บทนำ
ทว่าเมื่อฟ้าลิขิตให้ชะตาย้อนกลับ ฮ่องเต้ผู้ตายไปแล้วกลับฟื้นขึ้นอีกครา
คราวนี้ไม่ใช่เพื่อแก้แค้น... แต่เพื่อใช้ชีวิตอย่างระแวดระวังเมีย!
จากราชันผู้มีอำนาจเหนือแผ่นดิน กลับต้องสั่นสะท้านยามสบตาสตรีที่เคยเป็นของตน
เขาไม่รู้เลยว่า เบื้องหลังความร้ายกาจของนาง คือความจริงอันเจ็บลึกที่เขาไม่เคยรับรู้มาก่อน….
คำเตือน
เนื้อหาในนิยายเรื่องนี้เป็นเรื่องแต่งขึ้นจากจินตนาการของผู้เขียน บุคคล สถานที่ องค์กร และเหตุการณ์ที่ปรากฏ ไม่ได้มีอยู่จริงและไม่มีเจตนาพาดพิงถึงบุคคลใด หากมีความคล้ายคลึงกับบุคคลหรือเหตุการณ์จริง ถือเป็นความบังเอิญเท่านั้น
บท 1
เสียงฆ้องมงคลดังสามครา ก้องกังวานไปทั่วจวนมหาเสนาบดี เหล่าข้าทาสในเรือนใหญ่ต่างรีบคุกเข่าก้มหน้าอย่างพร้อมเพรียง เมื่อตัวแทนจากวังหลวงก้าวเข้าสู่ลานหน้าตำหนัก
ขันทีอาวุโสจากตำหนักไทเฮา “อี้กงกง” ในชุดแพรไหมสีทองเดินนำขบวน ในมือถือม้วนประกาศสีทอง ประดับตราพระราชลัญจกรงดงาม เสียงของเขาดังก้องกังวาน
“เมื่อฮ่องเต้น้อยเสด็จขึ้นครองราชย์ มีพระราชโองการจากไทเฮา โปรดเกล้าฯ ให้แต่งตั้ง ‘ลู่เวยเหยา’ บุตรีแห่งมหาเสนาบดีฝ่ายขวา ขึ้นดำรงตำแหน่งฮองเฮาแห่งแผ่นดิน และจะทรงประกอบพระราชพิธีอภิเษกสมรสอย่างเป็นทางการ เมื่อฮ่องเต้ทรงมีพระชนมายุครบยี่สิบพรรษา …จบราชโองการ!”
สิ้นเสียงขันที ทุกคนต่างคุกเข่าก้มกราบโดยพร้อมเพรียง เสียงลมหายใจเงียบงันไปชั่วขณะ มีเพียงหัวใจของมหาเสนาบดีลู่เหวินอู่เท่านั้นที่เต้นแรงไม่เป็นจังหวะ
“กระหม่อม ลู่เหวินอู่ ขอรับพระราชโองการ!”
