บทที่ 5 นคราชรอรัก 5

นคราชรอรัก 5

“ได้ งั้นระหว่างหนึ่งเดือนครึ่งให้ไปทำที่บริษัทผม ผมจะคุมเขียนบทเอง”

“เขียนคนเดียวได้ไหมคะ พอดีฉันสะดวกที่จะเขียนงานในพื้นที่ของตัวเอง และต้องใช้ความเงียบ” คนที่ต้องใช้สมาธิไม่รอช้า อธิบายให้สองหนุ่มได้เข้าใจ เธอไม่ได้อยากทำตัวเรื่องเยอะ แต่บางครั้งการเขียนงานของเธอต้องใช้สมาธิสูงมาก ๆ ซึ่งไม่เคยชินที่จะต้องนั่งเขียนงานในสถานที่ที่มีผู้คนขวักไขว่

“เงียบ ที่นั่นเงียบมาก สรุปตามนี้ หนึ่งเดือนครึ่งกับบทครึ่งหลัง”

“ตกลงครับ เออนี่ไอ้คิน โลเคชันส่วนใหญ่อยู่ต่างจังหวัดตามที่ขอนะ เพราะบทมันเอื้อถึงความเป็นพื้นเมืองและความเชื่อของทางนั้น” นาคิน เจ้าของชื่อเล่นนั้น พยักหน้ารับคำกล่าวของเพื่อน มือเปิดดูบทต่อไปเรื่อย ๆ มุมปากกระตุกยกยิ้มชอบใจกับบทในมือไม่น้อย

“แล้วใช้โลเคชันที่ไหน?”

“อีสานตอนบน เก็บแถบริมโขงแล้วก็จังหวัดใกล้เคียง อันไหนใช้ซีจีค่อยมาเก็บที่สตูดิโอ ตอนนี้รอแคสนักแสดงกับฟิตติ้งชุดก่อน แล้วพวกกูจะลงพื้นที่หาโลเคชันเลย”

“อือ งั้นเดี๋ยวกูค่อยตามไปดู”

“ได้ครับนายทุนกระเป๋าหนัก กระผมคนนี้จะทำงานให้เต็มที่ครับผม” องหวดีแซวเพื่อนสนิทด้วยใบหน้าทะเล้น จนถึงตอนนี้ยังไม่มั่นใจนักว่าอะไรที่ทำให้เพื่อนเขาเลือกลงทุนกับละครเรื่องนี้ ลงทุนทั้งที่บทยังไม่เสร็จ

“อือ”

“พี่องหนูแยกออกไปเลยได้ไหม นัดเพื่อนได้อะ” คนมีนัดเอ่ยถามพี่ชายด้วยความเกรงใจ หลังจากนั่งฟังและสังเกตมาสักพักก็ไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเรื่องงานแล้ว เธอเองก็ไม่อยากนั่งอยู่บนตรงนี้รับแรงกดดันแล้วเช่นเดียวกัน

“อ้อ เดี๋ยวไปกินข้าวด้วยกันสิ จะคุยเรื่องบทด้วย ชวนเพื่อนไปด้วย”

“อ้อ ได้ค่ะ งั้นเจอกันหน้าบริษัทนะคะอีกยี่สิบนาที” คนเบาใจส่งยิ้มให้พี่ชาย ไม่ลืมส่งยิ้มให้นาคินที่เคียงคอเล็กน้อยจ้องมองคนช่างเจื้อยแจ้ว ต่างจากคราแรกที่ทำหน้านิ่วคิ้วขมวดเหมือนจะกลืนกินนายทุนอย่างเขา

“ได้” ได้ยินแบบนั้นหญิงสาวจึงรวบเอกสารและแท็บเล็ตใส่กระเป๋าเป้สะพายหลัง แล้วจากนั้นก็รีบเดินออกจากห้องประชุม

“ไหนมึงบอกว่าให้น้องเขียนสองเดือนได้” ยามได้อยู่เป็นส่วนตัว องหวดีจึงตัดสินใจเอ่ยถามเพื่อนสนิทที่นั่งดูบทแววตาเปล่งประกาย ชายหนุ่มจ้องมองอย่างจับผิด เพราะเพื่อนเขาดูชอบใจกับบทละครนี้เสียเต็มประดา

“ยิ่งเสร็จเร็วยิ่งดีไม่ใช่หรือไง?”

“ก็จริง แต่น้องกูจะเขมือบหัวกูละ งานเยอะแล้วหงุดหงิด”

“ระหว่างนี้ไปพักที่บ้านกู”

“นี่มึง...” องหวดีหันขวับมองเพื่อนเสียเต็มแรง ยามได้ยินสิ่งที่เพื่อนเขาเพิ่งเอ่ยจบ

“อย่ารู้มาก บ้านกูกว้าง ระหว่างนี้ให้เขียนที่นั่น มึงยังต้องทำอีกเรื่องไม่ใช่หรือไง หรือจะปล่อยให้อยู่คนเดียว” นาคินเอ่ยดักทางเพื่อนเมื่อเขานั้นไม่ต้องการความเห็นต่าง

“เกลียดมึงว่ะคิน ครั้งแรกมึงก็จ้องจะจับน้องกูแล้วอะ” คนเป็นพี่แม้จะหวงน้องสาว แต่รู้จักเพื่อนสนิทตัวเองเป็นอย่างดี นาคินไม่เคยมีแฟน ไม่เคยคบผู้หญิง ไม่เคยมีข่าวกับใครเลย เหมือนเก็บตัวไว้เพื่อรอใครสักคน ในกลุ่มเพื่อนต่างเฝ้ารอว่าใครจะเป็นคนที่กอบกุมหัวใจที่แสนด้านชาของเพื่อนคนนี้ได้

กระทั่งวันที่เพื่อนมาเจอกันเมื่อหลายเดือนก่อน น้องสาวผู้รักสันโดษของเขาจู่ ๆ ก็ติดต่อเข้ามา บนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นั่นปรากฏรูปถ่ายของเธอ วินาทีที่นาคินได้พบเจอรูปภาพนั้นล้วนแต่ทำให้เขาเผลอหลุดปากถามถึงน้องสาวเพื่อนอยู่เรื่อย ๆ จนโดนนาคินจับทางได้

คนเป็นพี่หวงน้องสาวคอยกันท่าไม่ให้เจอกันแต่ นาคินก็ใจเย็นไม่ได้เร่งรัด จนกระทั่งได้เข้ามาคุยงานกับเพื่อนสนิทและเห็นบทละครถึงได้ชอบจนต้องบังคับให้เพื่อนรีบสร้างเรื่องนี้

“มึงคิดว่ากูเจอเขาครั้งแรกงั้นเหรอ?” นาคินถามเพื่อนทีเล่นทีจริง องหวดีส่ายหน้างุนงง คล้ายกับตัวเขานั้นคุยกับเพื่อนไม่รู้เรื่องเสียแล้ว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป