บทที่ 33 นคราชรอรัก 33
นคราชรอรัก 33
เสียงนกร้องพร้อมกับแสงแดดที่เริ่มส่องสว่างไปทั่วท้องฟ้า ยามเช้าที่นี่อากาศค่อนข้างเย็นสบาย มีสายลมพัดอ่อน ๆ ทีมงานออกไปดูโลเคชั่นด้วยกันตั้งแต่เช้า ต่างจากอรนลินที่ยังหลับอยู่บนฟูกนอนและมีเจ้าของท่อนแขนแข็งแรงคอยโอบกอดไว้จนทั้งคู่แนบชิดกัน
แปลกมาก ตั้งแต่มาถึงที่นี่ นับเป็นคืนแรกที่เธอไม่ฝันแปลกประหลาด
คนไม่ฝันค่อนข้างดีใจ และรู้สึกว่าตัวเองได้นอนหลับพักผ่อนจริง ๆ ไม่มีความรู้สึกกลัวหรือหวาดระแวงสิ่งใด เธอขบคิดกับตัวเองด้วยความสุขใจ ก่อนจะปรายตามองชายหนุ่มที่ยังหลับอยู่ ใบหน้าหล่อคมเข้มไร้สิวฝ้า ชายหนุ่มหลับสนิทยืนยันด้วยจังหวะลมหายใจสม่ำเสมอ คนเพิ่งตื่นค่อย ๆ ยื่นปลายนิ้วเรียวแตะลงบนแก้มของนาคิน ก่อนจะลูบไล้อย่างเบามือ
“หือ?” แต่เพียงแค่สัมผัสบางเบานาคินพลันรู้สึกตัวตื่น คว้าหมับเข้าที่ข้อมือเล็ก ลืมตามองเจ้าของมือนั้นด้วยแววตาดุกร้าว แววตาเอาเรื่องนั้นทำให้อรนลินแอบตกใจกลัวอยู่ไม่น้อย แต่เมื่อชายหนุ่มลืมตาขึ้นมาแล้วพบว่าคนที่สัมผัสผิวกายเจ้าตัวคือใคร แววตาถึงได้อ่อนลง คว้ามือเล็กข้างนั้นประคองลงบนแก้วตัวเองทันที คล้ายกับยอมศิโรราบแก่เธอ ไม่ว่าส่วนใดบนเรือนร่างนี้ อรนลินสามารถสัมผัสมันได้ทุกสัดส่วน
“หิวหรือยัง?” นาคินเอ่ยถามเสียงแผ่ว คนถูกถามพยักหน้าหงึกหงักและไม่ได้ตอบอะไร
ช่วงสายของวันนักเขียนสาวนั่งทำงานอยู่ริมว่ายน้ำ โดยมีนาคินนั่งอยู่ใกล้ ๆ ชายหนุ่มไม่ยอมให้เธอคลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว สักพักใหญ่คนทำงานถึงได้ละมือจากคีย์บอร์ดเพื่อพักสายตา หลังจากโหมทำงานหลายชั่วโมงตั้งแต่ตื่นนอน
“พักหรือยัง?” คนที่เฝ้ามองตลอดเวลาถือโอกาสถามไถ่ เรียกว่าอยู่เป็นสุด ๆ เมื่ออรนลินทำงานชายหนุ่มมักจะเงียบเสียงไปโดนปริยาย แต่เมื่อไหร่ที่เธอพักเขาจะชวนคุย หรือเดินเข้าไปกอดเธอไว้ คงเป็นการกระทำนี้ที่ทำให้เขาสามารถอยู่ใกล้เธอได้แม้จะเป็นช่วงเวลาที่หญิงสาวต้องทำงาน
“พักแล้วค่ะ”
“โอเค งั้นไปกินข้าวกัน”
“แต่เราไม่มีรถ รอทีมกลับมาก่อนได้ไหมคะ?” หญิงสาวตอบและเตือน หารู้ไม่ว่าเมื่อวานก่อนที่เธอและทีมงานจะกลับเข้าบ้านพัก ชายหนุ่มที่เดินทางอย่างเร่งด่วนเพื่อมาที่นี่ ได้ไปดูรถและทำการซื้อแล้วเรียบร้อย โดยมีเจ้าถิ่นอย่างทีปกรคอยให้การช่วยเหลือ
“ลืมเหรอ?” ชายหนุ่มเท้าคางเอียงคอมองอรนลินที่กำลังทำตาแป๋วมองกลับมา บ่งบอกถึงความว่างเปล่าในดวงตาคู่นั้น
“คะ?” คนลืมทวนถาม
“รถไง เมื่อวานก็บอกแล้วว่าทีปกรจะเอารถมาให้ เมื่อวานตอนกลับมารถก็จอดอยู่นะ”
“อ่า แย่เลยหนูลืมดู” คนน่ารักทำหน้าตกใจก่อนจะหัวเราะออกมาด้วยความเขินอาย เพราะเมื่อวานเธอรีบเร่งกลับเข้าบ้าน และห่วงของทานเล่นที่ซื้อมาจนไม่ได้มองรอบข้างจริง ๆ
“ไม่เป็นไร งั้นก็ออกไปด้วยกัน ชวนทีมงานด้วยก็ได้นะ”
“ได้ค่ะ เก็บของก่อนนะ” คนช่างพูดบันทึกงานจนเสร็จเรียบร้อย ถึงได้รวบอุปกรณ์ทำงานวิ่งกลับขึ้นไปบนชั้นสอง ชายหนุ่มตัวสูงคงจะวางใจค่อย ๆ เดินตาม หากตัวเขาไม่ได้ยินเสียงโครมครามดังมาจากชั้นสองเสียก่อน
โครม!
เท้าใหญ่ก้าวใหญ่เพียงไม่กี่ก้าว ก็กลับขึ้นมายืนบนชั้นสองพร้อมกับพุ่งเข้าไปในห้องนอน ที่เป็นแหล่งกำเนิดเสียงโครมครามที่ได้ยิน แต่พอเข้าไปใกล้ กลับพบอรนลินเดินกะเผลก ๆ ไปมุมทำงานเล็ก ๆ ที่เธอสร้างขึ้น เมื่อรู้ตัวว่าถูกจ้องหญิงสาวถึงได้เอี้ยวตัวกลับมามองพร้อมกับรอยยิ้มสดใส แต่แฝงไปด้วยความออดอ้อน ยามรู้ว่าอาจจะโดนดุ
“แฮ่ ๆ หนูล้มอะ จับกบตัวใหญ่เลย” แต่ให้ตายสิ รอยยิ้มตาหยีนั่นทำเอาคนโกรธจนควันออกหูถึงกับถอนหายใจเฮือกใหญ่ ไม่กล้าดุคนไม่ระวังตัวแม้แต่คำเดียว
เอาเถอะ แต่ไหน แต่ไร ก็ไม่กล้าดุอยู่แล้ว ครั้งนี้ดุไม่ลงก็ไม่แปลกนักหรอก
นาคินได้แต่บ่นตัดพ้อกับตัวเอง หากมีใครถามว่าเขากลัวอะไร เจ้าตัวคงได้ตอบชื่อของอรนลินออกไปเป็นแน่