เสียงทุ้มหนักของเขาดังกังวาน ลู่เหวินอู่ยกมือขึ้นสูงเหนือศีรษะอย่างนอบน้อม
ขันทีอี้กงกงก้าวเข้ามา ส่งม้วนประกาศทองให้อย่างสำรวม มือทั้งสองของมหาเสนาบดีสั่นเพียงเล็กน้อยเมื่อรับไว้ เพราะม้วนประกาศนี้เป็นเกียรติยศที่ใครต่อใครต่างหมายปอง
อี้กงกงยกยิ้มบาง “ยินดีกับท่านมหาเสนาบดีลู่ด้วยนะขอรับ… บุตรีของท่านจะได้เป็นฮองเฮาแห่งแผ่นดิน”
“ขอบใจท่านอี้กงกงมาก” ลู่เหวินอู่ตอบด้วยรอยยิ้มสงบสมฐานะ
เมื่อขบวนขันทีและผู้ถือราชโองการเตรียมกลับออกจากจวน มหาเสนาบดีลู่ก็ไม่ลืมส่งถาดของรางวัล ผ้าแพร น้ำชาหอม และทองคำแท่งเล็กตามธรรมเนียม
อี้กงกงรับไว้ด้วยท่าทางพอใจ ก่อนโค้งศีรษะเบา ๆ
“ท่านมหาเสนาบดี สมกับชื่อเสียงว่าเป็นผู้รู้กาลเทศะยิ่งนัก”
ขบวนขันทีค่อย ๆ เคลื่อนออกจากจวน ทิ้งไว้เพียงลานกว้างที่เงียบสงัด
สายลมพัดผ้าแพรบนศีรษะลู่เวยเหยาที่คุกเข่าอยู่เบื้องหลังผู้เป็นพ่อให้พลิ้วไหว เด็กสาวเงยหน้าขึ้นมองพระราชโองการในมือบิดา ดวงตาคู่นั้นสั่นระริก นางไม่รู้เลยว่า คำว่า “ฮองเฮาแห่งแผ่นดิน” ที่ได้ยินในวันนี้ จะกลายเป็นจุดเริ่มต้นของชะตาที่พลิกผันไปชั่วชีวิต
สิบปีผ่านไปราวสายลมพัดเปลี่ยนฤดูกาล วันเวลาที่เคยเชื่องช้ากลับล่วงเลยไปอย่างเงียบงัน จากเด็กสาวผู้เคยคุกเข่ารับราชโองการในลานจวน วันนี้ “ลู่เวยเหยา” ในวัยยี่สิบเอ็ดปี ได้สวมชุดเจ้าสาวสีแดงเข้ม ปักลายฟีนิกซ์ด้วยไหมทองระยิบระยับ
เสียงประโคมกลองมังกรดังกังวานไปทั่วเมือง ถนนทุกสาย ปูด้วยพรมแดงทอดยาวสู่ประตูวังหลวง ขบวนขันทีถือธงแพรโบกสะบัด พลธงข้างทางเปล่งเสียงถวายพระพรไม่ขาดสาย
ภายในเกี้ยวทองคำปิดม่านกำมะหยี่สีชาด ลู่เวยเหยานั่งนิ่ง ดวงตาคู่สวยทอดมองผ่านผ้าม่านโปร่ง เห็นเพียงเงาแผ่วของวังหลวงที่ค่อย ๆ ขยับใกล้เข้ามา หัวใจเต้นระรัวทั้งจากความตื่นเต้น… และความไม่แน่ใจในชะตาที่รออยู่
“ถึงเวลาแล้วเจ้าค่ะคุณหนู อีกไม่นานท่านก็จะได้เป็นฮองเฮาแล้ว” เสียงของบ่าวรับใช้คนสนิท เสี่ยวจู๋ เอ่ยขึ้นอย่างนุ่มนวล แฝงด้วยความตื่นเต้น และดีใจ
ลู่เวยเหยาเพียงแย้มยิ้มบาง ๆ ริมฝีปากแตะรอยยิ้มสงบสมกับชาติตระกูล ก่อนจะหันไปยังชายหนุ่มที่เดินอยู่ข้าง ๆ เกี้ยว …อู่เจี๋ย องครักษ์หนุ่มที่บิดานางเก็บมาเลี้ยงดู และมอบหมายให้คอยปกป้องนางมาตั้งแต่วัยเยาว์
