บทที่ 14 Ep.14
“ไม่ทราบว่าคุณรติภพรู้จักใบบุญนานแล้วเหรอครับ” ภากรถาม
“ครับ เธอเป็นคู่หมั้นของผมตั้งแต่เด็ก” รติภพอำหน้าตาเฉย
“อะไรนะครับ” ภากรตกใจหน้าซีดไปนิดหนึ่งเมื่อทราบว่าหญิงสาวที่หมายปองมีคู่หมั่นรูปหล่ออยู่แล้ว
“ครับ พอดีพ่อแม่ของตัวเล็กกับพ่อแม่ผมเป็นเพื่อนกัน พวกเราเลยหมั้นกันแบบไม่เป็นทางการมาแต่เด็กแล้วครับ”
“ใบบุญไม่เคยพูดเรื่องนี้กับผมมาก่อนเลย” ภากรรำพัน
“ตัวเล็กคงรอให้มีงานหมั้นอย่างเป็นทางการก่อนมังครับถึงจะแจ้งให้ทราบ”
รติภพเอ่ยสีหน้าเฉยเมิยเพราะดูออกว่าคนตรงหน้าแอบให้ความสนใจใบบุญ แม่ตัวเล็กเจ้าเสน่ห์ของเขาและเรื่องอะไรเขาจะปล่อยให้หมอนี่มีความหวัง เมื่อคนทั้งคู่ทำงานใกล้ชิดกันเขาก็ต้องวางแผนกันท่าหมอนี่ไว้ก่อน แล้วดูหน้าตาเผือดของคนตรงหน้าสิ ตลกสิ้นดี รติภพดวงตาพราวด้วยรอยขำ
“คุยอะไรกันอยู่คะ” ใบบุญถามอย่างสงสัย ก็คนหนึ่งหน้าตาซีดเผือด แต่อีกคนกับพราวไปด้วยรอยขบขัน
“ไม่มีอะไรจ้ะ พี่ว่าเรารีบกลับกันดีกว่า เดี๋ยวน้าบัวน้านพจะเป็นห่วง” รติภพคว้ากระเป๋าใบเล็กของใบบุญมาถือเอง
“งั้นดิฉันขอตัวก่อนนะคะคุณกร” ใบบุญหันมากล่าวลาภากรพร้อมทำความเคารพเจ้านาย
“ไปก่อนครับคุณภากร โอกาสหน้าพบกันใหม่นะครับ”
“ครับ” ภากรเอ่ยเสียงหม่น แววตาเสียดายทอดมองตามหลังใบบุญกับรติภพไปอย่างผิดหวัง
รติภพอมยิ้มมองคนหน้าบึ้งที่เหมือนโดนบังคับให้มาพร้อมเขาอย่างจำยอม เขารู้ว่าความจริงวันนี้ถ้านายภากรเจ้านายของเธอไม่มาหาเธอที่บ้านพัก เธอคงไม่มีทางกลับพร้อมเขาแน่ ๆ
“นี่ตัวเล็ก นั่งหน้าบึ้งนาน ๆ ระวังจะหน้าแก่ก่อนวัยนะ” รติภพเย้า
“เรื่องของฉัน” ใบบุญหันมาทำหน้างอใส่คนตัวโต
“หึๆ”
รติภพขำใบบุญ ส่ายหัวเบาๆ ด้วยความระอาคนดื้อที่ทำหน้าบึ้งไม่แสดงความสนใจเขาและเมินสายตามองข้างทางเฉยเมยกระทั่งเขาพาเธอเลี้ยวออกมาทางถนนสายเลี่ยงเมืองซึ่งจะตัดผ่านจังหวัดปทุมธานี เส้นทางรองทำให้มีรถสัญจรไปมาค่อนข้างน้อยต่างกับทางหลักที่เป็นถนนสายเอเชียซึ่งมีการจราจรหนาแน่นโดยเฉพาะในช่วงเวลาเลิกงานเช่นนี้ เขาจึงเลี่ยงมาใช้เส้นทางรองแทน แต่คนหวาดระแวงอย่างใบบุญหันรีหันขวาหลังสังเกตุว่าเขาใช้เส้นทางที่เธอไม่คุ้นชินจึงหันไปถามคนข้างๆ ด้วยน้ำเสียงดุดัน
“นี่คุณจะพาฉันไปไหน” ใบบุญร่นตัวชิดประตูอย่างระวัง
“ผมไม่พาคุณไปขายหรอกน่าตัวเล็ก นี่มันทางเลี่ยงเมือง วันธรรมดาแบบนี้ขืนกลับทางหลักก็เจอรถติดนะสิ”
