บทที่ 4 นคราชรอรัก 4

นคราชรอรัก 4

ภายในห้องประชุมขนาดกลางมีหัวหน้าฝ่ายต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับกองถ่ายละครเข้ามานั่งเพื่อรับฟังการประชุมสำหรับโพรเจกต์ละครเรื่องใหม่ล่าสุด ที่มีนายทุนทุ่มงบมหาศาลในการสนับสนุน อรนลินเปิดประตูห้องประชุมบานใหญ่เข้าไปไม่ลืมส่งยิ้มทักทายพนักงานที่รู้จักคุ้นหน้าค่าตากัน พร้อมกับรีบก้าวไปนั่งเคียงข้างเพื่อนสนิทอย่างน้ำค้างที่วันนี้มาในนามของฝ่ายคอสตูมของบริษัทแต่นั่งอยู่ด้านหลังห้องประชุม เจริญที่เป็นผู้ช่วยผู้กำกับนั่งอยู่โซนด้านหน้า

“ฉันวิ่งขึ้นมาลืมซื้อกาแฟ” อรนลินกระซิบบอกเพื่อนสนิทอย่างเสียดาย

“ประชุมเสร็จค่อยซื้อ” น้ำค้างได้แต่ปลอบใจเพื่อนสาว เมื่อตอนนี้นักเขียนสาวทำหน้าบึ้งงอแง แต่ไม่นานใบหน้าง้ำงอก็เปลี่ยนเป็นยิ้มกว้างเมื่อพี่ชายเปิดประตูเข้ามาในห้องประชุม ท่อนขายาวก้าวเข้ามาภายในห้องประชุม แต่จุดมุ่งหมายนั้นไม่ใช้เก้าอี้ประจำผู้บริหารอย่างที่ควรจะเป็น แต่เจ้านายหนุ่มสุดดุของทุกคนกำลังก้าวเข้าใกล้อรนลิน

“ให้ผู้ช่วยสั่งมาเผื่อ” เอ่ยจบก็วางแก้วเครื่องดื่มลงบนโต๊ะให้น้องสาว จากนั้นถึงได้เดินวนกลับไปนั่งที่เก้าอี้เพื่อเริ่มประชุมแผนงานกัน เสียงพูดคุยดังขึ้นอยู่เรื่อย ๆ นานสักพักใหญ่ประตูห้องประชุมถึงได้เปิดกว้างอีกครั้ง พร้อมกับไอเย็นที่ค่อย ๆ แผ่ซ่านไปทั่วทั้งห้องประชุม

เป็นความเย็นที่สามารถแยกได้อย่างชัดเจนว่านี่ไม่ใช่ความเย็นจากเครื่องปรับอากาศ แต่ผู้ที่สัมผัสได้กลับคิดไม่ตกว่าความเย็นนี้คล้ายกับสิ่งใด

“เชิญนั่งครับ ตอนนี้คุยเรื่องทีมต่าง ๆ แล้วเหลือแค่บทที่นลินจะต้องเขียนต่อให้เสร็จ และแคตติ้งนักแสดง” เจ้านายหนุ่มรีบรายงานแก่ผู้ที่มาใหม่ เจ้าของนิ้วเรียวยาวยื่นไปหยิบบทละครที่ดำเดินการเสร็จเพียงแค่ครึ่งหนึ่งของเนื้อเรื่องขึ้นมาเปิดอ่านคร่าว ๆ

“ระยะเวลาก่อนเปิดกล้อง จะเสร็จไหม?”

“นลินครับ” ครั้งนี้เป็นองหวดีที่เรียกน้องสาวเพื่อถามถึงงานที่คาดว่าจะได้รับ

“สองเดือนค่ะ” นักเขียนสาวตอบกลับโดยที่ไม่ลืมเผื่อเวลางานให้ตัวเองได้มีช่วงแก้ไขข้อผิดพลาด แต่เหมือนคำตอบนี้จะทำให้เจ้าของคำถามไม่ค่อยพอใจนัก เพราะเมื่อเอ่ยจบ เจ้าของดวงนัยน์ตาเข้มนั้นก็จ้องกับเธอไม่ละสายตา เพียงชั่ววูบกลับรับรู้ได้ถึงมวลบางอย่างที่ทำให้รู้สึกอึดอัดใจ

“หนึ่งเดือน”

“คะ?” จะบ้าเหรอ? หนึ่งเดือนอะไรกัน ฉันไม่ใช่เครื่องจักรนะ!