“น่าเสียดายนัก… เจ้าคงไม่อาจตามข้าเข้าไปในวังได้” เสียงนางแผ่วเบาราวสายลม แต่เต็มไปด้วยความอาลัย
อู่เจี๋ยค้อมศีรษะ มือกำแน่นอย่างอดทนอดกลั้น
“นายท่านเมตตาจะช่วยให้ข้าเข้าสอบเป็นองครักษ์ในวังหลวง ข้าย่อมไม่ปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือ… ข้าจะต้องได้พบท่านอีกเป็นแน่”
ลู่เวยเหยาได้ยินดังนั้นก็คลี่ยิ้มกว้าง ดวงตาคู่งามสุกใสคล้ายประกายดาว
“เช่นนั้นก็ดียิ่ง ข้าจะรอเจ้าอยู่ในวังหลวงแห่งนั้น”
อู่เจี๋ยยิ้มตอบ แต่ในแววตานั้นกลับสั่นไหว เศร้าเจือด้วยความผูกพันที่ยากจะกล่าวคำลา
ท่ามกลางสายตานับร้อยที่จับจ้องด้วยความชื่นชม ลู่เวยเหยาก้าวเข้าสู่พิธีอภิเษกอันยิ่งใหญ่ เสียงฆ้องกลองดังกึกก้องสะท้อนทั่ววังหลวง กลีบดอกเหมยสีขาวโปรยปรายกลางอากาศราวหิมะตกในฤดูหนาว งดงามจนแทบหยุดลมหายใจ
และในวันนั้นเอง… นางได้ขึ้นเป็น ฮองเฮาแห่งแผ่นดิน อย่างสมพระเกียรติ
แต่เบื้องหลังรอยยิ้มที่งามสง่า โลกของนางหาได้สดใสอย่างที่ผู้คนเห็นไม่ เพราะบิดา “ลู่เหวินอู่” มหาเสนาบดีผู้กุมอำนาจครึ่งค่อนราชสำนัก ชื่อเสียงและอิทธิพลของเขายิ่งใหญ่จนผู้ใดก็ไม่กล้าทัดทาน
และนั่นเอง… คือเงามืดที่ปกคลุมชะตาชีวิตของลู่เวยเหยา
ฮ่องเต้หลี่เซี่ยหยาง พระสวามีของนาง ไม่ได้ทรงโปรดปราน ไม่แม้แต่จะเหลียวแล ทรงมองนางเป็นเพียง “หุ่นเชิดของเสนาบดีลู่” ผู้ถืออำนาจเหนือราชสำนัก ถึงขั้นปฏิเสธจะร่วมหอในคืนอภิเษกอันศักดิ์สิทธิ์นั้น
คืนที่ควรอบอวลด้วยกลิ่นบุปผา… กลับเงียบงันจนได้ยินเพียงเสียงลมหอบผ่านม่านแพรสีชาด…
“เฮือก!!”
เสียงสูดหายใจดังลั่นกลางความมืด ฮ่องเต้หลี่เซี่ยหยางสะดุ้งตื่น ดวงตาเบิกโพลงราวคนเพิ่งฟื้นจากความตาย เหงื่อเม็ดใหญ่ไหลอาบขมับ ใบหน้าซีดเผือดเต็มไปด้วยความสับสน
“นี่มันอะไรกัน… ข้า… ข้าตายไปแล้วมิใช่หรือ?” พระองค์พึมพำ น้ำเสียงสั่นพร่า
“ฝ่าบาท! พระองค์ทรงเป็นอะไรไปเพคะ?”
เสียงหวานของ เยว่ซินกุ้ยเฟย ดังขึ้น นางสะดุ้งตื่นจากการหลับใหล ใบหน้างามในชุดนอนสีขาวบางซีดเผือดด้วยความตกใจ นางรีบเอื้อมมือมาจับพระหัตถ์ของฮ่องเต้อย่างร้อนรน “ทรงพระทัยเย็นก่อนเพคะ…”
ฮ่องเต้หันขวับไปมองเยว่ซินกุ้ยเฟย ดวงตายังเต็มไปด้วยความหวาดผวา
“ฮองเฮา… ฮองเฮานางสังหารข้าแล้วมิใช่หรือ?”
