บทที่ 27 นคราชรอรัก 27

นคราชรอรัก 27

“นั่งแล้วค่ะ”

(หลับตา)

“...” อรนลินขมวดคิ้วแน่นกับสิ่งที่ปลายสายเอ่ยบอก

(หลับตา แล้วนึกถึงพี่ นึกถึงหน้าพี่ และนึกถึงดวงตาของพี่...) คนปลายสายเอ่ยบอกขณะที่ยังหลับตาอยู่ อรนลินยอมปล่อยใจทำตามคำสั่งนั้น เมื่อตอนนี้เธอไม่มีทางเลือกมากนัก อย่างน้อยหากเขาช่วยได้ก็คงจะได้หลุดพ้นจากสถานการณ์นี้ไปได้

ริมฝีปากหนาขยับสวดบางอย่างขมุบขมิบ ส่วนอรนลินเธอหลับตานึกคิดถึงใบหน้าและแววตาของนาคินดังเช่นที่เขาได้สั่งไว้ก่อนหน้านี้ ไม่ถึงหนึ่งนาทีที่คนทั้งคู่ลืมตาขึ้นพร้อมกันด้วยแรงกระตุ้นบางอย่าง นัยน์ตาสีน้ำตาล แปรเปลี่ยนเป็นสีแดงเพลิงหนึ่งข้าง และสีเขียวหนึ่งข้าง ภาพนิมิตที่ปรากฏในสายตาของนาคิน คือภาพทุกอย่างที่อรนลินกำลังมองเห็นอยู่ในขณะนี้

“ขับไปข้างหน้า” ชายหนุ่มสั่งเสียงทุ้ม คนที่ได้ยินกลับขนลุกชูชันไปทั้งตัว น้ำเสียงเย็นยะเยือกนั้นเธอไม่เคยได้ยินมาก่อน แบบนี้หรือเปล่าที่ชิดตะวันเล่าให้ฟัง อีกหนึ่งบุคลิกที่อรนลินยังไม่เคยได้พบเจอ

“พี่คะ...” ข้างหน้าเป็นทางสามแยก อรนลินตั้งใจจะเอ่ยบอก แต่ชายหนุ่มกลับเอ่ยแทรกขึ้นมาราวกับมองเห็นภาพเดียวกับเธอ

“เลี้ยวขวา ขับตรงไปจะเจอทางแยก ให้เลี้ยวขวาอีกที” ชายหนุ่มเอ่ยจบทุกอย่างก็เงียบกริบ บรรยากาศภายในรถยังคงเงียบดังเดิม มือของธงพยายามใช้กล้องโกโปรถ่ายเก็บเหตุการณ์เหล่านี้ไว้ทุกช็อต และพวกเขาก็ไม่รู้ว่าภายในสายนั้นเป็นใครที่โทร. หานักเขียนสาวของทีม ตอนนี้เลยได้แต่ส่งกำลังใจให้ทั้งคู่ ที่กำลังหาทางพาพวกเขาออกไปจากวังวนแปลกประหลาดนี้

“สี่แยกแล้วเลี้ยวขวาอีกที” ริมฝีปากเล็กพึมพำเพื่อทบทวนสิ่งที่นาคินเอ่ยเตือน พอเลี้ยวเสร็จ รอบข้างก็ยังเป็นป่าไม้สูงใหญ่ แต่ครั้งนี้พอเลี้ยวไป กลายเป็นป่าต้นยางสูงใหญ่ทั้งสองข้างทาง แต่รอบข้างนั้นยังนิ่งสงบ ความหวังริบหรี่เริ่มสว่างมากขึ้นยามทุกคนในรถได้ยินเสียงรถยนต์ขับไปมาอยู่ไกล ๆ

(สามแยกข้างหน้าเลี้ยวขวาอีกครั้ง) อรนลินหมุนพวงมาลัยรถเลี้ยวขวาตามที่คนปลายสายบอก แล้วความรู้สึกหนักอึ้งทุกอย่างก็เหมือนถูกสลัดทิ้ง ยามเลี้ยวขึ้นมาบนถนนเส้นเดิม แต่ครั้งนี้มีรถสัญจรไปมา เสียงเครื่องยนต์ แสงแดด สายลม ทุกอย่างตรงนี้คล้ายกับมีชีวิต

ต่างกันอย่างสิ้นเชิงกับก่อนหน้านี้ ทั้งที่พวกเธอขับรถเลี้ยวตามพิกัดทุกอย่าง เลี้ยวตามเส้นทางเดิมที่นาคินแจ้งแต่กลับวนไปที่เดิม

เสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์ทุกคนในทีมดังขึ้นกันจ้าละหวั่น จนแยกไม่ออกว่า เป็นเสียงแจ้งเตือนจากโทรศัพท์เครื่องไหน อรนลินขับรถไปชะลอจอดที่ริมถนน ก่อนที่เธอจะฟุบใบหน้าลงบนพวงมาลัยรถอย่างอ่อนล้า

“พี่คะทำไม...”

(ในทีม ใครพูดอะไร ก่อนหน้านี้”

“คะ?”

(ไปคุยกันเอง ไปขอขมาซะ ถ้าไม่มีหนู พี่จะไม่ช่วยเลย) เอ่ยจบคนปลายสายก็วางสายไปทันทีด้วยน้ำเสียงกรุ่นโกรธ คนที่นั่งอยู่บนเก้าอี้ทำงานเนื้อดี เพียงแค่กะพริบตาหนึ่งครั้งนัยน์ตาสีแดงเพลิงและสีเขียวคู่นั้น ก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเช่นเดิม

“นางกลับไปกราบไหว้ ยังกล้าทำให้นางตกใจกลัว...” ริมฝีปากหนาบ่นเสียงเข้ม กรุ่นโกรธไม่น้อยกับการต้อนรับหญิงสาวกลับไปในที่คุ้นเคย แต่เพราะเป็นความเชื่อของแต่ละคนไม่เหมือนกัน ไม่แปลกที่จะยังมีคนตั้งข้อสงสัยไปจนถึงลบหลู่ อย่างที่นาคินได้เตือนอรนลิน หากไม่มีเธอ เขาไม่คิดจะช่วย...

อีกด้านของความวุ่นวาย เมื่อทุกคนกลับมาสงบสติอารมณ์ได้ ก็มีเรื่องชวนตกใจอีกครั้ง เมื่อเบื้องหน้าพวกเขาคือป้ายบอกทางที่บ่งบอกว่าพวกเขามาถึงจุดหมายปลายทางแล้วในตอนนี้

“ทั้งที่เราขับวนอยู่ตรงนี้ไปตั้งกี่รอบ ทำไมไม่เห็นที่นี่” ธงถามสมาชิกในทีม

“ป้ายติดถนนเลยด้วย”

“นั่นสิ เกิดอะไรขึ้นเนี่ย”

“เอาไว้ค่อยคุยกันดีไหม แต่ขอถามสักอย่างสิคะ มีใครพูดอะไรไหมอะ คนที่ช่วยบอกว่าให้ขอขมานะคะ”

“...” สิ้นเสียงหวานภายในรถนั้นกลับมาเงียบกริบอีกครั้ง ซึ่งแน่นอนว่าเธอไม่รู้ว่าทำไมทุกคนถึงมีท่าทีแบบนี้ แต่ตอนนี้เธอขอพาทุกคนไปยังลานจอดรถของที่แห่งนี้เสียก่อน แล้วอย่างอื่นค่อยว่ากันอีกที

บทก่อนหน้า
บทถัดไป