“แน่นะ”
“หึๆ ถ้าคุณไม่ใช่ลูกสาวน้านพกับน้าบัว ก็ไม่แน่เหมือนกันตัวเล็ก”
“ฉันไม่น่ากลับพร้อมคุณเลยให้ตายสิ” ใบบุญหงุดหงิด แต่ก็ยังคงมองทางอย่างระแวงนิด ๆ
รติภพอมยิ้มและยังเดินทางต่อกระทั่งเกิดความผิดปกติกับเครื่องยนต์ที่เขาและเธอรู้สึกได้ ใบบุญมองหน้าเขาเมื่อเขาชะลอรถจอดข้างทางและลงไปเปิดฝากระโปรงรถเพื่อตรวจสอบว่าเกิดอะไรขึ้นอย่างไม่ทันสังเกตถึงความบังเอิญเมื่อรถเจ้ากรรมเจาะจงต้องมาเสียอยู่ตรงหน้าสถานที่แห่งนี้พอดิบพอดี
“เฮ้ย” ใบบุญอุทานเสียงตระหนก
“อะไรเล่า”
“ก็นายมาจอดอะไรตรงนี้เล่า”
ใบบุญหมายถึงหน้าโรงแรมม่านรูดที่รถงชายหนุ่มเกิดมาเสียได้เหมาะเจาะ ซ้ำร้ายรอบบริเวณก็ไม่มีสถานที่อื่นใกล้เคียงพอจะให้เธอได้ไปหลบอาศัยให้ห่างไกลสถานที่นี้ได้เลย
“อ้าวก็รถมันเสียตรงนี้พอดีนี่นะ คุณก็เห็นว่าผมไม่ได้แกล้ง”
“โอ๊ยทำไมฉันต้องซวยแบบนี้ด้วยนะ” ใบบุญหงุดหงิด
“นี่ก็ค่ำแล้วด้วย ทำไงดีนะ” รติภพแกล้งถอนหายใจ
“คุณก็รีบดู ๆ เข้าซิ” ใบบุญเร่ง
“ผมซ่อมเป็นที่ไหนเล่า” รติภพตอบ
“อะไรนะ นี่คุณซ่อมไม่เป็นเหรอ แล้วทำไมก่อนเอามาขับไม่ตรวจเช็คสภาพมันก่อนเล่า” ใบบุญหงุดหงิด
“นี่มันรถน้องสาวผม ผมจะไปรู้เหรอว่ามันจะเกเรแบบนี้”
“ก็เพราะคุณมันมักง่ายไง ไม่ยอมตรวจสภาพรถให้ดีก่อนเอามาขับ”
“แล้วจะยืนบ่นแบบนี้หรือไง”
“จะให้ฉันทำยังไงล่ะ” เธอชักสีหน้าบ่นอุบอิบ หงุดหงิดอารมณ์เสีย
“ก็เข้าไปพักค้างในโรงแรมนี้ก่อน พรุ่งนี้ค่อยตามช่างมาดู”
“เฮ้ย! ได้ยังไง ฉันไม่นอนที่แบบนี้หรอก”
“แล้วจะนอนในรถหรือไง อันตรายนะจะบอกให้ คุณไม่นอนผมนอนคนเดียวก็ได้” รติภพทำท่าจะเดินเข้าไปข้างใน
“นี่นายจะทิ้งฉันไว้คนเดียวไม่ได้นะ” ใบบุญรั้งแขนเขาไว้พร้อมกับขึงตาดุมองเขาอย่างหงุดหงิด
“ก็บอกให้เข้าไปด้วยกันไง ขืนยืนตรงนี้นาน ๆ คงมีคนคิดว่าคุณเป็นอย่างว่าแน่ ๆ เผลอ ๆ อาจมีใครมาติดต่อคุณก็ได้นะ”
“ไอ้...ไอ้บ้า ปากเสีย” ใบบุญกระทืบเท้าพร้อมชี้หน้าคนตัวโตที่ยิ้มพราวพร้อมหันหลังก้าวเดินเข้าไปภายในโรงแรม
ใบบุญวิ่งตามมาหยุดใกล้ ๆ รติภพที่กำลังยื่นเงินส่งให้พนักงานที่พอได้รับเงินก็รูดม่านเปิดพร้อมมองใบบุญด้วยสายตาแปลก ๆ จนหญิงสาวต้องเกาะแขนรติภพแจ พร้อมเดินตามเข้าไปด้านในก่อนที่ม่านหนา ๆ จะปิดลง พร้อมรอยยิ้มขำของรติภพที่เดินตรงไปไขกุญแจห้อง
