บทที่ 13 Ep.13
ใบบุญส่งค้อนให้คนกระล่อน เธอไม่เคยชอบผู้ชายที่ทำตัวกระล่อน ปากว่ามือถึง เจ้าชู้เลยสักคน แต่ดูเหมือนคนตรงหน้าจะรวบรวมสิ่งที่เธอไม่ชอบไว้ได้ครบถ้วน เจอกันวันแรกก็ทำให้เธอแทบโดดหนีไม่ทัน เธอยังโชคร้ายได้เจอกับเขาอีกแถมยังตีสนิทกับบิดามารดาของเธอจนเข้าออกบ้านของเธอได้ราวเป็นเรื่องปกติเสียด้วย ไม่รู้ชาติก่อนเธอทำเวรทำกรรมอะไรไว้ ทั้ง ๆ ที่ชาตินี้เธอสาบานได้ว่าไม่เคยสร้างบาปกรรมกับใครเลย
กำลังกินเพลินคุยเพลินเสียงโทรศัพท์ในกระเป๋าของมนัสยาก็ส่งเสียงดังขึ้น ทำให้เธอชะงักมือที่กำลังจะตักอาหารเข้าปากและวางช้อนเพื่อควานหาเครื่องมือสื่อสารในกระเป๋า เธอหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดรับสายท่ามกลางสายตาสนใจของเพื่อนร่วมโต๊ะ
“อะไรนะคะ” มนัสยาร้องถามปลายสายเสียงตระหนก ใบหน้าสวยซีดเผือดลงจนสังเกตเห็น ทำให้รติภพและใบบุญพลอยฟังบทสนทนาของเธอด้วยความสงสัย ดวงตาสองคู่ทอดมองตรงมาที่เธอ และรอฟังว่าเกิดเหตุอันใดขึ้นจึงทำให้คนร่าเริงอย่างมนัสยาถึงกับหน้าซีดเสียงสั่นได้อย่างนี้
“เกิดอะไรขึ้นมีตางค์” ใบบุญเขย่าแขนเพื่อนสาวด้วยความเป็นห่วง
“มี้โทร. มาใบบุญ ป๊าฉันอยู่โรงพยาบาล ฉันจะกลับบ้านอะ” มนัสยาตอบรัว ทั้งๆ ที่หน้ายังคงซีดเผือด
“ไปวันนี้เลยเหรอ”
“เออ ไปเดี๋ยวนี้เลย แกลางานให้ฉันด้วยนะ คุณภพคะ มีตางค์ฝากใบบุญด้วยนะคะ”
มนัสยาลุกขึ้นด้วยความร้อนใจ รีบหยิบกระเป๋าสะพายคล้องบ่าก่อนจะหันไปมองรติภพ พลางเอ่ยปากฝากฝังเพื่อนสาวให้กลับพร้อมชายหนุ่ม แล้วจึงหันไปทางใบบุญก่อนจะเอ่ยกับเพื่อนอีกสองสามคำ จากนั้นก็วิ่งตรงดิ่งไปยังรถตัวเอง ทิ้งทุกอย่างทันที เพราะใจตอนนี้อยู่ที่จังหวัดพิษณุโลกแล้วด้วยซ้ำ
ใบบุญมองตามหลังเพื่อนสาวอย่างเป็นห่วง ทั้งห่วงตัวเองและเพื่อนในคราวเดียว แต่จะให้เธอเดินทางไปเป็นเพื่อนมนัสยากลับพิษณุโลกก็ไม่ได้ เพราะงานที่ยังวางคาอยู่ไม่ได้เก็บ และที่เธอห่วงตัวเองก็ในเมื่อมนัสยาไม่อยู่เธอก็ต้องอยู่คนเดียวในบ้านพัก
“ถ้ามีตางค์ไม่อยู่แล้วคุณก็ต้องอยู่คนเดียวสิ ใบบุญ”
“อื้อ ฉันก็คงลากลับบ้านแล้วค่อยมาพร้อมกันตอนมีตางค์กลับมาแล้วนะ”
“งั้นเหรอ” รติภพเลิกคิ้วมองหน้าคนตัวเล็ก
“ใช่ ฉันไม่กล้าอยู่คนเดียวหรอก” ใบบุญตอบ
“ดีแล้วหละ งั้นกลับพร้อมผมละกัน ผมจะไปส่งที่บ้าน”
“ไม่รบกวนคุณดีกว่า ฉันกลับเองได้” ใบบุญปฏิเสธ
“แค่กรุงเทพฯ ใกล้ ๆ คุณก็ไม่กล้ากลับพร้อมผมเลยหรือไงหือ”
