บทที่ 12 Ep.12

หลังจากชายหนุ่มกลับไป เธอกับใบบุญก็สามารถทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ้น งานของพวกเธอต้องอาศัยสมาธิสูง ไม่อย่างนั้นอาจทำให้รูปที่เธอแต่งแต้มผิดเพี้ยนจากเดิมได้ เธอแค่ซ่อมแซมให้งานศิลป์คงความเหมือนเดิมอย่างที่ช่างวาดในสมัยโบราณทำไว้ ไม่ได้ต้องการเพิ่มเติมอะไรใหม่ จึงต้องเก็บรายละเอียดทุกอย่างให้คงความสมบูรณ์

            “ไปกินข้าวกันเถอะใบบุญ” มนัสยาวางจานสีพร้อมพู่กันในมือลง

            “อื้ม ไปสิ กินแถวหน้าวัดนี่แหละเนอะ” ใบบุญวางอุปกรณ์เช่นกัน

            “ไม่เอาอะ ฉันอยากกินกุ้งแม่น้ำอะ”มนัสยายักคิ้วให้เพื่อน

            “แพงจะตาย กินอะไรถูกๆ ดีกว่า” ใบบุญปฏิเสธ

            “เออน่า ฉันไม่ให้แกออกตังค์สักหน่อย ไปนะ ฉันอยากกิน” มนัสยาไม่สนใจคำปฏิเสธ เธอลากมือเพื่อนสาวเดินทันที

            “มีเพื่อนรวยนี่ก็ดีเหมือนกันนะนี่” ใบบุญส่ายหัว

            “ไปเถอะ บ่นอยู่ได้แกนี่” มนัสยาค้อนเพื่อนวงโต

มนัสยาพาเพื่อนรักมายังตลาดที่ขึ้นชื่อเรื่องอาหารสดของจังหวัด ซึ่งมีทั้งกุ้งแม่น้ำตัวโตๆ ปลาแม่น้ำตัวใหญ่ที่มีผู้คนนิยมแวะเวียนมาซื้อหากลับบ้านมากมาย และที่นี่ก็เปิดเป็นร้านอาหารซึ่งบริการนำปลาและกุ้งที่ขายหน้าร้านไปปรุงสุกให้ลูกค้าที่ไม่นิยมซื้อกุ้งปลาสดๆ ที่ยังมีชีวิตกลับบ้าน แต่ต้องการนั่งรับประทานที่ร้านมากกว่า

            “ร้านนี่แหละแก อร่อยสุดๆ” มนัสยายักคิ้ว

            “ฉันเห็นแกบอกอร่อยทุกร้านตั้งแต่มาอยู่ที่นี่นะ”

            “ก็จริงนิ อยุธยานี่มีร้านอาหารอร่อยๆ เยอะแยะไปหมด เยอะไม่แพ้วัดที่มีทั่วเมืองเลยแหละ แกว่าไหม”

            “อืม ฉันไม่เถียงแกหรอกเรื่องนี้” ใบบุญส่ายหัว

            มนัสยาตัวเล็กก็จริง แต่เรื่องกินเก่งนี่ขึ้นชื่อทีเดียว ในกลุ่มเพื่อนๆ ไม่มีใครไม่รู้ว่าเเธอคนนี้กินเก่งมากแค่ไหน มีครั้งหนึ่งที่เพื่อนชายในกลุ่มท้ากินพิซซาแข่งกับมนัสยาแล้วต้องแพ้เพื่อนสาว ที่กินพิซซาได้ทีเดียวห้าถาดใหญ่ ส่วนเพื่อนชายเพียงแค่สี่ถาดกับอีกสองชิ้นก็ถึงกับอาเจียน เลยต้องเป็นคนออกค่าพิซซาทั้งหมด แถมเสียเงินพนันให้มนัสยาอีกต่างหาก

            มนัสยาจูงมือเพื่อนสาวเข้าไปภายในร้าน สอดส่ายสายตาหาคนที่นัดไว้พร้อมกับส่งยิ้มจนดวงตาพราวระยับเมื่อชายหนุ่มโบกมือเรียกเธอ เธอโบกมือตอบ โดยมืออีกข้างยังไม่ยอมปล่อยมือบางของเพื่อนสาว

            “แกนัดเขาไว้เหรอ” ใบบุญขืนตัว

            “เออ ไปเร็ว”

            “ทำไมแกไม่บอกฉันก่อน”

            “บอกแกก็ไม่มาสิ ฉันหาคนเลี้ยงกุ้งเผาอยู่ เรื่องอะไรจะบอกแก”