พระองค์เอ่ยถามเสียงสั่น แม้ปลายเสียงยังเต็มไปด้วยความกลัวที่ยังไม่จางหาย
เยว่ซินกุ้ยเฟยถึงกับหลุดหัวเราะเบา ๆ ออกมา นางยกมือป้องปากคล้ายไม่อยากให้อาการนั้นดูไม่เหมาะสม
“ที่แท้พระองค์เพียงแค่ฝันไปเพคะ คืนนี้พระองค์เสด็จมาหาหม่อมฉัน ทั้งที่เป็นคืนอภิเษกกับฮองเฮา ไม่คิดเลยว่าจะทรงเก็บเรื่องนี้ไปฝันได้ถึงเพียงนี้” น้ำเสียงนางเจือความล้อเลียนบางเบา
แต่ฮ่องเต้ไม่ขยับ ไม่ตอบสนองรอยยิ้มนั้นเลยแม้แต่น้อย พระพักตร์ของพระองค์ยังคงซีดเผือด เหมือนยังติดค้างอยู่ในภาพความตายของตัวเอง
“ฝัน… หรือ?” พระองค์พึมพำเบา ๆ ประหนึ่งคนไม่แน่ใจ แม้แต่ลมหายใจก็ยังสั่น
ความฝันนั้นสมจริงจนแทบสัมผัสได้
เลือด
ความเจ็บปวด
ความหนาวเย็นของวินาทีสุดท้าย
ความอาฆาตในแววตาของนาง…
ไม่มีสิ่งใดที่ควรจะเป็นเพียงฝัน…
กระทั่งพระองค์พลันนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เมื่อครู่เจ้า… เจ้าบอกว่าอะไรนะ? คืนนี้คือคืนอภิเษกสมรสของข้ากับฮองเฮาหรือ?”
บทล่าสุด
#33 บทที่ 33 33. ได้เวลาเสวยพระโอสถแล้วเพคะ
อัปเดตล่าสุด: 10/20/2026#32 บทที่ 32 32. ทำตามรับสั่งของฮองเฮาเถิด
อัปเดตล่าสุด: 10/16/2026#31 บทที่ 31 31. มีศพอยู่ด้านหลังตำหนักของฮองเฮา
อัปเดตล่าสุด: 10/15/2026#30 บทที่ 30 30. เจ้าอย่าได้กังวลไป
อัปเดตล่าสุด: 10/14/2026#29 บทที่ 29 29. ไม่รักนางดังที่เคย
อัปเดตล่าสุด: 10/11/2026#28 บทที่ 28 28. เสียงพิณกู่ฉินของเยว่ซินกุ้ยเฟย
อัปเดตล่าสุด: 10/11/2026#27 บทที่ 27 27. รอยยิ้มงดงาม
อัปเดตล่าสุด: 10/10/2026#26 บทที่ 26 26. ชอบหรือไม่เพคะ
อัปเดตล่าสุด: 10/9/2026#25 บทที่ 25 25. รักนางหัวปักหัวปำ
อัปเดตล่าสุด: 10/8/2026#24 บทที่ 24 24. หุบปากของเจ้าไปเลย
อัปเดตล่าสุด: 10/8/2026
คุณอาจชอบ 😍
กรงรักจำนน
เขามีคนรักอยู่แล้ว ทว่าเพื่อย่า เขายอมแต่งงานปลอม ๆ กับเธอ และยอมทำทุกอย่างยกเว้น “อยู่ด้วยกันจริง ๆ”
เมื่อย่าเร่งรัดอยากได้หลาน เขาเสนอให้เธอตั้งครรภ์ด้วยสเปิร์มของคนอื่นเพื่อไม่ต้องแตะต้องกันสักนิด และนั่นคือวันที่หัวใจของเธอแตกละเอียด
จนกระทั่งแผนชั่วของใครบางคนทำให้เขาและเธอต้องนอนบนเตียงเดียวกันโดยไม่ตั้งใจ
และนั่น…ทำให้ชีวิตทุกคนพังครืน
เธอถูกใส่ร้าย ถูกขับไล่ ถูกเหยียบย่ำจนแทบไม่เหลือศักดิ์ศรี
เล่ห์รักซ่อนชู้
“ทำไมจะไม่เกี่ยว ธิชารู้เห็นเรื่องที่ไหมเขามีชู้ แล้วธิชาก็ปิดบังพี่เรื่องนี้…ทำให้พี่เป็นไอ้โง่ถูกไหมเขาสวมเขาให้ แล้วไหนจะลูกของไอ้ชู้นั่นที่ไหมเอามายัดเหยียดให้เป็นลูกของพี่อีก…เพราะฉะนั้นธิชาก็ลองมาปิดบังไหมเขาเรื่องที่เราเป็นชู้กันให้มิดละกัน…ไม่งั้นไหมเขาคงจะเสียใจน่าดู ถ้ารู้ว่าน้องสาวมาเป็นชู้กับผัวตัวเองแบบอย่างนี้..”
