บทที่ 2 2. สามปีเต็ม
เยว่ซินกุ้ยเฟยที่กำลังยิ้มอยู่ถึงกับชะงัก นางพยักหน้าเบา ๆ สีหน้าล้อเล่นเมื่อครู่ค่อย ๆ เลือนหาย แทนที่ด้วยความจริงจังและกังวล เพราะสีพระพักตร์ของฮ่องเต้ตอนนี้ ไม่ได้เหมือนผู้ตื่นจากฝันร้ายทั่วไป แต่เหมือนบุคคลที่เพิ่งย้อนกลับมาจากความตายจริง ๆ
คำยืนยันของกุ้ยเฟยทำให้ดวงตาของฮ่องเต้เบิกกว้างขึ้นอย่างฉับพลัน ความเย็นเยียบไหลวาบผ่านสันหลัง พระหทัยเต้นแรงราวจะทะลุออกมานอกอก
สามปีแล้ว… สามปีเต็มที่คืนวันอภิเษกผ่านพ้นไป
และพระองค์จำทุกอย่างได้อย่างชัดเจนราวเหตุการณ์เพิ่งเกิดขึ้นเมื่อคืน
…คืนที่เขาตั้งใจทำให้นางเจ็บปวด
…คืนที่เขาเลือกไปหาเยว่ซินกุ้ยเฟย แทนการเข้าหอกับฮองเฮาผู้เป็นภรรยาตามความชอบธรรมเพื่อหยามเกียรติ เพื่อให้นางอับอายต่อหน้าทุกคนในวังหลัง เพื่อประกาศให้รู้ว่าอำนาจของเสนาบดีลู่ไม่มีวันผูกมัดพระองค์
ใช่… พระองค์ทำทุกอย่างเพื่อทำร้ายนางโดยที่นางไม่ได้กระทำผิดเลยแม้แต่น้อย
และทันใดนั้นเอง พระองค์ก็ได้ยินเสียงหัวใจของตนดังโครมราวจะฉีกขาด
หากคืนวันนั้นคือจุดเริ่มต้น… หากข้าปฏิบัติต่อนางดี ๆ นางจะยังแค้นถึงขั้นลงมือสังหารข้าหรือไม่?
ภาพปลายกระบี่คมกริบที่ผ่านลำคอ ภาพแววตาของนางตอนน้ำตาคลอ ภาพร่างของตนค่อย ๆ หมดลมหายใจ…
ทั้งหมดนั้นไม่ใช่เพียงแค่ฝันแน่นอน
มันชัดเจนเกินไป เจ็บปวดเกินไป ยาวนานเกินไป
ฮ่องเต้หลี่เซี่ยหยางขยับริมพระโอษฐ์อย่างสั่นระริก ความจริงเพียงหนึ่งเดียวผุดขึ้นในใจ
นี่ไม่ใช่ความฝัน… ข้าได้รับโอกาสกลับมาแก้ไขอดีต!
พระองค์กำมือแน่นจนสั่น แววตาที่เคยเย็นชาและอวดดี พลันแปรเปลี่ยนเป็นความหวาดกลัว ลังเล และมุ่งมั่นในเวลาเดียวกัน
ข้าจะไม่เดินซ้ำรอยเดิมอีก… ข้าจะไม่ให้จุดจบเดิมเกิดขึ้นซ้ำ!
“ฝ่าบาท! พระองค์จะเสด็จไปไหนเพคะ? ฝ่าบาท!” เสียงของเยว่ซินกุ้ยเฟยดังลั่นกลางดึก ขณะที่ฮ่องเต้หลี่เซี่ยหยางลุกพรวดจากเตียงแล้ววิ่งพรวดออกจากห้องบรรทมของนางไปอย่างไร้สาเหตุ
ผ้าม่านแพรสีขาวปลิวไสวตามแรงลมยามค่ำ เยว่ซินกุ้ยเฟยผุดลุกขึ้นนั่ง ดวงตากลมโตเต็มไปด้วยความสับสน
“เกิดอะไรกันขึ้นเนี่ย…” นางพึมพำ ทั้งงงทั้งหงุดหงิด เพราะไม่เข้าใจเลยสักนิดว่าทำไมพระสวามีที่เพิ่งฟื้นจากฝันร้าย ถึงต้องรีบวิ่งออกไปทันทีราวกับโดนปีศาจเข้าสิง
“มีอะไรหรือเพคะ กุ้ยเฟย?”
ซูหว่าน บ่าวรับใช้คนสนิทรีบวิ่งเข้ามา หลังได้ยินเสียงเอะอะตั้งแต่หน้าประตู นางก้มศีรษะอย่างนอบน้อม ก่อนเงยหน้าขึ้นมองอย่างเป็นกังวล
เยว่ซินกุ้ยเฟยขมวดคิ้ว “ฮ่องเต้… เสด็จออกไปแล้ว จู่ ๆ ก็ลุกขึ้นแล้ววิ่งออกจากห้อง! เจ้าจงตามไปดู ว่าพระองค์เสด็จไปที่ใดกันแน่”
“เจ้าค่ะ!”
