บทที่ 29 นคราชรอรัก 29

นคราชรอรัก 29

ระหว่างที่เดินทางกลับบ้านพักช่วงเย็น อรนลินที่หลับไปด้วยความเหนื่อย ควานมือหาโทรศัพท์มือถือตัวเองขึ้นมารับสายเมื่อมีคนติดต่อเข้ามา

“ค่า”

(นลินพี่จะไปสัปดาห์หน้าพร้อมกับทีมพร็อพ หาสถานที่ ที่จะเซตฉากบ้านตัวละครแล้วใช่ไหม) องหวดีรัวคำถามไปยังน้องสาว

“ดูไว้สามที่ พรุ่งนี้จะเข้าไปดูสถานที่จริงค่ะ” อรนลินคุยตอบโต้กับพี่ชายขณะที่ยังหลับตาอยู่ และทีมงานคนอื่น ๆ กำลังเลือกร้านอาหารที่จะแวะทานข้าวก่อนกลับเข้าบ้านพัก

(งั้นถึงบ้านแล้วโทร.มาหน่อย มีเรื่องจะปรึกษาเกี่ยวกับบทของเพื่อนนางเอก)

“ได้ค่ะ อาจจะดึกหน่อยนะ”

(ได้ ว่างค่อยโทร. มา) สองพี่น้องคุยกันเสร็จ ภายในรถก็กลับมาเงียบอีกครั้ง เมื่อถึงร้านอาหารบ้านสวนทุกคนต่างก็สั่งเมนูกับข้าวอย่างหิวโหย คืนแรกพวกเขาดื่มเบียร์กันไปหลายขวดเพื่อคลายความเหน็ดเหนื่อย และนั่นจึงมีโอกาสพูดคุยกันถึงเรื่องราวชวนตกใจเมื่อตอนกลางวัน ที่ต่างฝ่ายต่างเก็บเงียบไว้ในใจ ไม่ยกขึ้นมาพูดขณะเดินทางบนท้องถนน

“มา ใครจะสารภาพว่าลบหลู่อะไร รีบพูดมาก” ธงคือคนแรกที่เปิดประเด็นนี้ขึ้นมา อรนลินได้ยินก็พยักหน้าหงึกหงักมองเพื่อนร่วมทีม อยากรู้แทบขาดใจ ว่าใครทำอะไร ถึงได้เกิดเรื่องแบบนั้นขึ้นมา

“คือ ขอโทษค่า หนูแอบคิดในใจเองอ่า ว่ามันตลกที่พวกเราจะไปกราบไหว้อะไรแบบนั้น...” นวลนางเอ่ยสารภาพใบหน้าเสียใจ มือทั้งสองข้างพนมไหว้ขอโทษรุ่นพี่ทุกคน แต่เธอแค่คิดภายในใจไม่ได้เอ่ยออกมา และไม่คิดว่าจะเกิดเรื่องชวนพิศวงเช่นนั้น

“แต่ตอนไหว้ขอขมาอะไรแล้วใช่ไหมล่ะ?” เจริญยกแก้วเบียร์ขึ้นดื่มพลางถามรุ่นน้อง พวกเขาไม่ได้ดุด่าหรือต่อว่า ทุกคนต่างใจดีและใจเย็นแม้นี่จะเป็นความผิดพลาดที่พวกเขาไม่สามารถควบคุมได้ แต่สุดท้ายแล้ว พวกเขายังต้องทำงานร่วมกัน จึงเลี่ยงที่จะทะเลาะกัน นับว่าเป็นเรื่องดีที่สุด

“ทำแล้วค่ะ ขอโทษนะคะพี่ ๆ”

“เอาน่า คนเราผิดพลาดกันได้ แต่ต่อไปอย่าคิดอะไรแบบนี้อีกนะ คือ เอาตรง ๆ นะพี่ก็เคยไม่เชื่อ จนต้องทำงานหาโลฯ เช็กโลฯ นี่แหละ เจอมาหลายรูปแบบ ดังนั้น คำโบราณที่บอกไว้ว่า ถ้าไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ จำคำนี้ไว้ดี ๆ” พี่ใหญ่ของทีมสอนน้อง ๆ ซึ่งเป็นคำที่ทุกคนต่างเห็นพ้องต้องกันที่สุดว่าควรทำแบบนี้

“อ้อ อีกอย่างค่ะ เคารพต้องความเชื่อของกันและกันนะคะ” หญิงสาวที่พบเจอเรื่องประหลาดเอ่ยเสริมทันควัน เมื่อทุกคนได้ยินก็พยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง และเรื่องราวในวันนี้คงจะเป็นเรื่องที่พวกเขาสามารถนำมาคุยกันได้ ยามตั้งวงดื่มอย่างแน่นอน