“พี่มันเลว…พี่มันชั่ว…ปล่อยนะคะ ธิชาไม่อยากจะให้คนเลวๆอย่างพี่มาแตะเนื้อต้องตัวธิชาอีก…”
“ด่าผัวตัวเองอย่างนี้น่ารักเลยนะ…สงสัยต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว…แต่พวกเขาจะสงสัยไหมว่าทำไมเราสองคนถึงได้ออกมานานแบบนี้…”
“พี่ไม่มีวันได้….อื้อ….อือ….อื้อ….ปึก เพี๊ยะ….อย่าทำแบบนี้กับธิชาอีกนะคะ ไม่งั้นอย่าหาว่าธิชาไม่เตือน”
“หึๆ…ชอบแบบตบจูบก็ไม่บอก งั้นเดี๋ยวพี่จัดให้ อยากตบพี่นักใช่ไหมหึ…จุ๊บ….อื้อ….อืม…อือ…”
พิษรักคุณหมอ
มนต์มีนาคือหญิงสาวที่ครอบครัวของพิชยะให้ความช่วยเหลือตอนเธอไร้ที่พึ่ง นอกจากนี้เธอยังเป็นเพื่อนสนิทของน้องสาวตัวแสบ
การได้อยู่ร่วมชายคากันทำให้เขาและเธอเกิดความชิดใกล้ จนอยู่มาวันหนึ่ง..เพื่อนของน้องสาวดันริจะมีแฟน เขี้ยวเล็บที่พิชยะซ่อนเอาไว้อย่างดีจึงค่อย ๆ งอกออกมา
เขารุกและอ่อยเธออย่างหนักจนหัวใจของมนต์มีนาอ่อนปวกเปียกเหลวเป็นวุ้น ยอมเป็นแมงเม่าโบยบินเข้าไปในกองไฟด้วยตัวเองสปอยล์เนื้อหาบางส่วน
“เฮียไม่ชอบให้มีนสนิทสนมกับผู้ชายคนอื่น หวง…เข้าใจไหม” เขากระซิบชิดริมหูของเธอ
"แต่เราสองคนไม่ได้เป็นอะไรกันนะคะ”
"ต้องเป็นก่อนใช่ไหมถึงจะหวงได้” สายตาที่มองลงมาเจิดจ้าลุกวาวชวนให้มนต์มีนาหนาวเยือกเย็นขึ้นมา ทั้งที่อุณหภูมิในห้องไม่ได้ส่งผลต่อร่างกาย
“ทำไมไม่ตอบล่ะ” เสียงของพิชยะใกล้เข้ามาลมหายใจร้อนผ่าวเจือกลิ่นเหล้ากรุ่นอยู่ข้างแก้ม แล้วฉวยโอกาสหนึ่งสอดแทรกลิ้นเข้ามาในโพรงปากแล้วบดเบียด ลิ้นอุ่นครูดสีไปกับเรียวลิ้นเล็กอย่างเนิบช้าแต่ไม่อ่อนโยน
โปรดระวัง คืนหมาหอน แต่จะเป็นหมาหรือหมอต้องดูดี ๆ
แอบรักรุ่นพี่ตัวร้าย
ภารกิจให้เป็นคู่เดทเป็นเวลา1อาทิตย์...