“ก็ฉันไม่ไว้ใจคุณนี่ คุณมันกระล่อน โรคจิต”
“อ้าว ใส่ร้าย ผมนะสุภาพบุรุษขนานแท้ครับคุณผู้หญิง” รติภพค้อนให้ใบบุญอย่างน่าหมั่นไส้
“อย่างคุณนะสุภาพบุหลุดนะซิ ฉันกลับเองปลอดภัยกว่า”
“ไม่รู้หละ ผมจะไปส่งคุณเอง ถ้าดื้อผมก็ฉุด”
“เฮ้ย บ้าหรือเปล่านี่” ใบบุญหงุดหงิดเพราะรติภพมีลูกบ้ามากกว่าที่เธอคิด และเธอจำเป็นต้องอาศัยให้เขาพาไปส่ง
“ไปครับคุณผู้หญิง คุณจะได้กลับไปเก็บของที่บ้านพัก แล้วเราจะได้กลับบ้านกัน” รติภพคว้าข้อมือหญิงสาวอย่างถือวิสาสะ
“นี่คุณ...ไม่ต้องจับมือก็ได้ ฉันเดินเองได้น่า” ใบบุญสะบัดข้อมือแรง
“จับนิดจับหน่อย ทองบนตัวคุณไม่หลุดหรอกน่า” รติภพค่อนขอดคนหวงตัว
“อยู่ห่างจากคุณได้มากเท่าไหร่ ฉันก็ยิ่งรู้สึกปลอดภัยมากเท่านั้น” ใบบุญมองค้อนแล้วเดินเร็วๆ ไปทางที่เห็นจอดรถจนเจ้าของรถยิ้มขันเมื่อเขาปลดล็อกประตูเธอก็ขึ้นไปนั่งในรถโดยไม่รอให้เขาเดินมาเปิดประตูให้
ใบบุญให้รติภพพาเธอมาส่งที่วัด เก็บอุปกรณ์เครื่องมือเพื่อเตรียมตัวเดินทางกลับบ้านหลังโทร.ลางานหนึ่งสัปดาห์กับหัวหน้าให้ตัวเองและมนัสยา เดิมทีเดียวตั้งใจจะกลับบ้านบ้านพรุ่งนี้ แต่ใบบุญเปลี่ยนใจเมื่อกลับถึงที่พักและพบว่าภากรมาดักรอพบตน
“สวัสดีจ้ะใบบุญ” ภากร หัวหน้าฝ่ายศิลป์เจ้านายโดยตรงของสองสาวเอ่ยทักทาย
“สวัสดีค่ะคุณกร ไม่คิดว่าคุณกรจะมาหาทั้งที่นี่ก็เย็นแล้วนะคะ” ใบบุญยกมือไหว้พร้อมยิ้มแหย ๆ
“พอรู้ข่าวว่าคุณต้องอยู่คนเดียว ผมก็อดเป็นห่วงไม่ได้ต้องรีบมาอยู่เป็นเพื่อนคุณ” ภากรมองตาหวานใส่ใบบุญ
“แฮ้ม”
เสียงกระแอมของรติภพทำให้ใบบุญหันมามองอย่างนึกทางหนีทีไล่ออกทันทีว่าจะหนีสถานการณ์ชวนอึดอัดนี้ยังไง “คุณกรค่ะ นี่คุณรติภพค่ะ พอดีคุณภพมารับดิฉันกลับบ้านวันนี้พอดีค่ะ”
“สวัสดีครับ” รติภพส่งมือออกไปทักทายคนตรงหน้า เพิ่งทราบว่าอีกฝ่ายเป็นเจ้านายของสองสาว
“สวัสดีครับ”
ภากรยื่นมือออกไปสัมผัสตอบพลางทำหน้านิ่วหลังถูกคนตัวโตบีบมือแน่นทั้งที่สีหน้าแย้มยิ้มให้เหมือนทุกอย่างเป็นเรื่องปกติ
“นี่คุณ ปล่อยได้แล้ว” ใบบุญกระตุกแขนรติภพพร้อมกระซิบดุให้เขาปล่อยมือภากรที่ยืนหน้านิ่วเหยเกอยู่
“อ๊ะ ขอโทษครับ ลืมตัวไปนิดหนึ่ง” รติภพยิ้มหน้าเป็นส่งให้ภากร
“ครับ” พอมือเป็นอิสระ ภากรก็สะบัดมือเบาๆ
ใบบุญปรายตามองค้อนรติภพแล้วเดินเร็วกลับขึ้นเรือนปล่อยให้เขาอยู่คุยกับภากรบริเวณโต๊ะหินที่วางอยู่ใต้ต้นมะม่วงหน้าบ้านที่เธอกับมีตางค์ถูกใจมาก เพราะใช้เป็นที่นั่งพักผ่อนยามเย็นกันประจำ
