บทที่ 9 นคราชรอรัก 9

นคราชรอรัก 9

มือสั่น ๆ ขององหวดียื่นมากอบกุมมือน้องสาวไว้แน่น ก่อนจะฟุบหน้าลงบนเตียงอย่างอ่อนแรง โล่งใจที่น้องสาวตัวเองตื่นขึ้นมาเสียทีหลังจากที่เขาเพียรเรียกปลุกให้ตื่นนานหลายสิบนาที แต่น้องเธอเอาแต่ร้องไห้ไม่ยอมลืมตาตื่น

ใกล้ ๆ องหวดีคือชายตัวสูงที่สวมเสื้อเชิ้ตสีขาวกางเกงสแล็คเนื้อดี ชายตัวสูงกำลังยืนจ้องมองเธออยู่ด้วยแววตาเรียบนิ่ง ไร้ความรู้สึก เพียงเสี้ยววินาทีนัยน์ตาคู่นั้นเปลี่ยนจากสีเขียวกลับมาเป็นสีน้ำตาลดังเดิม

“พะ พี่องหนูฝัน มันน่ากลัวมาก หนู....” อรนลินละล่ำละลักเล่าสิ่งที่ฝันเจอให้พี่ชายฟัง แต่เธอดันจำได้ว่ามีสัตว์เลื้อยคลานรัดเข้าที่ข้อเท้าและมีตัวใหญ่กำลังเลื้อยเข้ามาใกล้ จากนั้นถึงได้สะดุ้งตื่นขึ้นมาเจอพี่ชาย...เธอจำรายละเอียดอย่างอื่นไม่ได้เลย

“พี่ไปวิ่งกลับมา ได้ยินเสียงเราร้องไห้ พี่เรียกก็ไม่ตื่น ปลุกก็ไม่ตื่น ตอนไอ้คินมาถึงหนูก็ร้องไห้หนักขึ้น แล้วก็เพิ่งตื่น...” องหวดีเล่าให้น้องสาวฟังในแง่มุมของเขาที่พบเจอกับตัวเอง คนเป็นพี่ชายรู้สึกราวกับคนจะขาดอากาศหายใจ ยามที่ส่งเสียงเรียกแล้วปลุกน้องสาว แต่คนฝันร้ายกลับไม่ตอบสนอง ไร้ทีท่าจะตื่นขึ้นมา

“เป็นยังไงบ้าง...” นาคินที่ยืนจ้องและมองสำรวจคนฝันร้ายอยู่นานสักพักจึงตัดสินใจเอ่ยถามออกไป ยามเห็นว่าหญิงสาวยังมีน้ำตาไหลอาบแก้มอยู่เช่นเดิม

“เจ็บ หนูเจ็บไปทั้งตัวเลย มันเจ็บมาก” คนไม่สบายตัวตอบเสียงแผ่วเบา แต่วินาทีที่เผลอช้อนตาขึ้นมองชายหนุ่มตัวสูง คนที่จ้องเธอไม่วางตาถึงกับทำตัวไม่ถูก ไม่คิดไม่ฝันว่าหญิงสาวจะมองด้วยแววตาออดอ้อนเช่นนั้น

“เจ็บตรงไหนบ้าง?” องหวดีรีบถามน้องสาวเพียงคนเดียว ถึงแม้ตอนนี้จะรู้สึกเจ็บปวดไปทั้งเรือนร่างแต่อรนลินกลับตอบเพียงแค่จุดที่รู้สึกเจ็บหนัก ๆ และอยู่ในส่วนที่ไม่ได้น่าเกลียด

“หนูเจ็บข้อเท้า มันปวดมากเลยค่ะ” สิ้นเสียงหวาน พี่ชายแสนดีไม่รอช้าที่จะยื่นมือไปยกชายผ้าห่มทันที ภาพที่ปรากฏทำเอาสองหนุ่มคิ้วขมวดติดกันแน่น หญิงสาวที่สังเกตเห็นท่าทีนั้นจึงรวบผ้าห่มขึ้นมาจนเผยข้อเท้าเล็กทั้งสองข้าง