คนโดนเร่งงานทำหน้าตกใจบ่นในใจด้วยความหงุดหงิด

“เอางี้ ตอนนี้ใกล้เที่ยงแล้ว ฝ่ายไหนเคลียร์และสัญญาข้อตกลงที่เซ็นแล้ว ก็ไปพักเถอะ”

“ครับคุณอง”

“ค่ะคุณอง” เสียงตอบรับของพนักงานตอบโต้ผู้เป็นเจ้านาย หลายคนทยอยส่งหนังสือสัญญาให้กับผู้ช่วยเจ้านายแล้วรีบเดินออกจากห้องประชุม

“รอไปกินข้าวเที่ยงพร้อมกันไหม?” น้ำค้างถามเพื่อนเสียงแผ่วขณะที่ลุกขึ้นยืนเตรียมเดินออกนอกห้องประชุม ส่วนคนโดนเพื่อนทิ้งได้แต่มองอย่างขอร้องความเห็นใจ เธอจะต้องลับฝีปากกับพี่ชายอีกแล้วอย่างนั้นสิ

“รอได้ไหม เดี๋ยวรีบไป”

“โอเค” น้ำค้างยกมือทำนิ้วโอเค แล้วเดินออกจากห้องประชุม

ตอนนี้บุคคลที่อยู่ภายในห้องประชุมมีเพียงไม่กี่คน เจ้าของบริษัทนั่งเคียงคู่กับนายทุนสุดเนี้ยบ ส่วนนักเขียนตัวเล็ก ๆ กำลังนั่งจ้องตากับผู้เป็นพี่ชาย

แต่ชายตัวสูงที่สวมชุดสูทสีเข้มคนนั้น ดันเป็นจุดดึงดูดสายตาจากเธอได้อย่างดีไร้ที่ติ ใบหน้าหล่อรับรูปกับสันจมูกคมนั้นได้อย่างไร้ที่ติ ริมฝีปากหนา ที่ปิดแนบสนิท ส่งผลทำให้ใบหน้าอีกฝ่ายดูดุและน่าเกรงขามมากยิ่งขึ้น แม้จะไม่ได้เอ่ยปากพูด แต่บัดนี้คนที่รู้สึกว่าชายหนุ่มตรงหน้ากำลังรู้สึกสนุกคือผู้ช่วยคนสนิทของเจ้าตัวที่ยืนอยู่ด้านข้าง เพราะแววตาที่ไหวระริกนั่นดูสนุกไม่น้อย ยามได้เห็นคุณนักเขียนจ้องพี่ชายตาเขม็ง

“หนึ่งเดือนได้ไหม” องหวดีถามผู้เป็นน้องสาวอีกครั้ง ที่บัดนี้แววตานั้นเยือกเย็นเสียจนคนเป็นพี่อย่างเขาเสียวสันหลังอย่างเก็บอาการไม่มิด

“หนึ่งเดือนครึ่งค่ะ คุณองโปรดเห็นใจผู้เขียนบทด้วยค่ะ” ถ้อยคำห่างเหินนั่นทำเอาเจ้านายหนุ่มมองหน้าน้องสาวสลับกับหน้านายทุนเลิ่กลั่ก ชายหนุ่มเม้มปากกอดอกจ้องน้องสาวกลับไปอย่างเปิดเผย ราวกับต้องการใช้ความคิด แต่ขาข้างหนึ่งกลับยื่นไปสะกิดนายทุนที่พ่วงตำแหน่งเพื่อนเพื่อหาตัวช่วย สองหนุ่มลอบมองหน้ากันอย่างต้องการปรึกษา เมื่อท่าทางขู่ฟ่อ ๆ จากอรนลินชายตัวโตอย่างองหวดี ไม่อยากจะสู้ด้วยสักเท่าไหร่

บทก่อนหน้า
บทถัดไป