บทที่ 6 นคราชรอรัก 6

นคราชรอรัก 6

อีกด้านของตึก...อรนลินกำลังเดินถือแก้วกาแฟไปยังออฟฟิศของฝ่ายคอสตูมที่พ่วงฝ่ายพร็อพ และทีมช่างแต่งหน้าทำผม เรียกได้ว่าบริษัทนี้รับจบทุกอย่าง ผลงานที่ออกมาก็จัดว่าระดับแนวหน้า ตอนนี้มีทีมนักแสดง นักร้องของค่ายแล้วด้วย แม้จะมีไม่เยอะแต่งานศิลปินแน่นยาวจนถึงปีหน้า เรียกได้ว่าคุณภาพคับแก้ว

“สวัสดีค่าทุกคน”

“สวัสดีน้องลิน ไปกินข้าวพร้อมพวกพี่ไหม?” พนักงานในฝ่ายร้องถามกันเกรียวกราว ยามคนตัวเล็กก้าวเข้าไปอย่างคุ้นชิน

“มีนัดแล้วค่ะพี่ ครั้งหน้านะคะ”

“ได้จ้า พวกพี่ไปละ หิวมาก” ทั้งสองโบกมือลากันก่อนที่นลินจะเดินไปนั่งลงบนเก้าอี้ข้าง ๆ เพื่อนสาวที่กำลังนั่งดูบรีฟจากทีมงานเขียนบท เพื่อจัดหาชุดเตรียมฟิตติ้ง ซึ่งบรีฟคอสตูมก็มาจากทีมผู้จัดและอรนลินนี่แหละ

“ชุดธรรมดาหมดเลย มีหมายเหตุว่าตอนจบจะมีชุดพื้นเมือง...” คะนิ้งเลื่อนสรุปให้เพื่อนที่เข้าใจบทและตัวละครมากที่สุดได้ดู ในสิ่งที่เธอสรุปคร่าว ๆ

“ใช่ แต่ตอนจบฉันตั้งใจเปลี่ยนจากชุดไทยเป็นชุดพื้นเมือง อยากดึงเสน่ห์ของสถานที่ถ่ายทำมาร่วมด้วย ที่นั่นมีเผ่าชาติพันธุ์เยอะมากเลยนะ” คนหาข้อมูลเขียนงานเล่าให้เพื่อนฟังอย่างตื่นเต้น รอยยิ้มของอรนลินนั้นช่างสดใสไม่น้อย ยามเอ่ยถึงสิ่งที่เจ้าตัวได้ศึกษามา

“เลิศมากแม่!! คันมืออยากทำชุดแล้วเนี่ย”

“แกได้ทำแน่ ในเรื่องชุดย้อนอดีตค่อนข้างไทยแท้เลยล่ะ”

“เยี่ยมว่ะ ตื่นเต้น สมกับโพรเจกต์ใหญ่ของบริษัท” คะนิ้งยกนิ้วชมเพื่อนสาวที่ทำให้พวกเธอได้แสดงฝีมือในงานละเอียด อย่างการทำชุดที่เป็นจุดเด่นเฉพาะเรื่อง

“เออนี่ พี่องชวนไปกินข้าว ไปเร็วถึงเวลาแล้ว”

“ว้าย! ทำไมไม่รีบบอกฉัน ไป ๆ แกรีบไปก่อนฉันเก็บของแล้วจะวิ่งตามไป” สองเพื่อนรักแยกย้ายทันควันเมื่อนึกถึงเจ้านายหนุ่มที่ชวนไปทานมื้อเที่ยง

อรนลินเดินออกจากแผนก ตั้งใจจะไปรอพี่ชายที่รถ เท้าเล็กที่วันนี้สวมรองเท้าผ้าใบเพื่อความทะมัดทะแมง ก้าวไปข้างหน้าด้วยความเชื่องช้าและมั่นคง รวมถึงยังคงระมัดระวังการก้าวเดินอยู่ทุกขณะ อีกไม่กี่เมตรข้างหน้าเธอก็จะเดินถึงรถของผู้เป็นพี่ชาย

