีใครสามารถใช้โทรศัพท์ได้เลยสักคน

“เจริญเปลี่ยนที่นั่งกัน เราขับเอง” นลินบอกเพื่อนสนิท ที่มีท่าทีลังเล เพราะเป็นห่วงความปลอดภัยของเพื่อน อีกทั้งอรนลินยังเป็นผู้หญิง ส่วนเขาเป็นผู้ชาย หากเกิดอะไรขึ้นเขาคงจะปกป้องทุกคนในทีม

แต่สุดท้ายก็ต้องยอมพยักหน้าเข้าใจ ยอมเปลี่ยนที่นั่งกับเพื่อนสนิท อรนลินปีนข้ามเบาะรถเนื่องจากหวาดกลัวที่จะลงจากรถไป ส่วนเจริญลงจากรถได้ก็วิ่งวนกลับมาที่ประตูด้านข้างคนขับทันที ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงภายในเวลาไม่ถึงยี่สิบวินาที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป