บทที่ 31 นคราชรอรัก 31
นคราชรอรัก 31
“ไหน เป็นอะไร เล่าให้พี่ฟังได้ไหม” นาคินถามย้ำอีกครั้ง แม้จะไม่ได้บังคับให้ตอบในทันที แต่ยังคาดหวังจะได้ฟังเสียงหวาน ๆ เจื้อยแจ้วมากกว่านี้
“หนูจำเหตุการณ์เมื่อเช้าไม่ได้เลยค่ะ” อรนลินตอบไปตามตรง ปลายนิ้วลูบไล้ที่ท่อนแขนกำยำนั้นไปมาช้า ๆ พลางใช้ความคิดกับตัวเองอย่างหนัก เธอไม่ใช่คนขี้ลืม ยิ่งกับเรื่องที่น่าตื่นเต้น ปกติหากเป็นอะไรแบบนี้เธอมักจะจดจำได้ แต่ครั้งนี้ เธอรู้สึกเหมือนกับความจำนั้นขาดหายไปชั่วขณะหนึ่ง
“จำไม่ได้เลยเหรอ?” ชายหนุ่มที่ยังซบบนไหล่กระซิบถาม มุมปากยิ้มเอ็นดูคนงอแง ปลายนิ้วอุ่นแตะลงบนขมับบางนวดคลึงไปมาช้า
“จำไม่ได้ก็ไม่เป็นไร พักสักหน่อยไหมแล้วค่อยตื่นมาทำงาน” นาคินเสนอทางเลือกให้หญิงสาว กลิ่นอายความเครียด ความกังวลนั้นฉายชัดเสียจนชายหนุ่มรับรู้ได้
“แต่...”
“งานค่อยทำ ยังมีเวลา พักได้แล้ว” นาคินบอกอย่างเอาแต่ใจ รั้งหญิงสาวที่นั่งอยู่บนตักให้ล้มตัวนอนบนฟูกโดยที่เขายังโอบกอดเธอไว้ ใช้เวลาไม่นานคนห่วงงานก็ผล็อยหลับไปจากความเหนื่อยล้าที่พบเจอตั้งแต่เช้าจรดเย็น
บริเวณสระว่ายน้ำของที่พัก สองหนุ่มหนึ่งสาวนั่งอยู่ด้วยกันบริเวณริมสระ พร้อมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์หลายขวด ธงเปิดดูคลิปที่ถ่ายตลอดทั้งวันพร้อมกับใบหน้างุนงงและสับสน ส่วนเจริญนั่งเท้าคางจ้องไฟล์ต่าง ๆ ที่รุ่นพี่เปิดผ่านแล็บท็อปเพื่อเช็กคลิปที่ถ่ายมา ส่วนอีกหนึ่งสาวไม่แท้อย่างน้ำค้างเธอสับสนจนเผลอกระดกเครื่องดื่มรัว ๆ หวังใช้เครื่องดื่มมอมเมาให้เธอหลงลืมเหตุการณ์ตอนเช้า
“เป็นไปได้ไงวะ”
“นั่นสิ”
“นี่มันความจริงหรือความฝัน” ทั้งสามคนที่นั่งอยู่ด้วยกัน พึมพำกับตัวเองจนฟังไม่ได้ศัพท์และจับคำ หาความหมายไม่ได้
“เจริญ มึงดูช่วยพี่ดิ” ธงบอกรุ่นน้องอย่างไม่เชื่อสายตา
“พี่ผมนั่งดูกับพี่มาตั้งแต่ต้นเนี่ย” คนโดนไหว้วานยืนยันให้รุ่นพี่ให้มั่นใจ
“มันเป็นไปได้ยังไงวะ พี่มั่นใจว่ากดถ่ายแล้วนะ ตอนอยู่ที่นั่นก็เช็กแล้วว่ามี” ธงมองหน้ารุ่นน้องทั้งสองคนอย่างไม่เชื่อสายตา คลิปที่ถ่ายมาในเหตุการณ์ช่วงเช้า ขณะที่พวกเขาหลงทางช่วงเวลานั้นธงมั่นใจว่าตัวเองกดบันทึกคลิปแล้วแน่นอน เช็กดูก็มีคลิป แต่บัดนี้ คลิปช่วงเวลานั้นเป็นภาพสั่น ๆ พร้อมกับเสียงอื้ออึงครืดคราดเหมือนกล้องที่หล่นลงไปในสระน้ำ และคลิปใช้ได้อีกทีตอนที่เขาเริ่มถ่ายตอนเดินทางไปไหว้พระธาตุที่อยู่ใกล้ ๆ พวกเขาจำเหตุการณ์ทุกอย่างได้ แต่พูดไปใครเขาจะเชื่อล่ะ พวกเขาแค่อยากมีหลักฐานแสดงให้ทุกคนดูว่ามันเกิดขึ้นจริง ๆ
“นี่...” น้ำค้างที่นั่งดื่มอยู่สักพักตัดสินใจเอ่ยเรียกสองหนุ่มที่ยังไม่หายข้องใจกับสิ่งที่เกิดขึ้น แต่พอได้ยินเสียงติดกังวลของน้ำค้าง สองหนุ่มก็หันมามองพร้อมกับกระดกดื่มเครื่องดื่มรอฟังประโยคถัดไป
“ตอนที่เรากำลังจะกลับจากที่นั่น ฉันเห็น...”
“เห็น...” ธงเว้นเสียง
“พูดสิ พูด พูดออกมา” เจริญรบเร้าเพื่อนสาวตาโต หวังจะได้ยินบางอย่างจากปากของเพื่อนสนิท ที่เหมือนสติหลุดไปตั้งแต่เที่ยงวัน มีกลบเกลื่อนเฮฮาบ้าง แต่เธอกลับปิดเพื่อนสนิททั้งสองไม่พ้น จนถึงตอนนี้ที่เธอเป็นฝ่ายเกริ่นขึ้นมาด้วยตัวเอง
“ฉันเห็นคนนั่งกราบนลินตอนที่เดินออกจากจุดไหว้จุดแรกอะ ทีแรกคิดว่าเงาตกกระทบแต่แดดมันจ้ามากจนเห็นว่าเป็นคนนั่งเรียงแล้วก้มกราบ หรือก้มทำอะไรสักอย่าง นี่ไม่ได้ตาฝาดแน่ ๆ เพราะเดินตามหลังนลิน แต่พอก้าวไปถึงจุดที่เห็น มันไม่มีอะไร...”
“เชี่ย!!” สองหนุ่มอุทานขึ้นมาพร้อมกันอย่างตกใจตาโต
“เห็นเหมือนกันเหรอ?” น้ำค้างมองหน้าสองหนุ่ม รีบถามอย่างร้อนใจ อย่างน้อยถ้าคนอื่นเห็นเหมือนเธอ เธอจะได้ไม่ตกใจมาก
“หึ ไม่อะ แต่ตกใจ” เจริญส่ายหน้าตอบ
“โอ๊ย! เจ็บนะเว้ย” และแน่นอนว่าชายหนุ่มได้รับฝ่ามือเล็ก ๆ นั่นประทับเข้าที่ต้นขา ทั้งสามนั่งคุย นั่งปรับทุกข์อยู่ริมสระว่ายน้ำเกือบครึ่งค่อนคืน ถึงได้แยกย้ายกันกลับไปพัก พร้อมกับสิ่งที่ข้องใจที่ไร้การไขให้กระจ่าง