            “ไอ้ตะกละ ขายเพื่อนเพื่อของกินเนี่ยนะ”

            “ก็แกกินไม่ได้นี่หว่า”

            “ทุเรศ”

            “แต่ไม่แน่นะ บางทีคุณภพอาจอยากกินแกมากกว่ากุ้งพวกนั้น”

            “ไอ้ทุเรศ ฉันไม่น่าคบแกเลยจริงๆ” ใบบุญบ่นพร้อมใบหน้าที่บึ้งตึง

            “ช่วยไม่ได้ แกอยากหลงหน้าสวยๆ ของฉันเองนี่หว่า”

            “โห ยกหางตัวเองก็ได้โว้ย” ใบบุญตบบ่าเพื่อนแรงๆ

            มนัสยาลากเพื่อนมาจนถึงโต๊ะที่รติภพนั่งอยู่ก่อน พร้อมจับเพื่อนสาวกดให้นั่งฝั่งตรงข้ามรติภพ ส่วนตัวเองนั่งถัดมา เธอส่งยิ้มให้รติภพก่อนจะรับเมนูอาหารที่พนักงานยื่นให้พร้อมสั่งอาหารหลายอย่าง ส่วนใบบุญได้แต่นั่งหน้างอ ปล่อยให้เป็นหน้าที่เพื่อนสั่งอาหารไปลำพัง

            “คุณภพไม่ว่านะคะ มีตางค์สั่งซะหลายอย่างเลย”

            “ตามสบายครับ ใบบุญไม่เห็นสั่งอะไรเลย” รติภพหันมาถาม

            “ไอ้นี่มันลิ้นจระเข้ค่ะคุณภพ อะไรมันก็กินได้ทั้งนั้นแหละ” มนัสยากระซิบกระซาบ

            “ใครจะเรื่องมากอย่างแกล่ะ กินอะไรทีต้องคิดล่วงหน้าสองวัน ถ้าฉันเป็นมี้นะ ฉันจะปล่อยให้แกอดตายตั้งแต่เด็กเลย”

            “มันหมายถึงแม่ของมีตางค์นะคุณภพ มีตางค์เรียกมี้” มนัสยาหันไปอธิบายให้รติภพฟัง

            “คุณสองคนดูสนิทกันจังนะครับ”

            “แน่นอนค่ะ นังนี่ หมายถึงใบบุญนะคะ กับมีตางค์คบกันตั้งแต่ปีหนึ่ง มาทำงานด้วยกันอีกเลยสนิทกันเข้าไปใหญ่”

            “ฮึๆ”

รติภพขำเมื่อเห็นเพื่อนสาวที่มนัสยาบอกว่าสนิททำปากเจริญภาวนาใส่เธอพร้อมมือที่ดูเหมือนจะหยิกเพื่อนด้วยเพราะท่าทางที่มนัสยาทำหน้าราวกับเจ็บพร้อมปัดมือคนตัวเล็กแล้วถลึงตาใส่นั่น

            ส่วนใหญ่จะเป็นเสียงพูดคุยของรติภพกับมนัสยา ส่วนคนตัวเล็กถ้าไม่โดนถามก็นั่งกินแบบเรื่อย ๆ ไปไม่ยอมสบตาชายหนุ่มเสียด้วยซ้ำ มีแต่รติภพที่ขยันส่งสายตาหวานเชื่อมให้เธอจนมนัสยาอดขำไม่ได้ที่เพื่อนของเธอแกล้งไม่สนใจคนตรงหน้าแต่เขากลับไม่ยอมแพ้ ขยันตักนั่นนี่ส่งให้เพื่อนของเธอที่ถลึงตาดุใส่ชายหนุ่มเมื่อดูเหมือนเขาจะแอบแกล้งเธอเมื่อเห็นเธอเขี่ยอาหารที่เขาตักใส่จานให้  เขาก็ยังตักใส่จนแทบจะพูนจาน

            “นี่พอได้แล้วฉันกินไม่หมดหรอกนะ”

            “อ้าวไม่รู้เหรอเห็นนั่งกินเงียบกริบ นึกว่าหิวมาก” รติภพถาม

            “นี่ถามจริงเถอะ คุณอายุเท่าไหร่กันนี่ ทำตัวอย่างกับเด็ก ๆ”

            “อยากรู้ต้องจดทะเบียนกับผมสิ  ผมจะยื่นบัตรประชาชนส่งให้เลย”

            “ประสาท”

บทก่อนหน้า
บทถัดไป