“ทำไม ทำไมมันเป็นแบบนี้คะ” ข้อเท้าเล็กที่เคยขาวเนียนปราศจากริ้วรอย บัดนี้กลับปรากฏรอยช้ำสีม่วงรอบข้อเท้าข้างหนึ่ง ข้างที่โดนงูรัดในฝัน รอยนั้นคล้ายกับมีเชือกขนาดสองนิ้วรัดแน่น ๆ จนเป็นรอย

“นี่มันข้างเดียวกับที่โดนรัดจนล้มในฝัน...” ริมฝีปากเล็กเม้มแน่นด้วยความกลัวและคิดไม่ตก เธอไม่เคยคิดว่าจะฝันแล้วเกิดเหตุการณ์ขึ้นจริง หรือบาดเจ็บจากความฝันเช่นนี้

“เอาไงดีวะมึง กูไม่อยู่ตั้งหลายวัน น้องจะนอนคนเดียวได้ยังไงวะ” คนมีงานข้างนอกหลายสัปดาห์เงยหน้าปรึกษาเพื่อนสนิทที่ยังจ้องคนเจ็บไม่วางตา

“ไม่ต้องห่วง กูอยู่ที่นี่ ถ้าจะออกไปข้างนอกกูจะพาไปด้วย” คนสบโอกาส ไม่รอช้าเสนอตัวเข้าหานักเขียนช่างเจรจาทันที

“ทำไมมึงชอบอยู่ใกล้น้องกูวะ” องหวดีหรี่ตามองเพื่อนตัวสูง แต่คนที่เริ่มมีสติกลับสะกิดพี่ชายยิก ๆ เพื่อขอความช่วยเหลือ

“พี่อง หนูอยากอาบน้ำ พี่ พี่นั่งเฝ้าได้ไหม นั่งรออยู่ในห้องได้ไหม” คนกลัวขอความช่วยเหลือจากพี่ชาย นาคินได้ยินก็ไม่ได้แทรกหรือขัดอะไร เจ้าตัวหมุนตัวเดินออกจากห้องนอนของหญิงสาวอย่างง่ายดาย เพื่อให้ความเป็นส่วนตัวของสองพี่น้อง

“ไหวไหม? มา พี่พยุงไปส่งที่ห้องน้ำ”

ระหว่างที่รอน้องสาวอาบน้ำเปลี่ยนชุด ปลายนิ้วใหญ่พิมพ์ข้อความส่งหาเพื่อนสนิทที่จะย้ายมาอยู่ที่บ้านตัวเองชั่วคราวโดยยกข้ออ้างในการควบคุมการเขียนบทของน้องสาวเขามาเป็นข้ออ้าง แต่จะเรียกคุยก็ไม่ใช่เสียทีเดียว เพราะบนหน้าจอสี่เหลี่ยมเล็ก ๆ นี้ มีสิงสาราสัตว์อยู่หลายชนิด

อรนลินยืนใต้สายน้ำเย็น มือเล็กสั่นเทาด้วยความตกใจเมื่อพบว่าตามแขน เอว และต้นขาต่างมีรอยช้ำม่วงและเป็นจุดที่ทำให้เธอรู้สึกเจ็บปวดอยู่เนือง ๆ

“นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมเป็นแบบนี้” เธอได้แต่สงสัยกับเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับตัวเอง ภาพในความฝันนั้นน่ากลัวเสียจนทำให้เธอไม่กล้าหลับตาลงแม้แต่วินาทีเดียว

“พี่องอยู่ไหม” จังหวะที่กำลังแต่งตัวหญิงสาวไม่ลืมร้องถาม เช็กพี่ชายที่อ้อนขอให้รอเป็นเพื่อน

“อยู่!”

“หนูจะเสร็จแล้ว พี่อย่าเพิ่งออกไปนะ”

“รู้แล้ว!” เมื่อได้ยินเสียงพี่ชายตะโกนตอบโต้เธอจึงค่อนข้างสบายใจ แต่งตัวจนเสร็จเรียบร้อย เปิดประตูห้องแต่งตัวออกมายิ้มแฉ่งให้พี่ชายของเจ้าตัว

บทก่อนหน้า
บทถัดไป