บทที่ 11 Ep.11
ใบบุญออกไปหยิบของสักพักใหญ่ๆ ก็เดินกระฟัดกระเฟียดกลับเข้ามาทำให้มนัสยาที่นั่งทำงานอยู่อย่างตั้งใจต้องเงยหน้าขึ้นมองอย่างสงสัย ไม่รู้ว่าใบบุญไปกินรังแตนที่ไหนมา มนัสยากะพริบตาถี่มองใบบุญกำมือทุบผนังแรงๆ จนเธอต้องวางอุปกรณ์ในมือแล้วถอนใจแรงแล้วถามด้วยความสงสัย
“แกเป็นอะไรไปวะใบบุญ ใครทำให้โกรธขนาดนี้ฮะ”
“ก็หมอนั่นนะสิ ไม่เข้าใจเลยว่ามาอยู่ที่นี่ได้ยังไง”
“หา?! คุณรติภพนะเหรอ” มนัสยาร้องถามเสียงแหลม
“เออ มาอยู่แถวนี้แต่เช้าไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่” ใบบุญสบถบ่นอย่างหงุดหงิด
“แล้วเขาทำอะไรให้แกหงุดหงิดอีกล่ะ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยงขนาดนี้” มนัสยาถาม
“ก็...” ใบบุญเกือบพลั้งปากพูดแต่อายที่จะต้องอธิบายว่าเขาเสียดสีเธออย่างไรบ้าง
“ก็อะไร” มนัสยาถาม
“ก็...ไม่มีอะไรมาก แค่พูดยั่วโมโหฉันเท่านั้นแหละ” ใบบุญปัดไป
“แค่นี้เนี่ยนะ แกโมโหซะขนาดนี้ แกเคยใจเย็นกว่านี้นี่หว่า” มนัสยามองเพื่อนอย่างแปลกใจ
“ก็เออดิ แต่กับหมอนี่ฉันเย็นไม่ลงหรอก ทะลึ่ง กะล่อน ลามก บ้ากามสารพัด” ใบบุญทำหน้างอ
“ดูเหมือนเขาจะสนใจแกจริงๆ นะใบบุญ” มนัสยาเอ่ยจริงจัง
“ฉันว่าไม่ หมอนี่ต้องเป็นพวกโรคจิตชัวร์ แกเชื่อฉันซิ”
“ประสาท คนโรคจิตที่ไหนจะหล่อเร้าใจอย่างคุณภพ หน้าที่การงานกับฐานะเขาก็โคตรจะสมบูรณ์แบบเลยนะแก”
“อยากได้เหรอ” ใบบุญวางจานสีพร้อมหันมาเลิกคิ้วให้เพื่อน
“บ้าเหรอ เขาต่างหากที่อยากได้แกนะ ไม่อย่างนั้นเจอกันครั้งแรกจะส่อเจตนาโดยการลูบก้นแกเหรอ”
มนัสยาทำหน้าล้อเลียนเพื่อนก่อนที่จะรีบวางอุปกรณ์ในมือแล้ววิ่งหนี เมื่อเพื่อนสาวที่หน้าแดงวิ่งไล่ตีเธอราวกับทั้งคู่เป็นเด็กหญิงอายุไม่ถึงสิบอย่างไรอย่างนั้น
“ไอ้บ้ามีตางค์ ฉันจะฆ่าแก” ใบบุญขู่
“ฆ่าสัตว์ตัดชีวิตมันบาปนะยะ”
“แกก็บาป ในวัดวาอารามดันพูดทะลึ่ง ปากไม่มีหูรูด ไอ้เพื่อนบ้า”
มนัสยาหัวเราะร่า ขำเพื่อนที่กำลังวิ่งไล่ตีเธออย่างกับเด็กๆ ปลายเท้าที่กำลังวิ่งหนีเพื่อนสาวชะงักไปเล็กน้อยเมื่อเห็นรติภพเดินยิ้มร่าเข้ามาหาพวกเธอ
“สวัสดีครับ” รติภพส่งยิ้มให้สองสาว
“สวัสดีค่ะ คุณภพ ดิฉันเรียกคุณภพได้ใช่ไหมคะ” มนัสยายกมือไหว้ชายหนุ่ม
“ครับ” รติภพตอบรับมนัสยาแต่สายตามองไปทางคนตัวเล็กที่ทำหน้างอเมื่อเห็นเขาและเม้มปากไม่พูดไม่จาอย่างนึกขำ