พันธะร้ายนายวิศวะ
"_" คนรัก ความรัก แฟน มันเป็นแบบไหนกัน เพราะฉันไม่เคยมีแฟน แค่....ข้ามขั้นไปเท่านั้นเอง
"พี่... เป็นคนพูดเองนะคะ ว่าอยู่มหาลัยห้ามทำตัวสนิท ห้ามทำเป็นรู้จักกัน จำไม่ได้เหรอ" รีนลดาพูดพร้อมกับเชิดหน้าใส่เขา อย่างท้าทาย
***********************
เรียวตะมองคนตรงหน้าอย่างใกล้ชิด พร้อมกับยื่นหน้าอันเหล่อเหลาของตนเข้ามาใกล้ๆ ใบหน้าหวานของเธอรีนลดา คนโดนล็อกมือเธอเอาไว้ คนตัวเล็กรู้สึกถึงลมหายใจอุ่นๆ ของเขา ทั้งสองใบหน้าห่างกันไม่ถึงคืบ รีนลดาพยายามจะขัดขืนแต่ก็ไม่เป็นผล
"ทำไมกลัวเหรอ ที่เมื่อกี้ยังปากเก่งว่าฉันเป็นหมา ไม่เห็นจะกลัว" เรียวตะกดน้ำเสียงที่ไม่น่าฟังนัก
" ตึก ตึก " คนตัวเล็กรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุ เธอไม่ชอบเลยที่เขาเข้าใกล้แบบนี้
เรียวตะยังคงโน้มหน้าคม เข้ามาใกล้จนแทบจะชิดกัน คนโดนกดตัวได้แต่หลับตาพริบๆ
"_" อย่าคิดจะอะไรบ้าๆนะพี่เรียวพูดเองว่ารีนใช่สเปกพี่ อย่าทำอะไรที่มันกลืนน้ำลายตัวเองนะคะ" รีนลดากลั้นใจพูดออกไป แม้ในใจแอบจะกลัวเขาบ้างก็เถอะ เธอรู้ว่าเรียวตะนั้นเกลียดขี้หน้าเธอมากขนาดไหน แต่ครั้งนี้รีนลดากลับคิดผิด
มลทินรักภรรยาไร้ค่า
เธอถูกส่งมาแทนที่พี่สาวในคืนแต่งงานพร้อมคำดูถูกว่าเป็นเพียง ภรรยาไร้ค่า
เขาแต่งงานเพื่อรักษาหน้าไม่เคยคิดจะรัก ไม่เคยคิดจะผูกพัน แต่เด็กในท้องของเธอ…
กลับกลายเป็นสายใยที่เขาตัดไม่ขาด
จากผู้ชายที่เย็นชาไร้หัวใจสู่พ่อที่กลัวแม้แต่จับลูกแรงเกินไปจากผู้หญิงที่ไม่เคยมีสิทธิ์เลือก
สู่คนที่ทั้งบ้านยอมรับว่าขาดไม่ได้
ลุ้นรัก เจ้าสาวใบสั่ง
โซ่สวาทร้อนรัก
“มันเรื่องของฉัน ตัวฉันของฉันนมก็นมของฉัน คุณไม่มีสิทธิ์มายุ่ง”
“ก็สิทธ์ของความเป็นผัวคนแรกของคุณไง นมคุณน่ะเป็นของผม ทั้งตัวคุณก็เป็นของผม...เข้าใจไหม? ”
คาเรน เซนโดริก อายุ 32 ปี
หนุ่มลูกครึ่งอเมริกา-อาหรับ ที่มีบุคลิกสุขุมเยือกเย็น เจ้าเล่ห์แสนกล และยังเป็นCEO บริษัทไอทีอินเตอร์เนชั่นกรุ๊ปชื่อดังในอเมริกาที่มีสาขาอยู่ทั่วโลก ในแต่ละวันจะมีสาวๆมาคอยปนเปรอสวาทให้เขาในทุกค่ำคืน และในที่สุดเขาก็จัดการเหยื่อสาวผิดคน เพราะคิดว่าเธอคือคนที่ลูกน้องหามา จึงใช้เงินปิดปากเธอให้จบเรื่อง แต่ใครจะคิดว่าเขาต้องมาเจอกับเธออีกครั้ง
ทับทิม รินลดา ชลวัตร อายุ 25 ปี
สาวแว่นช่างเพ้อ ที่มีความสามารถรอบด้าน พ่วงด้วยวาจาอันจัดจ้านไม่ยอมใคร จนถูกคัดเลือกให้ไปดูงานที่ดูไบ ต้องมาเปลี่ยนตัวเองให้กลายเป็นสาวสวยสุดมั่นสำหรับงานครั้งนี้ แต่พอไปถึงเธอกลับถูกซาตาน พรากพรหมจรรย์ไปตั้งแต่วันแรกที่ไปถึง และซาตานคนนั้นก็ดันเป็นเจ้าของบริษัทที่เธอทำงานอยู่ แล้วเธอจะทำอย่างไรต่อไปเมื่อต้องเจอกับเขาอีกครั้ง
So Bad เพื่อนสนิทร้ายซ่อนรัก
และยังแบล็คเมล์เพื่อให้เธอเป็นแค่คู่นอน!
