บทที่ 8 นคราชรอรัก 8
นคราชรอรัก 8
กลางดึกที่เงียบสงัด ร่างเล็กที่หลับใหลขยับดิ้นด้วยความอึดอัด กรอบหน้าหวานมีเหงื่อชื้นเกาะตามใบหน้า ห้วงความฝันที่แต่งแต้มสีเทาสลับดำ ทำให้ยากลำบากในการเพ่งมอง อรนลินก้าวไปตามทางเดินที่เป็นพื้นดิน เสียงสวบสาบจากการเหยียบย่ำใบไม้แห้ง ทำให้หญิงสาวได้ยินเสียงนั้นอย่างชัดเจนและดังกึกก้องภายในโสตประสาท
ที่ไหนกัน อยากกลับบ้านแล้วนะ
คนที่ยังย่ำเท้าลงบนดินสีเข้มเริ่มบ่นและตัดพ้อจากความหวาดกลัว ดวงตากลมโตกวาดมองรอบข้างอย่างระแวดระวัง เสียงอะไรบางอย่างมีน้ำหนัก กดทับลงบนใบไม้แห้ง แล้วลากยาว ๆ เพราะรอบด้านนั้นเงียบสงัด ทำให้ได้ยินเสียงลากวัตถุยาว ๆ นั้นได้อย่างชัดเจน เป็นสิ่งที่กระตุ้นความกลัวของเธออย่างดี
ความใหญ่และยาวของสิ่งนั้น คนกลัวไม่อาจประเมินขนาดลำตัวสัตว์ตัวนั้นได้เลย แต่เมื่อหันมองรอบข้างกลับพบเพียงต้นไม้สูงใหญ่ที่ปกคลุมด้วยหมอกหนาจนแทบมองไม่เห็น แหล่งกำเนิดเสียงนั้นเธอไม่สามารถมองเห็นได้ด้วยเช่นเดียวกัน
เอ๊ะ?
ดวงตากลมโตเพ่งมองไปด้านหน้าก็หลุดเสียงอุทานออกมาเบา ๆ ยามพบว่าเบื้องหน้าของตนมีโพรงถ้ำตั้งอยู่ ความกลัวเริ่มจางหายเมื่อเธอได้ยินเสียงผู้คน กำลังพูดคุยกันดังเล็ดลอดออกมาให้ได้ยิน จุดประกายความฝันแสนริบหรี่ของเธอให้ลุกโชน หวังจะออกจากสถานที่ที่น่ากลัวเช่นนี้ให้ได้
แต่เพียงแต่ก้าวเข้าใกล้ เท้าเล็กพลันชะงักค้างเมื่อในความมืดมิดของปากถ้ำมีจุดสีแดงฉานสองจุดกำลังจ้องมองเธอ คล้ายกับดวงตาของสัตว์ตัวใหญ่ เท้าเล็กรีบถอยหลังด้วยความตกใจกลัว บรรยากาศรอบข้างนั้นเย็นเฉียบ เสียงครืดคราด ดังขึ้นอีกครั้งพร้อมกับดวงตาใหญ่คู่นั้นค่อย ๆ ขยับออกมา
‘อย่านะ! อย่าเข้ามา กรี๊ด!!’
เสียงเล็กกรีดร้องดังลั่นด้วยความหวาดกลัว เมื่อพบว่าสิ่งที่กำลังจ้องมองเธอกำลังเลื้อยออกจากความมืดมิด เสียงครืดคราดที่เธอได้ยินในคราแรกคล้ายกับเสียงเลื้อยของงูตัวใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ดวงตาสีแดงฉานฉายชัดเจนขึ้นเมื่อเลื้อยออกมาสัมผัสกับแสงสลัวและกลุ่มควันสีขาวรอบด้าน
งูยักษ์ตัวใหญ่มีลำตัวสีดำเมี่ยม แต่เมื่อมีแสงตกกระทบเกล็ดนั้นกลับพบว่า เกล็ดของสิ่งตรงหน้ามีขนาดใหญ่เท่าฝ่ามือ เมื่อต้องแสงกลับสะท้อนแวววาวระยิบระยับ ลิ้นสองแฉกที่แลบออกมาตามสัญชาตญาณสัตว์เลื้อยคลาน เรียกสติของอรนลินให้กลับเข้าที่ คนตัวเล็กรีบหมุนตัวซอยเท้าวิ่งหนี พร้อมกับร้องไห้สะอื้น ด้วยความหวาดกลัว
ฮื่อ ใครก็ได้ ช่วยด้วย ช่วยฉันด้วย
พี่อง ช่วยด้วย วีวี่ น้ำค้าง เจริญ ได้โปรด!!