“มนัสยาค่ะ คุณภพเรียกมีตางค์ก็ได้ค่ะ คราวก่อนไม่ทันได้แนะนำตัว” มนัสยาบอกรติภพ
“ชื่อคุณสองคนนี่น่ารักทั้งคู่เลยนะครับ ใบบุญ มีตางค์” รติภพทวน
“ไม่ได้น่ารักแต่ชื่อใช่ไหมล่ะคะ เพราะพวกเราน่ารักด้วย ไม่อย่างนั้นคุณภพคงไม่ตามมาถึงที่นี่” มนัสยาแซว
“ครับ น่าลัก...เอาไปเก็บไว้ในหัวใจของผม” รติภพยักคิ้วให้คนตัวเล็ก
“แหวะ ลิเก” ใบบุญทำท่าพะอืดพะอม
“ไม่ใช่ปลากัดนะครับ แค่มองตาแล้ว...จะท้องได้” รติภพทำปากจู๋พร้อมดวงตาวาวส่งให้ใบบุญ
“ไอ้บ้า โรคจิต”
มนัสยาหัวเราะขำเพื่อนสาวที่ตวาดใส่รติภพด้วยความโมโหก่อนจะเดินจากไป ทิ้งเธอไว้กับหนุ่มทะเล้นเพียงลำพัง เธอยิ้มให้ชายหนุ่มน้อยๆ พลางถามอย่างตรงไปตรงมา
“คุณภพชอบใบบุญเหรอคะ” มนัสยาถามหนุ่มรุ่นพี่
“ครับ เธอน่ารักดี” รติภพรับ
“ไม่น่าเชื่อเลยนะคะว่า คุณภพจะตกหลุมรักใบบุญแบบรักแรกพบได้อย่างนี้”
“เพื่อนของคุณมีคนรักหรือยังครับ” รติภพหันมาถาม
“ทำไมคะ ถ้ามีคุณภพจะยอมแพ้อย่างนั้นเหรอ” คิ้วเรียวสวยเลิกขึ้น เธอมองสบตาคนตรงหน้าด้วยแววตาท้าทาย
“ไม่มีทางครับ ต่อให้มีจริงผมก็ไม่ยอมแพ้ง่ายๆ แน่”
“เชื่อค่ะ ก็คุณภพเข้าทางน้านพ น้าบัวขนาดนั้น” มนัสยายิ้มมุมปาก
“ฮึๆ ไม่รู้ว่าคุณสองคนจะให้เกียรติไปทานอาหารกลางวันกับผมได้ไหม” รติภพกล่าว
“มีตางค์น่ะไม่มีปัญหาเลยค่ะคุณภพ แต่แม่นั่นน่ะ เดี๋ยวมีตางค์ลากไปเองไม่ต้องห่วง” มนัสยาหันมาหลิ่วตาให้รติภพ
รติภพก็ขอตัวกลับหลังนัดหมายกันเรียบร้อยก่อนจะเดินไปหาหญิงสาวอีกคนที่กำลังตั้งใจกับการเก็บลายละเอียดบนฝาผนัง ดูเหมือนเธอจะจดจ่อสมาธิอยู่กับลวดลายเทพพนมบนกำแพงจนกระทั่งไม่รู้ตัวเมื่อเขาเดินเข้ามายืนมองการทำงานของเธอใกล้ ๆ ก็ตาม
“อะแฮ้ม” รติภพกระแอมกระไอ
“อะไรติดคอไม่ทราบ”
“สงสัยจะหัวใจของคุณ”รติภพยิ้มพร้อมยักคิ้วให้
“นี่คุณ อย่ามากวนสมาธิฉันได้ไหม”
“ได้ครับ ผมก็ตั้งใจมาบอกคุณว่าผมจะกลับแล้วแค่นั้นเอง”
“ก็ไปสิ ฉันไม่ได้ล่ามคุณไว้สักหน่อย”
“เอ๊ะ จริงเหรอ ทำไมผมรู้สึกเหมือนหัวใจของผมโดนคุณล่ามไว้ใกล้ ๆใจคุณ ยังไงไม่รู้สิ”
“ทุเรศ ลิเกหลงโรงหรือไงคุณน่ะ”
“ฮึ ฮึ ผมไปดีกว่าแล้วเจอกันใหม่นะจ๊ะหนูใบบุญที่รัก” รติภพยิ้มหวานส่งให้พร้อมยักคิ้วก่อนจะหันเดินจากไป
“ประสาท” ใบบุญบ่นพร้อมหันกลับมาสนใจงานของเธอต่อ