ซูหว่านค้อมศีรษะอย่างเร่งรีบ ก่อนจะหมุนตัวกึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปโดยไม่กล้าเสียเวลาแม้เสี้ยวลมหายใจ
บานประตูห้องบรรทมเปิดออกพร้อมเสียงลมพัดแผ่ว… ในหัวของเยว่ซินกุ้ยเฟยยังเต็มไปด้วยคำถามไม่สิ้นสุด
นี่มันอะไรกันแน่… เพียงแค่ฝันร้ายต้องถึงขั้นตกใจจนเกือบเสียสติจนถึงเพียงนี้เลยหรือ?
และไม่นานนัก ซูหว่านก็รีบกลับมารายงานพร้อมลมหายใจหอบน้อย ๆ นางก้มโค้งต่ำอย่างหวาดหวั่น ท่าทางลังเลราวกับไม่กล้าพูด
“ฮ่องเต้… เสด็จไป…” เสียงของนางสั่นจนแทบไม่เป็นคำ กลัวว่าหากพูดออกไปจะทำให้กุ้ยเฟยพิโรธจนปาสิ่งของใส่นาง
เยว่ซินกุ้ยเฟยกัดฟัน ก่อนตวาดเสียงแหลมลั่นห้อง
“เจ้าอย่ามาอ้ำอึ้งให้ข้ารำคาญ! ฝ่าบาทเสด็จไปที่ใด ก็รีบพูดออกมามาเดี๋ยวนี้!”
ซูหว่านสะดุ้งเฮือก ก่อนค่อย ๆ เงยหน้าเอ่ยเสียงแผ่ว
“สะ… เสด็จไปตำหนักของพระองค์เอง… เพคะ”
คำพูดนั้นราวกับฟ้าผ่ากลางใจ เยว่ซินกุ้ยเฟยเบิกตาโพลง สีหน้าตกใจสลับกับความโกรธที่พุ่งขึ้นมาทันที
“อะไรนะ?! เจ้าหมายความว่าฝ่าบาท… เสด็จไปเรือนหอ ไปหาฮองเฮาอย่างนั้นหรือ?!”
ซูหว่านกัดริมฝีปากแน่นก่อนพยักหน้ารับ
“เพคะกุ้ยเฟย…”
เพียงเท่านั้น เยว่ซินกุ้ยเฟยก็ระเบิดอารมณ์ มือของนางปัดข้าวของบนโต๊ะจนตกกระจัดกระจายเสียงดังลั่น เครื่องลายครามแตกกระจายบนพื้น เศษกระเบื้องกลิ้งออกไปตามแรงเหวี่ยง
มือเรียวกำแน่นจนข้อขาวซีด ดวงตาเต็มไปด้วยไฟริษยาเดือดดาล
นี่มันเรื่องอะไรกัน?! ไหนพระองค์เคยบอกว่าพระองค์ทรงรังเกียจผู้ที่จะขึ้นมาเป็นฮองเฮาผู้นี้ ไม่ต้องการแม้จะพบหน้า ไหนบอกว่าจะทำให้นางนั้นอับอายและถูกเหยียดหยามไปทั่วทั้งวังหลัง!
แล้วเหตุใด เหตุใดวันนี้… คืนนี้… พระองค์จึงย้อนกลับไปหานาง?!
“ฮ่องเต้เสด็จ!” เสียงเรียกของเป่ากงกงดังขึ้นจากด้านนอกตำหนัก
ลู่เวยเหยา… ฮองเฮาผู้ผ่านพิธีอภิเษกสมรสมานานหลายชั่วยาม ยังคงนั่งนิ่งอยู่บนเตียงร่วมหอ นางไม่แม้แต่จะเอนกายนอนตั้งแต่ค่ำ เพราะรอ …รออย่างอดทน ทั้งที่รู้ว่าความหวังนั้นริบหรี่เพียงใด
ดวงตาคู่งามของนางแดงก่ำ หยาดน้ำตาเกาะขอบตาราวน้ำค้างเกาะปลายกลีบกุหลาบ
เวลายามอิ๋น ล่วงเข้าวันใหม่จนดึกสงัดเช่นนี้ ฮ่องเต้น่าจะใช้เวลาทั้งคืนกับกุ้ยเฟยอย่างที่ทุกคนรู้กันดี
หัวใจที่อ่อนล้าแทบแตกสลายไปแล้ว แต่ทันทีที่ได้ยินเสียงขันทีประกาศว่าฮ่องเต้เสด็จ ร่างบางก็สะดุ้งเล็กน้อย นางรีบเช็ดน้ำตาออกจากแก้มอย่างลนลาน กลัวว่าพระสวามีจะเห็นร่องรอยความอ่อนแอ
สีหน้านางพยายามเรียบสงบ แต่ความเจ็บปวดที่กดทับอยู่ในอกยังคงสั่นไหวไม่หยุด
คืนนี้… ฮ่องเต้เสด็จมาหานางจริง ๆ หรือ?