ใครก็ได้ช่วยฉันที
เสียงร้องอ้อนวอนดังกึกก้องอยู่ภายในใจ แต่เมื่อออกแรงวิ่งสุดแรงเธอกลับรู้สึกว่าตัวเองนั้นวิ่งได้อย่างเชื่องช้า ทุกย่างก้าวของเธอในการวิ่งหนีช่างยากลำบาก
‘ว้าย!!’ เสียงหวานหวีดร้องตกใจเมื่อข้อเท้าของเธอโดนบางอย่างเกี่ยวรั้งไว้จนทำให้ล้มลงไปที่พื้นดินจนรู้สึกเปรอะเปื้อนดินโคลน
‘กรี๊ด!! ฮื่อ ไม่นะ ไม่ อย่ามาใกล้นะ ไม่เอา อย่า’ เสียงหวีดร้องตกใจดังอย่างต่อเนื่อง เท้าทั้งสองข้างถีบ สลับดีดดิ้นสุดแรง เมื่อบริเวณข้อเท้าเธอมีงูตัวหนึ่งรัดเข้าที่ข้อเข้า อรนลินร้องไห้เจียนจะขาดใจตายเสียให้ได้ เพราะนี่คือสิ่งที่เธอหวาดกลัวมาทั้งชีวิต
เธอภาวนาอ้อนวอน ขอให้หลุดพ้นจากเหตุการณ์ตรงหน้า ยิ่งเงามืดสูงใหญ่นั้นคืบคลานเข้ามาใกล้ ความกลัวยิ่งเกาะกินในใจ ตอนนี้เธออยากจะทำให้ตัวเองสิ้นใจไป โดยที่ไม่ต้องพบเจอกับความหวาดกลัวนี้ เสียงขู่ฟ่อ ๆ ดังใกล้เข้ามาเรื่อย ๆ เธอหลับตาปี๋ไม่อยากพบเจอสิ่งที่กลัว ขณะเดียวกัน ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตาของความกลัว
แม้เธอจะหลับตา แต่กลับรู้สึกว่าตัวเองนั้นมองเห็นเหตุการณ์ทุกอย่าง ได้อย่างชัดเจน ราวกับเธอไม่ได้หลับตาอยู่...
‘ไม่นะ อย่าเข้ามา ฮื่อ ฉันกลัวแล้ว อย่าทำแบบนี้เลย’ แต่แล้วกลุ่มควันสีขาวและแสงสีเทาก็เริ่มจางหายไปเมื่อมีแสงสีทองส่องประกายเป็นวงกว้าง
“ไม่ ปล่อยฉันไป!!” เสียงแหบแห้งตะโกนดังลั่นห้อง อรนลินผุดลุกนั่งบนเตียงนอนด้วยความตกใจกลัว ใบหน้าหวานเปรอะเปื้อนไปด้วยหยาดน้ำตา หัวใจดวงเล็กเต้นรัวแรงตึกตัก สื่อถึงความหวาดกลัวอย่างชัดเจน เป็นความฝันที่เหมือนความจริง เธอร้องไห้ในฝัน พอตื่นก็พบว่าตัวเองกำลังร้องไห้อยู่
ทุกอย่างมันน่ากลัวมากจนเธอไม่ปรารถนาจะพบเจออีก
“ลิน เป็นอะไร ทำไมพี่เรียกไม่ตื่นเลย” เมื่อได้มองรอบข้างถึงได้พบว่า นอกจากตัวเองที่ยังนั่งอยู่บนเตียงนอนหลังใหญ่แล้ว ข้างเตียงคือพี่ชายของเธอที่กำลังจ้องมองมาพร้อมใบหน้าซีดเซียว