แต่จังหวะที่ก้าว เสียงดังปั๊ก! ดังมาจากด้านหลังพร้อมสัมผัสหนักและร้อนและลงบนสะบักทั้งสองข้าง เพียงชั่วพริบตา ร่างเล็กล้มหน้าคะมำลงไปบนพื้นหญ้าใกล้ลานจอดรถ แต่นั่นยังไม่น่าตกใจเท่ากับหางตาเธอเหลือบไปเห็นสัตว์เลื้อยคลานมีพิษที่กำลังขดตัวอยู่ใต้พุ่มไม้ ดวงตาเล็กนั่นกำลังจ้องมองมาที่เธออย่างโจ่งแจ้ง เสี้ยววินาทีที่เจอสัตว์ที่กลัว เธอจึงกรีดร้องสุดเสียงพยายามลุกขึ้นยืน วิ่งหนีจากสิ่งนั้นอย่างหวาดกลัว

“กรี๊ด!!!”

“อรนลิน!” เสียงเข้มดังเตือนสติในจังหวะที่เธอร้องกรี๊ดหมุนตัวเตรียมจะวิ่ง แต่เพียงแค่ก้าว ใบหน้าเธอก็ชนเข้ากับแผงอกกำยำ ร่างเล็กโอนเอนจวนจะล้ม แต่นับว่ายังมีความโชคดีเล็ก ๆ เมื่อเจ้าของแผ่นอกนั้นรีบยกแขนโอบรอบเอวเธอไว้เสียแน่น

“งู! งูอยู่ตรงนั้น! ฮื่อ!” ตั้งแต่เล็กจนโต อรนลินกลัวงูจนขึ้นสมอง เธอกลัวมากขนาดที่แค่ได้มองรูปภาพก็รู้สึกไม่ไหว ขนลุกชูชัน หัวใจเต้นรัว รู้สึกเหมือนจะเป็นลม เหมือนความกลัวที่เกิดขึ้นนี้ไม่สามารถประเมินค่าได้เลย

จังหวะหัวใจที่เต้นรัวแรงตึกตัก จากการตกใจหวาดกลัวของอรนลิน ทำให้ชายหนุ่มรับรู้ได้อย่างชัดเจนว่าเธอกำลังกลัวมากแค่ไหน คนตกใจเริ่มสงบขึ้นเมื่อได้กลิ่นหอมอ่อน ๆ ที่ไม่ทราบแหล่งที่มา รวมถึงความรู้สึกเย็นสบายที่ได้รับจากคนตรงหน้า ท่ามกลางความกลัวเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นความฉงนทันควัน

“มันไปแล้ว มันไม่กล้าเข้าใกล้เราหรอก คงจะกลัวเราเหมือนที่เรากลัวมันนั่นแหละ” เสียงทุ้มเอ่ยปลอบ ฝ่ามือใหญ่ลูบที่แผ่นหลังเล็กไปมาอย่างเชื่องช้า คนกลัวค่อย ๆ ผละออกห่าง ไม่ยอมเอี้ยวตัวกลับไปมองยังจุดที่เธอพบเห็นสิ่งที่หวาดกลัว แต่เลือกที่จะก้าวกะเผลกไปยังฟุตพาร์ต นาคินเห็นถึงความลำบากของหญิงสาวจึงตัดสินใจก้าวเข้าไปใกล้ช้อนแขนอุ้มเธอจนลอยเหนือพื้น

“คุณ! ฉัน ฉันเดินเองได้ค่ะ ปล่อยฉันลง”

“อย่าเพิ่งดื้อ แล้วฉันอะไร? ห่างเหินชะมัด” คนตัวสูงดุเสียงเข้ม เมื่อได้ยินถ้อยคำแสนห่างเหินนั่น อรนลินไม่เข้าใจ ไม่เข้าใจเป็นอย่างมากที่อีกฝ่ายพูดแบบนั้นออกมา

“ก็คุณเป็นนายทุนไงคะ ลูกค้าบริษัทเราอะ” คนซื่อตอบไปตามตรง แต่เหมือนจะยังไม่ตรงใจคนที่กำลังอุ้มเธออยู่นี่สิ

“เรียกคุณได้ แต่เปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเองซะ” คนหงุดหงิดเตือนเสียงเข้ม

“งั้น ข้าพเจ้า...แบบนี้ดีไหมคะ ให้เกียรติสุด ๆ เลยค่ะ”

อรนลินเราหาใช่เพื่อนเล่นเจ้า

บทก่อนหน้า
บทถัดไป