เกือบสามทุ่ม บ้านพักหลังใหญ่ รอบบ้านนั้นถูกเปิดไฟจนสว่างไสว ทุกคนก้าวลงจากรถ เปิดประตูบ้านพักสำเร็จก็ทยอยเดินเข้าไปพร้อมกับของว่างที่ซื้อเข้ามาทานด้วยกัน มีทั้งขนมและเครื่องดื่มหลายอย่าง อรนลินหิ้วถุงชานมไข่มุกและเครปโตเกียวชิ้นใหญ่ตามทุกคนไป กลุ่มคนที่เดินล่วงหน้าเข้าบ้านชะงักเท้ากันหมด ต่างจากอรนลินที่ยังไม่รู้เรื่อง เดินโซซัดโซเซหมดแรงตามเข้ามา คนน่ารักมองหน้าเพื่อนที่ยืนนิ่งกันหมดอย่างไม่เข้าใจ

“อะไรกัน ทำไมไม่เดินเนี่ย” นลินบ่นอย่างไม่เข้าใจทั้งยังแทรกตัวผ่านเพื่อนและทีมงานไปด้วยด้านหน้า แต่เมื่อแหวกทางออกมาด้านหน้าสุด ก็พบกับสิ่งที่ทำให้เพื่อนร่วมทีมของเธอชะงักค้าง

“มาได้ไงคะ?” แม้เธอจะตกใจแต่ไม่ลืมเอ่ยถามชายหนุ่มที่นั่งอยู่บนโซฟา สายตาคมเข้มกำลังจับจ้องมาที่เธอ ใกล้ ๆ กันนั้นคือเจ้าของบ้านพักอย่าง ทีปกร นั่งมองเขาและเธอสลับไปมาอย่างขบขัน เพื่อนสุดลึกลับของเขาเดินทางมาถึงที่นี่ตอนบ่ายโมงพร้อมกับใบหน้ามืดครึ้ม ถามคำตอบคำ สุดท้ายเลยต้องพามานั่งรอเป็นหุ่นปูนปั้นที่บ้านพักของลูกค้านี่แหละ โทร.ขออนุญาตองหวดีเสร็จก็นั่งไม่ไหวติง

“...”

“เอ่อ ค่อยไปเคลียร์กันเองนะ แล้วนี่ไปไหนมาบ้าง กินข้าวมาหรือยัง?” ทีปกรรับหน้าพูดคุยเมื่อตอนนี้เพื่อนของเขายังนั่งนิ่งจ้องสาวคนสวยไม่วางตา

“ไปหลายที่เลยค่ะ พวกเราแวะกินข้าวแล้วค่ะ เลยกลับมาช้านี่แหละ คุณทีปกรทานหรือยังคะ” เมื่อสถานการณ์เริ่มคลี่คลาย ทีมงานคนอื่น ๆ ถึงได้ตอบโต้กับเจ้าของที่พัก

“ขอโทษนะครับ ที่เข้ามารอในบ้านแบบนี้” เจ้าของที่พักหนุ่มรีบยกมือไหว้ลูกค้าตรงหน้าด้วยความเสียใจ

“ไม่เป็นไรค่ะ คุณเลขาแจ้งแล้วว่าจะมีคนมารอในบ้าน” นวลนางรีบกระซิบตอบกลับไป ก่อนที่พวกเขาจะทำตัวแนบเนียน หิ้วข้าวของในมือไปเก็บในห้องครัว บางส่วนก็ทยอยไปอาบน้ำพักผ่อน สองหนุ่มอย่างเจริญและธง เลือกที่จะชวนกันไปนั่งดื่มที่ริมสระว่ายน้ำของพูลวิลล่า ส่วนอรนลินและนาคิน พวกเขาเดินขึ้นไปบนห้องพักของหญิงสาวด้วยกันโดยที่ไม่มีใครพูดสิ่งใดออกมา

“คุณ...”

“...”

“มาได้ยังไงคะ ไหนบอกว่าจะมาสิ้นเดือน” อรนลินวางข้าวของลงบนโต๊ะ ทั้งกระเป๋าและชานมไข่มุก ท่าทางเด็กน้อยหวงของกินเรียกรอยยิ้มจากชายหนุ่มได้อีกครั้ง แต่กลายเป็นว่าภายนอกของนาคินมีเพียงความนิ่งสงบเท่านั้นที่แสดงออกมา

“เป็นห่วง เลยจะมาอยู่ด้วย”

“อยู่เหรอคะ?” ดวงตากลมโตมองชายตัวสูงอย่างข้องใจ มือข้างหนึ่งยื่นไปคว้าแก้วชานมขึ้นมาดูดอึกใหญ่ พลางใช้ความคิดกับตัวเอง

“ใช่ อยู่ด้วย เหนื่อยมาทั้งวันแล้ว รีบอาบน้ำเถอะ”

“อ้อ ค่ะ แต่หนูมีคุยงานกับพี่องด้วยนะ”

“เข้าใจแล้ว ไปอาบน้ำก่อนเถอะ”

“โอเคจ้า”

มนุษย์อินโทรเวิร์ตเมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกับคนที่ไว้ใจและสนิทใจ มักจะกลายเป็นคนร่าเริงพูดเยอะ เมื่อก่อนคงไม่เชื่อ กระทั่งได้เจอกับอรนลิน...ตอนนี้นาคินเข้าใจอย่างแจ่มแจ้งแล้ว โชคดีไม่น้อยที่ได้เข้าไปอยู่ในโลกของอรนลิน

บทก่อนหน้า
บทถัดไป