คลั่งรักลูกหนี้
กลางวันเธอจึงต้องทำงานในไร่
ส่วนกลางคืน
เธอต้องทำงานบนเตียง
จนกว่าเจ้าของเงินกู้ก้อนใหญ่อย่างเขา
‘จะพอใจ’
ลวงรักคุณหมอคาสโนว่า
เรื่องราวของคุณหมอ "คาสโนว่าตัวพ่อ" ควงผู้หญิงเป็นว่าเล่น ปากดี งี่เง่า เอาแต่ใจตัวเองอย่าง "คณาธิป"
เมื่อมาพบกับกวางน้อยไร้เดียงสาแต่สู้คนอย่าง "ชมชนก" เด็กนักศึกษาคณะบริหารที่มาฝึกงานในโรงพยาบาลของเขา
เธอคอยส่งทั้งขนม กาแฟและมักจะเดินมาให้เขาเห็นบ่อย ๆ
แต่เขาไม่ค่อยชอบเธอเท่าไหร่เพราะไม่ต่างกับพวกโรคจิต
ไม่ว่าเขาจะทำอะไรกับผู้หญิงคนอื่นที่ห้องไหน
ทำไมต้องเจอกับเธอทุกทีสิน่า!!
** นิยายเรื่องนี้พระเอกเริ่มแรกไม่ใช่คนดีนะคะ ปากร้ายและเอาแต่ใจ
นิยายเป็นแนว 18+ มีฉากอีโรติกค่อนข้างละเอียด
ควรใช้วิจารณญาณในการเสพ
เด็กดื้อคนโปรด (ของมาเฟีย) BAD
หนุ่มหล่อ ลูกชายมาเฟียตระกูลใหญ่ผู้เย็นชาไร้ความรู้สึก เขาถูกผู้หญิงหลายคนตราหน้าว่าไร้หัวใจ ถึงอย่างนั้นเพราะความหล่อก็ยังมีผู้หญิงอีกมายมายที่พร้อมจะขึ้นเตียงกับเขา
แต่มีผู้หญิงเพียงคนเดียวที่เขารังเกียจและไม่อยากเจอหน้าถึงแม้เธอจะพยายามเท่าไรก็ไม่มีวันมีค่าในสายตาของเขา
“อยากเป็นเมียฉันมากไม่ใช่หรือไง ฉันกำลังจะสนองให้เธอเป็นอยู่นี่ไง แต่ไม่ใช่ในฐานะเมียแต่ง อย่าคิดหวังสูงเกินไป!!”
มิลิน
เธอถูกคนที่ตัวเองแอบรักมาตั้งแต่เด็กรังเกียจเพียงเพราะเขาคิดว่าแม่เธอคือเมียน้อยของพ่อเขา ถึงแม้เขาจะไม่สนใจใยดีอะไรเธอเลย แต่เธอก็ยังรักเขาหมดหัวใจ
ทั้งที่คิดว่าหากยอมยกร่างกายให้เขาแล้วจะได้ความรักกลับคืนมา แต่สุดท้ายก็ได้เพียงความเกลียดชัง













